ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ กลายเป็น “เหยื่อรายล่าสุด” ในบททดสอบของห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งเริ่มต้นจากการทะเลาะเบาะแว้งอันฉาวโฉ่ ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
ทรัมป์เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็น “การถ่ายรูปทางการทูต” ในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้การเป็นการทดสอบความอดทนที่ยาวนานถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งถูกถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์
ไม่มีผู้นำคนไหนรู้ว่าจะเจออะไร ก่อนที่จะไปถึงที่นั่น และสิ่งที่พวกเขารู้มีแค่ว่า เมื่อช่างภาพได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องที่พิเศษที่สุดในทำเนียบขาว เท่ากับว่าพวกเขาจะต้อง “เดินทางบนเส้นด้ายทางการเมืองที่อันตรายที่สุด”
ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่คับแคบและร้อนอบอ้าวของห้องทำงานรูปไข่ ยิ่งเพิ่มความกระอักกระอ่วนให้กับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เนื่องจากทรัมป์ที่คาดเดาไม่ได้ พยายามทำให้แขกของเขาตกที่นั่งลำบาก และชิงความได้เปรียบ
อนึ่ง ทรัมป์กำหนดเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว เมื่อเขาต้อนรับเซเลนสกีที่เดินทางเยือนสหรัฐในเดือน ก.พ. ซึ่งความตึงเครียดจากการที่ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีต่อรัสเซียอย่างกะทันหัน ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อทรัมป์ตำหนิเซเลนสกี และกล่าวหาว่าผู้นำยูเครน “เนรคุณ” ต่อความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐ
การเยือนห้องทำงานรูปไข่ของรามาโฟซา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ถือเป็นสถานการณ์ใกล้เคียงกับเซเลนสกีที่สุด รามาโฟซาหวังที่จะลบล้างคำกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลความจริงของทรัมป์ เกี่ยวกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ต่อเกษตรกรผิวขาวในแอฟริกาใต้ แต่สีหน้าของผู้นำแอฟริกาใต้แสดงให้เห็นถึงความสับสน เมื่อทรัมป์สั่งให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิปวิดีโอขึ้นบนจอขนาดใหญ่ ซึ่งปรากฏกลุ่มนักการเมืองชาวแอฟริกาใต้ที่ตะโกนพร้อมกันว่า “สังหารเกษตรกร”
อย่างไรก็ตาม รามาโฟซาแตกต่างจากเซเลนสกีตรงที่เขายังคงสุขุม ขณะโต้เถียงประเด็นดังกล่าว และเขาไม่ได้ถูกเชิญให้ออกจากทำเนียบขาวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้นำคนอื่น ๆ ต่างทำการบ้านก่อนพบหารือกับทรัมป์ในห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เสียหายอะไร และบางคนก็ได้รับความไว้วางใจด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น พันธมิตรที่ใกล้ชิดบางคนก็พลาดท่า
ตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดที่สุดคือ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฐานะอาคันตุกะคนแรก ในยุครัฐบาลทรัมป์สมัยที่สอง แต่เรื่องราวกลับแตกต่างออกไป เมื่อเนทันยาฮูเดินทางเยือนสหรัฐอีกครั้งในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องในห้องทำงานรูปไข่ จับภาพใบหน้าที่ตกตะลึงของผู้นำอิสราเอล เมื่อทรัมป์ประกาศว่ารัฐบาลวอชิงตันเริ่มการเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน
สำหรับทรัมป์แล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเขาปฏิบัติต่อมันเหมือน “รายการเรียลลิตี้โชว์” มากขึ้นเรื่อย ๆ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



