นายวัชระพล ขาวขำ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมโคนมไทย ณ ห้องประชุมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ.ปทุมธานี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่กระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมไทยทั้งระบบ ว่า ที่ประชุมหารือ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแก้ปัญหานมโรงเรียนคงค้างในสต๊อก การขยายโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 การบริหารจัดการการนำเข้านมผงภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) และแนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. โดยกระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อเสนอของเกษตรกรไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด

สำหรับปัญหานมโรงเรียนคงค้างในสต๊อก ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และ อ.ส.ค. เร่งสำรวจปริมาณนมคงเหลือ อายุผลิตภัณฑ์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบัน เพื่อจัดทำแผนบริหารสต๊อกนมและรองรับผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกร พร้อมรับข้อเสนอไปหารือกับผู้บริหารรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ศึกษาการปรับสัดส่วนการจัดสรรนมโรงเรียนให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสให้สหกรณ์โคนมและ อ.ส.ค. มีช่องทางรองรับผลผลิตมากขึ้น

ส่วนข้อเสนอการขยายโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตนได้เร่งผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดย ความคืบหน้าขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้ปรับปรุงรายละเอียดและส่งข้อมูลกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว หลังปรับตัวเลขให้เป็นปัจจุบันตามข้อสังเกต โดยจะเร่งผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท และรองรับผลผลิตน้ำนมดิบได้ประมาณ 90 ตัน/วัน

สำหรับข้อเสนอสนับสนุนการดื่มนมโรงเรียนตลอด 365 วัน กระทรวงเกษตรฯ รับข้อเสนอไว้พิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าจะต้องใช้งบประมาณกว่า 14,000 ล้านบาท สูงกว่ากรอบงบประมาณปัจจุบัน จึงจะนำเรื่องไปหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาล เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม โดยอาจเริ่มจากการเพิ่มวันดื่มนมในช่วงวันหยุดหรือภาคฤดูร้อนเป็นลำดับต่อไป

       “ในส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการนำเข้านมผงภายใต้กรอบ FTA กระทรวงเกษตรฯ เร่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกร เพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้กรอบการค้าเสรี ตลอดจนลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และ อสค. เพื่อลดผลกระทบ” นายวัชระพล  กล่าวและว่า แนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. และการช่วยเหลือในระยะต่อไปนั้น ต้องมุ่งให้องค์กรกลับมายืนได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยจะเร่งผลักดันแผนฟื้นฟูองค์กร การแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และการจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงกระบวนการผลิต และเสริมกำลังรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร