ในเดือนนี้ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก สิ้นสุดการทำงานกับทำเนียบขาว ท่ามกลางความผิดหวังกับบทบาทในการลดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง อีกทั้งมัสก์ยังแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้น ต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่สำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ “ดอจ” ต้องเผชิญ

จากเดิมที่มัสก์อยู่เคียงข้างทรัมป์ โดยสวมเสื้อยืดและหมวกเบสบอลอันเป็นเอกลักษณ์ของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ปัจจุบันนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีฝ่ายขวาคนนี้ เริ่มมีบทบาทรองลงมา เพื่อให้ความสำคัญกับธุรกิจของบริษัท สเปซเอ็กซ์ และเทสลา ของเขา

จุดสิ้นสุดของหนึ่งในการทดลองพิเศษที่สุด และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ กลับได้รับความสนใจจากทำเนียบขาวเพียงเล็กน้อย แม้แต่ทรัมป์เองก็นิ่งเงียบ

ขณะที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันขอขอบคุณสำหรับการทำงานของมัสก์ พร้อมกับยืนกรานว่า งานของดอจจะดำเนินต่อไป และบรรดาผู้นำของดอจ ต่างเป็นสมาชิกของคณะรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐ

อนึ่ง มัสก์ก้าวเข้าสู่วงโคจรของทรัมป์อย่างรวดเร็วพอ ๆ กับจรวดของสเปซเอ็กซ์ที่ทะยานขึ้นสู่อวกาศ โดยเขากลายเป็นคนสนิทของทรัมป์ นับตั้งแต่การเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ เมื่อปี 2567 และท้าทายการคาดการณ์ที่ว่า คนที่มีอีโก้สูง 2 คนอย่างเขากับทรัมป์ ไม่มีทางเข้ากันได้ และนักวิจารณ์หลายคนขนานนามมัสก์ว่าเป็น “ประธานาธิบดีร่วม” และไม่นานนัก ตัวตนของเขาก็เกือบจะบดบังรัศมีของทรัมป์เสียแล้ว

“อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของจุดจบ เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อมัสก์และทรัมป์ทะเลาะกันในการประชุมหลายครั้ง ทั้งในห้องทำงานรูปไข่ และในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีสหรัฐ” นางเอเลน คามาร์ค จากสถาบันบรูคกิงส์ กล่าว

ต่อมา ขนาดของภารกิจที่ดอจได้รับมอบหมาย ก็เริ่มสร้างภาระให้กับมัสก์ เช่นเดียวกับผลกระทบต่อธุรกิจของเขา ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์ที่ประสบความล้มเหลวหลายครั้ง และบรรดาผู้ถือหุ้นของเทสลา ต่างผลักดันให้มัสก์ใช้เวลากับบริษัทมากขึ้น

ในที่สุด มัสก์ก็แสดงสัญญาณแรกของการตีตัวออกห่างจากทรัมป์ โดยกล่าวว่าเขารู้สึก “ผิดหวัง” กับร่างกฎหมายการใช้จ่ายฉบับสำคัญของทรัมป์ และบ่นว่าดอจกลายเป็น “เด็กที่ถูกลงโทษ” เนื่องจากการแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลวอชิงตัน พร้อมกับเสริมว่า เขาจะลดการใช้เวลาไปกับการเมือง

กระนั้น คามาร์กชี้ให้เห็นว่า การยุติบทบาทของมัสก์ อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวนี้ เพราะเธอคิดว่า มัสก์กับทรัมป์ชอบพอต่อกันจริง ๆ และมัสก์มีเงินมหาศาลที่เขาสามารถบริจาคให้กับแคมเปญต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะดำเนินต่อไป เพียงแต่มันอาจไม่เหมือนกับช่วงที่ผ่านมา.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP