เมื่อไม่นานมานี้ อัยการไต้หวันตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่รัฐ 4 คน ที่ถูกขับออกจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน รวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่ในสำนักงานของประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน ฐานแบ่งปันความลับของรัฐกับรัฐบาลปักกิ่ง

แม้รัฐบาลไทเป และรัฐบาลปักกิ่ง ต่างสอดแนมซึ่งกันและกันมานานหลายสิบปี แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวเตือนว่า ภัยคุกคามต่อไต้หวันร้ายแรงยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงของการโจมตีของจีน

อนึ่ง เป้าหมายหลักของการแทรกซึมของจีน คือ ทหารเกษียณอายุ และทหารประจำการ โดยชักจูงพวกเขาด้วยเงิน การแบล็กเมล์ หรืออุดมการณ์สนับสนุนจีน

ขณะเดียวกัน ไล่ ประณามจีนว่าเป็น “กองกำลังต่างชาติที่ไม่เป็นมิตร” และพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้กับสาธารณชน เกี่ยวกับการกระทำของจีนที่เขากล่าวว่า “คุกคามความมั่นคงแห่งชาติ”

หลังจากจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นสายลับให้กับจีน เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทเปจึงพยายามระบุตัวบุคคลในกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงในกองทัพ และโรงเรียนของรัฐ ที่อาจมีความจงรักภักดีต่อรัฐบาลปักกิ่ง โดยผู้ใดก็ตามที่รับเงินเดือนราชการ แต่ถูกพบว่ามีบัตรประจำตัวผู้พำนักของจีน หรือบัตรประจำตัวประชาชนอื่น ๆ จะเสี่ยงต่อการสูญเสียทะเบียนบ้านของไต้หวัน ซึ่งเท่ากับการเสียสัญชาติด้วย

“เหตุผลที่เราเริ่มทำการสำรวจหาบัตรประจำตัวประชาชนชาวจีนนั้นเป็นเพราะว่า จีนใช้วิธีการนี้เพื่อบีบบังคับชาวไต้หวัน และแทรกซึมเข้ามาในระบบของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบราชการ” นายหวัง ทิง-อวี่ สมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน จากพรรคดีพีพี กล่าว

ทั้งนี้ สภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (เอ็มเอซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนโยบายระดับสูงของไต้หวัน ระบุว่า ในการตรวจสอบรอบแรกเมื่อไม่นานมานี้ พบผู้มีบัตรประจำตัวประชาชนของจีน 2 คน และผู้มีใบอนุญาตพำนักอีก 75 คน ซึ่งถูกเพิกถอนไปแล้ว พร้อมกับเสริมว่า หน่วยงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบรอบที่สอง แต่รัฐบาลไทเประบุว่า ประชาชนทั่วไปจะไม่ตกเป็นเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม นายซู เอี้ยน-ถู นักวิชาการด้านกฎหมาย กล่าวว่า รัฐบาลไทเปมีอำนาจในการสืบสวนที่จำกัด ในการหาว่าใครถือบัตรประจำตัวประชาชนชาวจีนในไต้หวัน เพราะถ้าชาวไต้หวันไม่เปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจ รัฐบาลก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก

ขณะที่ นายปีเตอร์ แมตทิส ประธานมูลนิธิเจมส์ทาวน์ กล่าวว่า การรวบรวมประวัติยังคงมีประโยชน์อยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครบางคนที่ถูกสอบสวนในอนาคต ถูกพบว่าโกหกเกี่ยวกับเอกสารของพวกเขา

แม้การตรวจสอบของรัฐบาลไทเป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่หวังกล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นมีความจำเป็น เนื่องจาก “ผู้อพยพรายใหม่” จากจีนบางส่วน สอดแนมให้กับรัฐบาลปักกิ่ง และแทรกแซงการเลือกตั้งของไต้หวัน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES