ทั้งนี้ จากเวลาในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดการแข่งในช่วงดึกจนถึงช่วงเช้ามืดนั้น ส่งผลทำให้คอบอลจึงต้องยอมอดนอนเพื่อนั่งเฝ้าหน้าจอทีวีรอดูทีมโปรดลงสนามโชว์ฝีเท้า ซึ่งหากไม่ฟิตร่างกายดี ๆ ก็เสี่ยงจะทำให้มีปัญหาสุขภาพได้ โดยท่ามกลางความสนุกสนานและการลุ้นผลการแข่งขันอย่างตื่นเต้นเร้าใจ กับ “ฟุตบอลโลก 2026” ครั้งนี้ สิ่งที่ต้องย้ำเตือนอีกครั้งนั่นก็คือ…
“ภัยอดนอน” ที่มาพร้อมการลุ้นเกมการแข่ง
ที่มีคำเตือนว่าต้อง “แบ่งเวลา–จัดเวลาให้ดี”
อย่าหักโหมและต้อง “ฟิตร่างกายให้พร้อม”
สำหรับคำเตือนเกี่ยวกับ “ภัยอดนอน” จากการ “ตามลุ้น-ตามเชียร์” และรับชมการแข่งขัน “ศึกฟุตบอลโลก 2026” ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จึงต้องนำ “คำเตือน” มาย้ำซ้ำว่า… ขอให้แฟนบอลต้อง “แบ่งเวลา-จัดสรรเวลา” ในการรับชมให้ดี ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบสุขภาพและสุขภาพจิต โดยชุดข้อมูลที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาสะท้อนต่อเป็น “คำเตือน” ถึง “ภัยอดนอนต่อเนื่อง” โดย รศ.ดร.ภก.จิรภรณ์ อังวิทยาธร ได้เคยมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ผ่าน เว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยระบุว่า… ทุก ๆ ครั้งที่มีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันกีฬารายการใหญ่ โดยเฉพาะฟุตบอลโลกนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ “ผลกระทบทางสุขภาพ” จากการอดนอนต่อเนื่องนาน ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจได้
ทั้งนี้ เกี่ยวกับ “อาการเบื้องต้น” ที่สามารถพบได้บ่อยและสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในกลุ่ม “คนที่อดนอนเรื้อรัง” นั้น ข้อมูลจาก รศ.ดร.ภก.จิรภรณ์ ได้ชี้ว่า… ประการที่หนึ่งคือ สภาพจิตใจและอารมณ์ที่แปรปรวน โดยคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนที่หงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือมีความอดทนต่อสิ่งเร้าลดลง หรือมีอารมณ์ฉุนเฉียวดุดันเพิ่มขึ้น และหากปล่อยให้อาการหนักขึ้นจนรุนแรงเข้าขั้นวิกฤติ ก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการหูแว่ว มองเห็นภาพหลอน และก้าวข้ามสู่การเป็นโรควิตกกังวล หรือเป็นโรคหวาดระแวงได้ ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมาก
และนอกจากภัยในเรื่องของอารมณ์และจิตใจแล้ว การอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะจากการ “หลับในโดยไม่รู้ตัว” ซึ่งกลไกของสมองจะปิดสวิตช์ตัวเองชั่วคราวเพื่อประท้วงการขาดการพักผ่อน ซึ่งหากเหตุการณ์นี้ไปเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานที่ต้องใช้เครื่องจักรกลต่าง ๆ ก็จะก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นพิการได้ หรือหากเกิดขึ้นขณะใช้รถใช้ถนน ก็จะอันตรายทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง

ขณะที่ถ้าหากเจาะลึกไปถึง ผลกระทบภายในร่างกาย จาก “การอดนอนติดต่อกัน” กรณีนี้ทางผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้เอาไว้ว่า… สำหรับ “ภาวะอดนอนเรื้อรัง” ดังกล่าวนี้ จะส่งผลเสียต่อระบบประสาทส่วนกลางเป็นอันดับแรก โดยจะส่งผลให้ระบบประสาททำงานได้ไม่สมบูรณ์ และไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งเมื่อเกิดภาวะเช่นนี้ ร่างกายจะเกิดอาการสมองตื้อ จะบกพร่องในการสั่งการ ที่ส่งผลทำให้ความสามารถในการคิด การจำ การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล ตลอดจนสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนจะดิ่งลงทันทีหลังจากการอดนอนต่อเนื่อง…
ระบบต่อมาที่จะได้รับความเสียหายคือ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งการนอนน้อยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเฉียบพลันมากกว่ากลุ่มคนที่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละคืน โดยอาจเป็นชนวนเหตุสำคัญทำให้เกิด… อาการหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมไปถึงการทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ซึ่งความเสี่ยงจะยิ่งรุนแรงและอันตรายมากขึ้นในกลุ่มของผู้มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัวซ่อนอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง
ภัยเงียบอีกประการหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามก็คือ ผลเสียต่อระบบต่อมไร้ท่อ เนื่องจากเวลาที่เรานอนหลับลึก ร่างกายจะมีหน้าที่หลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา แต่ การอดนอนจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลงกว่าปกติมาก จนส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและความสูงในกลุ่มวัยรุ่น บั่นทอนขบวนการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และทำลายระบบซ่อมแซมเซลล์รวมถึงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่สึกหรอ ทำให้ไปลดทอนความแข็งแรงของกระดูกทั่วร่างกาย ที่สำคัญการที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนลดลงจากการอดนอนเรื้อรังนั้น ยังส่งผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง อย่างมีนัยสำคัญ จนอาจบั่นทอนความสุขในชีวิตคู่
นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว จากการนอนไม่พอ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยง่ายขึ้นกว่าปกติ รวมถึงทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา โดยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และในรายที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคปอดเรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว จะยิ่งทำให้อาการของโรคเดิมนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น และ ภาวะอดนอนเรื้อรังนี้ ยังส่งผลเสียทำให้เสียสมดุลในการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ โดยการอดนอนต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ นี้จะทำให้การประสานงานระหว่างสมองและกล้ามเนื้อจะเกิดอาการหน่วงและตอบสนองช้าลง ซึ่งจุดนี้เองที่ไปเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุจากการหกล้ม และจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า… ภัยจากการอดนอนไม่ได้มีเพียงแค่รอยคล้ำใต้ตา แต่ลุกลามไปจนถึงขั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว …นี่เป็น “ผลกระทบที่ต้องระวัง” จาก “ภัยอดนอน”
ทั้งนี้ เพื่อให้แฟนบอลชาวไทยสามารถรับชมฟุตบอลโลกปี 2026 ได้อย่างสนุกสนาน ปลอดภัย และห่างไกลจากโรคร้าย กรณีนี้ทาง รศ.ดร.ภก.จิรภรณ์ ได้ให้คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติในการดูแลตัวเองเอาไว้ว่า… ข้อแรกคือ ควรมีการกำหนดเวลา ทั้งการเข้านอนและเวลาตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันในทุก ๆ วันและทุก ๆ คืน เพื่อสร้างวินัยและปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกายให้เกิดความเคยชิน ถัดมาคือเรื่องของ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยแฟนบอลควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนเวลาเข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากการรับประทานอาหารปริมาณมากในช่วงดึกจะทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก ส่งผลให้หลับไม่สนิทและเกิดภาวะกรดไหลย้อนตามมาได้ โดยถ้ารู้สึกหิวในระหว่างนั่งเชียร์บอลดึก ๆ แนะนำให้เลือกรับประทานเป็นอาหารว่างเบา ๆ หรือนมอุ่น ๆ สักแก้วแทนเพื่อไม่รบกวนการนอนหลับ
รวมถึง ควรงดใช้โซเชียลมีเดียทุกประเภทเมื่อกำลังจะเข้านอน เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยเรื่องในการนอนหลับ ทำให้สมองตื่นตัวและนอนไม่หลับในที่สุด…เป็นคำแนะนำและแนวทางปฏิบัติตัวสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยให้ “สุขภาพปลอดภัย” ระหว่างตามลุ้น-ตามชม “ฟุตบอลโลก 2026” ครั้งนี้ที่…
“ภัยอดนอนเรื้อรัง” ผลกระทบนั้นมีตั้งแต่เบาะ ๆ
และใหญ่ไปจนถึงขั้นอาจทำให้ “เสี่ยงเสียชีวิต”
ที่แฟน ๆ จะต้องระวัง…จะต้องฟิตร่างกายให้ดี ๆ.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



