นายโรมัน สตาโรวอยต์ อดีตรมว.กระทรวงคมนาคมรัสเซีย วัย 53 ปี ถูกพบเสียชีวิตในรถยนต์ของเขา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา บริเวณชานกรุงมอสโก ไม่กี่ชั่วโมงหลังปูตินลงนามในคำสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่ง โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ


ทีมเจ้าหน้าที่สืบสวนของรัสเซียกล่าวว่า สตาโรวอยต์ยิงตัวเอง ขณะที่สื่อรายงานว่า เขากำลังถูกสอบสวนฐานคอร์รัปชัน และอาจถูกจับกุมภายในไม่กี่วัน


แม้กระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลรัสเซีย ส่งดอกไม้และรัฐมนตรีบางคนเข้าร่วมพิธีรำลึกในกรุงมอสโก แต่ผู้คนต่างรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับชะตากรรมของสตาโรวอยต์ ซึ่งเขาไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งในรัฐบาล จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งในคณะรัฐมนตรี


อนึ่ง สตาโรวอยต์เคยเป็นผู้ว่าการภูมิภาคเคิร์สก์ ทางตะวันตกของรัสเซีย ก่อนได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลมอสโก เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่กองทหารยูเครนเข้ายึดนิคมชายแดนหลายสิบแห่ง ในการบุกรุกข้ามพรมแดนอย่างกะทันหัน


ผู้สืบทอดตำแหน่งของสตาโรวอยต์ ถูกจับกุมเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ในข้อหายักยอกเงินทุนที่จัดสรรไว้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกัน หลังยูเครนโจมตีทะลวงผ่านได้อย่างง่ายดาย


“พวกเขาพยายามทำให้เขากลายเป็นแพะรับบาป เพราะการโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่พลเรือนเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่า” นายอันเดรย์ เพิร์ตเซฟ นักวิจารณ์การเมือง กล่าว


คดีข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามในวงกว้าง ต่อเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยขึ้นจากการเอาเปรียบกองทัพรัสเซีย ระหว่างปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งการปราบปรามครั้งนี้ถือเป็นแคมเปญของทำเนียบเครมลิน ที่ฉีกบรรทัดฐานเดิมเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัสเซียยอมรับได้ นั่นคือ หากอยู่ในตำแหน่งที่สูงพอ ก็จะไม่มีใครมายุ่ง


แม้ปูตินวิพากษ์วิจารณ์การทุจริต และให้คำมั่นว่าจะจัดการกับการคอร์รัปชันให้สิ้นซากตลอด 25 ปีที่เขาดำรงตำแหน่ง แต่นักวิจารณ์หลายคนกล่าวว่า การปกครองของปูตินกลับมีลักษณะเฉพาะจาก “การทุจริตอย่างเป็นระบบ”


การจับกุมบุคคลสำคัญมักถูกใช้เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นผลมาจากการทะเลาะภายในกลุ่มมีผู้มีอำนาจระดับล่างของรัสเซีย ทว่าปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน เปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นไป


“มันมีบางอย่างในระบบที่เริ่มทำงานแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในสายตาของทางการรัสเซีย การกระทำหรือการเพิกเฉยใด ๆ ที่ทำให้รัฐมีความเสี่ยงต่อการกระทำที่มีเจตนาร้ายของศัตรูมากขึ้น ต้องถูกลงโทษอย่างไร้ความปรานี และไม่ประนีประนอม” นางทาเทียนา สตราโนวายา นักวิเคราะห์ ระบุหลังการเสียชีวิตของสตาโรวอยต์


ขณะที่ นางนีนา ครุสเชวา ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย “เดอะ นิว สคูล” ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การฆ่าตัวตายตัวของสตาโรวอยต์ แสดงให้เห็นว่า ชนชั้นนำของรัสเซียรู้สึก “หวาดกลัว”.
เลนซ์ซูม

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP