หลังจากเมืองโกมา ตกเป็นของกองกำลังกบฏ 23 มีนาคม หรือ “เอ็ม 23” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรวันดา ทางการดีอาร์คองโกจึงหยุดส่งเงินสดให้กับธนาคารในพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏเอ็ม 23 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ธนาคารหลายแห่งก็ปิดทำการ ตู้กดเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) แทบจะว่างเปล่า และชาวเมืองโกมาต้องหาทางซื้อของกินของใช้ในทุกวันด้วยตัวเอง
“สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ เราต้องหาอะไรรับประทาน ซึ่งพวกเราใช้ชีวิตแบบเอาตัวรอดไปวัน ๆ และสถานการณ์ก็เลวร้ายมาก” นายริชาร์ด เอ็มบูเอกิ ครูของโรงเรียนมาเจงโก กล่าวขณะยกกระป๋องน้ำมันปาล์มที่ผู้ปกครองคนหนึ่งทิ้งไว้
อนึ่ง การเจรจาระหว่างดีอาร์คองโกกับรวันดา ซึ่งให้คำมั่นว่าจะทำงานเพื่อร่างข้อตกลงสันติภาพ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวคองโกในเมืองโกมาแต่อย่างใด
ขณะนี้ โรงเรียนมาเจงโก รวมถึงหน่วยงานใหม่ของเมืองโกมา เรียกร้องให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่รูปแบบการชำระเงินดังกล่าว ยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายในเมือง ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก
ด้านผู้ให้บริการแลกเงิน กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนสูงเกินสำหรับคนจำนวนมากในดีอาร์คองโก ส่งผลให้กลุ่มกบฏเอ็ม 23 ประกาศอัตราคงที่เพื่อจำกัดเงินส่วนเกิน
เอ็มบูเอกิ และคนงานชาวคองโกอีกหลายคน เดินทางข้ามพรมแดนเข้าไปยังรวันดาเพื่อถอนเงินสด แต่พวกเขาต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ขณะที่ข้าราชการและบุคคลที่ทำงานให้กับองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับเงินเดือนจากการโอนเงินผ่านธนาคาร ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจที่ซบเซา การลาออกของพนักงานระหว่างประเทศบางส่วน และการขาดแคลนเงินสด ยังทำให้ชาวคองโกจำนวนมากต้องสูญเสียงาน
“นับตั้งแต่เกิดสงคราม โอกาสต่าง ๆ แทบจะไม่มีอีกต่อไป ดังนั้นในตอนนี้ ฉันจึงเป็นแม่บ้าน” นางโกเดล คาฮัมบี ซึ่งเคยเป็นพนักงานบริการสาธารณะ กล่าว “เราลดรายจ่ายอย่างมากแล้ว ไม่มีเสื้อผ้าใหม่ ไม่มีอาหารราคาแพง ไม่มีความบันเทิง เพราะสำหรับตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการอยู่รอดของพวกเรา”
แม้กลุ่มกบฏเอ็ม 23 จัดตั้งหน่วยงานทางการเงิน ขณะรอให้ธนาคารเปิดทำการอีกครั้ง และเรียกร้องให้ประชาชนนำเงินออมของตนไปฝากไว้ที่หน่วยงานแห่งนี้ แต่จนถึงขณะนี้ ความพยายามดังกล่าวยังไม่ประสบความสำเร็จ และบรรดาผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า หน่วยงานข้างต้นถูกจำกัดอยู่เพียงการรวมศูนย์ภาษีที่จ่ายให้กับกลุ่มติดอาวุธ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



