สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ มีความยอดเยี่ยมของทีมนักเรียนโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย “ศิวกร สุวรรณหงษ์”, “ปัณณวิชญ์ พลนิรันดร์”, และ “ศตพร ธนปัญญากุล” ที่นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ “ไอเบรลล์ : การปฏิรูปการศึกษาเบรลล์อย่างเป็นระบบด้วย AI และเทคโนโลยีสัมผัสต้นทุนต่ำ เพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ” ชนะเลิศรางวัล Grand Award อันดับที่ 1 สาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ ในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มานำเสนอกันจ้า

โดยเวทีการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ดังกล่าว คือ REGENERON ISEF 2025 (Regeneron International Science and Engineering Fair 2025) ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะคัดเลือกทีมเยาวชนไทย จำนวน 14 ทีม เข้าร่วมแข่งขันกับทีมเยาวชนจากทั่วโลก สำหรับปีนี้การแข่งขันจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 – 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

ซึ่งเยาวชนไทยก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกครั้ง นำโครงงานวิทยาศาสตร์เข้าประกวดแล้วคว้ารางวัลกลับมาได้ถึง 11 รางวัล และหนึ่งในนั้นเป็นรางวัล Grand Award อันดับที่ 1 สาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ จากโครงงาน “ไอเบรลล์ : การปฏิรูปการศึกษาเบรลล์อย่างเป็นระบบด้วย AI และเทคโนโลยีสัมผัสต้นทุนต่ำ เพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ” ของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ นั่นเอง

“ศตพร” เป็นตัวแทนของทีม บอกว่า ไอเบรลล์ (eiBraille) เป็นโครงงานที่คิดค้นขึ้นเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ถูกมองข้ามอย่างหนึ่งของผู้พิการทางสายตา คือ ภาวะไม่รู้หนังสือเบรลล์ ในโลกที่การรู้หนังสือคือกุญแจสู่การศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ผู้พิการทางสายตากลับยังเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ราคาสูง เครื่องมือการเรียนล้าสมัย และการขาดแคลนครูผู้สอน ดังนั้นจึงพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้เบรลล์ที่ใช้ AI ซึ่งมีต้นทุนต่ำ และขยายการใช้งานได้ทั่วโลก ซึ่งไอเบรลล์ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียม ความอิสระ และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้เรียนรู้ เติบโต และมีชีวิตอย่างมีคุณค่าในทุกภาษาและทุกมุมโลกอีกด้วย
นับเป็นอีกครั้งที่เวทีการแข่งขันระดับโลกได้ประจักษ์ ว่า ความสามารถด้านวิทยาศาตร์ของเยาวชนไทยไม่น้อยหน้าชาติใดบนโลกแน่นอน



