ปีนี้ตัวเลือกในมือมี “บิ๊กไมค์” พล.ต.อ.นิรันดร  เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (นรต.43) เกษียณปี 2571   

“บิ๊กหวาน” พล.ต.อ.ธัชชัย   ปิตะนีละบุตร  รอง ผบ.ตร. (นรต. 42) เกษียณ ปี 2570         

“รองราญ” พล.ต.อ.สำราญ  นวลมา รอง ผบ.ตร.(นรต.50) เกษียณปี 2576        

“บิ๊กแมน” พล.ต.อ.อิทธิพล  อัจฉริยะประดิษฐ์  จเรตำรวจแห่งชาติ (นรต.43) เกษียณปี 2572 

ยิ่งใกล้วัน 4 นายพลงัดคันเร่งผลงาน ที่มีดี-มีเด่นคนละแบบ หวังสปอร์ตไลท์ส่องถึงใจ“ท่านผู้นำ ขณะที่บางรายเลือกเงียบ เซฟตัวเองไม่ให้หลุดวงโคจร โดยพล.ต.อ.นิรันดร ลุยงานโชว์ทลายโกดัง-แหล่งซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ทั่วประเทศ  

ขณะพล.ต.อ.ธัชชัย  เร่งปราบค้ามนุษย์  แก้โจทย์สแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ นโยบายด่วนรัฐบาล  จับมือนานาชาติเปิดตัว SHIELD เทคโนโลยีปราบแก๊งคอลฯ สกัดเส้นทางค้ามนุษย์ พ่วงจับ“พ่อพิมพ์หื่น”ล่วงละเมิดศิษย์-หลวงตาชำเราเด็ก พร้อมทีเด็ดภารกิจ“ปราบน้ำมันเถื่อน”สกัดขบวนการลอบส่งน้ำมันข้ามแดน ทำรัฐเสียหาย

ด้านพล.ต.อ.สำราญ ลุยเชิงรุก“ปราบยาเสพติด” พร้อมขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย(ศปชก.ตร.) ปราบปรามมาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล-ข้าราชการฉ้อฉล กำราบนอมินีต่างด้าว กระทบกับความมั่นคง ทั้งยังขึ้นลงสามจังหวัดชายแดนใต้เกาะติดสถานการณ์ไม่สงบ

ส่วนพล.ต.อ.อิทธิพล แม้งานโชว์จะไม่เด่นเท่า แต่เห็นการขับเคลื่อนผ่าน“เนื้องาน”ยกเครื่อง-เสริมเขี้ยวเล็บตัดวงจรเส้นเงินธุรกิจเทา สืบทรัพย์คืนเหยื่อ ผ่านศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ศปปง.ตร.)

นาทีนี้แวดวงสีกากี พุ่งเป้าวิเคราะห์ไปที่“คู่ชิงดำ” ระหว่าง พล.ต.อ.นิรันดร-พล.ต.อ.สำราญ หนึ่งคนกุมความได้เปรียบ“อาวุโส”ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อีกหนึ่งคนแม้เสียเปรียบด้านอาวุโส แต่ได้ประสบการณ์ผ่านทุกหน้างานในระดับตร. ทั้งงานสืบสวนปราบปราม งานสอบสวน และงานบริหาร ซ้ำเป็นแคนดิเดตเพียงคนเดียวที่เคยผ่านการเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจระดับโรงพักมาโดยตรง จึงเข้าใจโครงสร้างระดับปฏิบัติการอย่างแท้จริง ทำอุณหภูมิลุ้นเก้าอี้ทวีความเข้มข้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

แม้กระแสพุ่งเป้าไปที่“คู่ชิงดำ”  แต่ใช่ว่าที่เหลือจะหมดลุ้น ทั้งสองต่าง“มีของ”และสร้างผลงานโดดเด่นไม่แพ้กัน อย่าง พล.ต.อ.ธัชชัย ถือเป็นม้ามืดน่าจับตา ในห้วงประเทศเผชิญวิกฤติพลังงาน รับบทบาทหัวเรือใหญ่ นำทัพสืบสวนสอบสวนเชิงรุกดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดเด็ดขาด โชว์ผลงานเข้าตาผู้มีอำนาจ อีกทั้งมีแรงผลักดัน-สนับสนุนจากเพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 26  หากจำต้องลดแรงกระเพื่อม-คลื่นใต้น้ำ ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งไม่ควรมองข้าม

ส่วนพล.ต.อ.อิทธิพล แม้งานโชว์อาจไม่เด่นเท่า แต่องค์รวมไร้ตำหนิ ขับเคลื่อนเชิงรุกผ่านศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ศปปง.ตร.) ยกระดับเสริมแกร่งตัดวงจรเส้นเงินเทา สืบทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกงนำส่งคืนผู้เสียหาย ในมิติของงานจเรตำรวจแห่งชาติ กำชับกำชาระเบียบวินัยขององค์กรได้เข้มงวด ไม่มีข้อบกพร่อง

เกมนี้มองยาว 1 ทศวรรษ !!!

การเฟ้นหาผบ.ตร.“คนที่ 16” มีการวิเคราะห์ไม่ใช่แค่“คนต่อไป” แต่จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง โครงสร้าง และการปฏิรูปองค์กรตำรวจ  จะก้าวหน้าหรือย่ำอยู่กับที่ไปอีก 10 ปีข้างหน้า  เพราะหาก พล.ต.อ.นิรันดร ได้เป็นจะครองเก้าอี้ 2 ปี  ก่อนปล่อยให้ พล.ต.อ.สำราญ และ พล.ต.อ.อิทธิพล ชิงชัยกันต่อ

แต่หากเก้าอี้ตกเป็นของ พล.ต.อ.ธัชชัย จะนั่งเพียงปีเดียว  ทำให้แคนดิเดตที่เหลือทั้ง 3 คน  ต้องกลับมาสู้กันใหม่  พร้อมกับ รองผบ.ตร.ที่ขึ้นมาใหม่อีก ในปี 2570

กลับกันหาก พล.ต.อ.สำราญ คว้าเก้าอี้จะเกษียณราชการในปี 2576  เท่ากับขับเคลื่อน“อาณาจักรโล่เงิน”ได้ต่อเนื่อง  ก่อนส่งไม้เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง “ผู้ช่วยก้อง” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ที่จะมารับช่วงจนถึงปี 2579  ซึ่งไม่แปลกหาก“ผู้สันทัดแวดวงสีกากี” ต่างท้วงติง  อิงหลัก“โสมาก-โสน้อย” งัดเจตนารมณ์กฎหมาย ทั้งที่ระเบียบไม่ได้ “ล็อกสเปค”แค่อาวุโส

อย่างไรก็ตาม  รอบนี้ถ้าเกมพลิกให้ พล.ต.อ.อิทธิพล ขึ้นแทนนั่ง 3 ปีแล้ว  ถึงครานั้นพล.ต.อ.สำราญ จะได้โอกาสลุ้นอีกครั้ง  แต่ต้องขับเคี่ยวกับพล.ต.ท.จิรภพ โดยมี “ผู้ช่วยโบ๋”พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์  เป็นตัวสอดแทรก ทำให้สมการเลือกผู้นำทัพสีกากีครั้งนี้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกจับตา  เพราะทุกตารางหมาก ล้วนสัมพันธ์กับทิศทางยาว ๆ ของอาณาจักรโล่เงิน  

นี่จึงเป็นโจทย์หินข้อใหญ่ที่ “ผู้มีอำนาจ” ต้องชั่งน้ำหนัก วัดใจนายกฯ-ก.ตร. จะเลือกผู้นำแบบใด ครองรหัส  “พิทักษ์ 1”.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน