@@..  สถานการณ์ตึงเครียดเกือบ 2 เดือนแล้ว จากเสียงปืนดังนัดแรก ตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.68 ทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ปะทะทหารกัมพูชา ชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย  ลากยาวมาจนถึง  16 ก.ค. 68 มาเกิดเหตุ ทหารไทย กำลังพล กองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ชนิด PMN-2  ระหว่างลาดตระเวนบริเวณ เนิน 481 ชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน บาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นต้องตัดขาช่วยชีวิต พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  สั่งนำกำลัง หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 เข้าไปตรวจสอบเพื่อนำหลักฐาน ทุ่นระเบิด PMN-2 เปิดให้โลกรับรู้ความจริง ประเทศไทยถูกกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหาร 

@@.. กองทัพไทย พยายามอดกลั้นด้วยสันติวิธี  พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ (ตท.20/จปร.31) รมช.กลาโหม ทำหน้าที่รักษาการ รมว.กลาโหม และ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ให้ทาง กรมข่าวทหารบก เชิญ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย รวม 18 ประเทศ เวียดนาม, มาเลเซีย, เมียนมา, สิงคโปร์, บรูไน, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, ปากีสถาน, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, อินโดนีเซีย, จีน, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และกัมพูชา เข้าร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ สถานการณ์และกรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี โดยมี พล.ท.กำชัย วงศ์ศรี เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นประธานประชุม ณ อาคารศรีสิทธิสงคราม กองบัญชาการกองทัพบก ยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่พบไม่ใช่ของไทย โดยหน่วยพิสูจน์ทราบได้พิสูจน์ว่า หลุมระเบิดนั้นได้พบเศษวัตถุระเบิดชนิด PMN-2 และพบทุ่นระเบิดเพิ่มอีก 2 จุด มีสภาพใหม่พร้อมทำงาน กองทัพไทยไม่มีอยู่ในระบบยุทโธปกรณ์ นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นผู้วางทุ่นระเบิด ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

@@.. สถานการณ์มาสุกงอมสุดขีด ช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ค. กำลังพล ชุดลาดตระเวน กองพันทหารราบที่ 14 เหยียบ กับดักทุ่นระเบิด PMN-2 (ช่องอานม้า) อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี บาดเจ็บรวม 5 นาย โดย 1 นายขาขวาขาดสาหัส  สุดท้ายทำให้ทางรัฐบาลไทย ยกระดับตอบโต้พล.ท.บุญสิน แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งปิดด่านชายแดน 4 จุด ไล่ตั้งแต่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี, ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ, ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ และช่องจอม จ.สุรินทร์ พร้อมทั้งปิดปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์  มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 เป็นต้นไปนอกจากนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี สั่งลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เรียกทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ และสั่งให้ทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยเดินทางกลับเช่นกันขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อกัมพูชา โดยระบุเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบระเบิดครั้งล่าสุดเป็นการวางระเบิดใหม่ ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา

@@.. แต่สุดท้าย เช้าตรู่วันที่ 24 ก.ค. เหตุการณ์ ปะทะเดือด ก็มาเกิดขึ้นจนได้หลัง ทหารกัมพูชา นำโดรนขึ้นมาบิน เหนือ ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เมื่อถูกทหารไทยห้ามปราม ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากระดมยิงก่อน ใช้อาวุธหนักหลายชนิด สุดท้ายทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายขยายวงกว้าง ไปยังพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 4 จังหวัดรวด ไล่ตั้งแต่ช่องบก-ช่องอานม้า, ปราสาทตาควาย, เขาพระวิหาร (ภูมะเขือ/ห้วยตามาเรีย) และช่องจอม การปะทะรุนแรงขึ้นอย่างมาก ทหารกัมพูชา ใช้ทั้ง อาร์พีจี (RPG), ปืนใหญ่กระสุนแตกอากาศ และ BM-21 (จรวดหลายลำกล้อง) ยิงสนับสนุนกระสุนเข้ามาตกฝั่งไทยแบบไร้มนุษยธรรม ทั้งโรงพยาบาล, บ้านเรือประชาชน ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน และโบราณสถาน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากทั้งสองฝ่ายทันที 

@@.. ทำให้ พล.อ.พนา ผบ.ทบ.สั่งการให้กำลัง กองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และ กำลังส่วนต่าง ๆ ปฏิบัติตามแผน “จักรพงษ์ ภูวนารถ” ที่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้ ที่สำคัญยังได้ป้องกันตนเองตาม กฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า…รัฐสมาชิกมีสิทธิในการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง หากถูกโจมตีก่อน พร้อมทั้งต้องรายงานต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทันที หากจำเป็นต้องใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง กองทัพบกไทยดำเนินการ ตามหลักสากลของกฎหมายมนุษยธรรม โดยจะโจมตีเฉพาะ เป้าหมายทางทหาร (Military Objective) หลีกเลี่ยงการกระทบต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรม  เพื่อยืนยันประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุณค่าสากลของมนุษยธรรม แต่จะไม่ยอมให้การโจมตีใด ๆ ละเมิดอธิปไตยและบ่อนทำลายศักดิ์ศรีของชาติได้โดยไม่มีการตอบโต้

@@.. ผู้พันบานเย็น จำเป็นต้องขอร่วมบันทึกข้อมูลรายละเอียดครั้งนี้เอาไว้ด้วย เนื่องจากถือเป็นสถานการณ์ประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย เพราะหลังเกิดเหตุปะทะเดือดได้จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการทางทหาร เพื่อติดตามสถานการณ์และควบคุมอำนวยการ และสั่งการในการปฏิบัติ โดยศูนย์บัญชาการทางทหาร มี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส.เป็นผู้บังคับบัญชา สามารถดำเนินการใช้กำลังทางทหารปฏิบัติการทางทหารได้ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชน งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อความมั่นคงของชาติ งดการบันทึกภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ หรือการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ หรือยานพาหนะทางทหารขนาดใหญ่ รวมถึงการระบุสถานที่หรือเส้นทางการเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผ่านช่องทางสื่อสาธารณะหรือสื่อออนไลน์ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

@@.. ขณะที่บรรดาแต่ละเหล่าทัพ ก็ได้พร้อมสนับสนุนกองทัพบกในการตอบโต้ทหารกัมพูชา โดยทางกองทัพอากาศ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. สั่งการให้ เครื่องบินเอฟ16 จำนวน 6 ลำ ขึ้นบินสนับสนุน โจมตีสกัดกั้นกองกำลังข้าศึก ที่พยายามรุกล้ำอธิปไตยบริเวณตะเข็บแนวชายแดนและยิงอาวุธมายังประเทศไทย ทางด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. ลงพื้นที่ไปเกาะติดการทำงานของ หน่วยความมั่นคง กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบก และทางทะเล  ด่านชายแดน ซึ่งได้ปิดด่านชายแดนแล้ว 100% นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กำลังตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจภูธรภาค 3, ตำรวจ บช.ภ.2, บช.ตชด., บช.ก., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมความพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง  เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงภายใต้สถานการณ์ภัยคุกคามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังและการอพยพประชาชน” ยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ (แผนกรกฎ/67) โดยมุ่งหมายให้ตำรวจในพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสอดคล้องกับภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐ ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที.

ตรวจความพร้อม…พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจความพร้อมกำลังพล หลังปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก (โรงเกลือ) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา อ.อรัญประเทศ, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ, ด่านถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ฯลฯ

แจงข้อเท็จจริง…พล.ท.กำชัย วงศ์ศรี เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นประธานประชุม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย รวม 18 ประเทศ รับฟังคำชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ สถานการณ์และกรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ณ อาคารศรีสิทธิสงคราม กองบัญชาการกองทัพบก

กระชับสัมพันธ์ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี  ผบ.ทสส. เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ พล.ต.สายใจ กมมะสิด รมช.กระทรวงป้องกันประเทศ และหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย) กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือสองกองทัพ.

รับตำแหน่งใหม่.  พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ให้การต้อนรับ พล.ต.จาง หลินหง ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือข้อราชการกับผู้บัญชาการทหารบก ณ ห้อง จปร.ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ภายในกองบัญชาการกองทัพบก.

ทัพเรือพร้อม .. พล.ร.อ.ณัฎฐพล เดี่ยววานิช ผบ.กองเรือยุทธการ (กร.) พร้อมฝ่ายอำนวยการ ได้ออกตรวจความพร้อมรบของกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เสบียง ในเรือรบ เรือช่วยรบ โดยเน้นเรือพิฆาตที่มีศักยภาพสูง ที่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพสัตหีบ จ.ชลบุรี  เชื่อมั่นว่านักรบทางเรือจะสามารถปกป้อง ช่วยเหลือประชาชนและรักษาอธิปไตยของชาติได้.

6ฝึก Talisman Sabre 2025 พล.อ.ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปตรวจเยี่ยม การฝึกร่วม/ผสม Talisman Sabre 2025 ณ เครือรัฐออสเตรเลีย เป็นการฝึกที่ใหญ่ที่สุดระหว่างประเทศออสเตรเลียและสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 13 ก.ค.- 4ส.ค.68  โดยมีทหารกว่า 30,000 นาย จาก 19 ประเทศเข้าร่วม.

“ผู้พันบานเย็น”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่