20 ปีที่รอคอย ก็ยังต้องรอต่อไป
เป็นอีกครั้งที่ “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ไปไม่ถึงแชมป์ฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์อาเซียน
รายการนี้จัดครั้งแรกเมื่อปี 2005 หนนั้นทีมชาติไทย ประเดิมด้วยแชมป์ แล้วก็พักยาวมาจัดอีกครั้งปี 2019 เป็น อินโดนีเซีย, เวียดนาม, เวียดนาม
และปี 2025 ก็เป็น เวียดนาม ได้แชมป์ 3 สมัยติด
รายการนี้ ทีมชาติไทย ลงสนาม 4 นัด จะว่าไปก็ยังไม่แพ้ใคร
ชนะ ติมอร์เลสเต 4-0, เสมอ เมียนมา 0-0, แพ้จุดโทษ อินโดนีเซีย หลังเสมอ 90 และ 120 นาที 1-1 และชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 ในรอบชิงที่ 3
ยังไม่แพ้ใคร แต่ก็ยังไม่มีเกมประทับใจ

นัดกับ ติมอร์ ก่อนเริ่มยิงได้ ก็โดนความสามารถเฉพาะตัวของคู่แข่งเล่นงานพอสมควร
สู้เมียนมา ครึ่งแรกไม่เลว โอเค แต่พอครึ่งหลังเหี่ยวไปดื้อๆ โดน เมียนมา บดโอนไป เอนมา เอาตัวรอด
และรอบรองชนะเลิศ ถ้าดูทั้งเกม โดยรวมแล้ว อินโดนีเซีย ดีกว่า ครองบอลมากกว่า ส่วนทีมไทยที่แม้จะมีจังหวะโต้หลายครั้ง มักจะไม่แม่น
ประตูที่ได้มาจากการโต้กลับ เสกสรรค์ ราตรี เล่นกับ ยศกร บูรพา
จะมีช่วงท้ายของการต่อเวลาพิเศษ ที่ไทยดีกว่า อินโดป้อแป้ แต่สุดท้ายก็กดไม่ลง
เป็นนัดที่ยาก และกดดันสำหรับทีมไทย นอกจากคู่แข่งจะไม่ธรรมดาแล้ว การเล่นใน “เสนายัน” หรือชื่อใหม่ เกลอรา บุงการ์โน ไม่ว่ายุคไหน ทีมไหน…ยากทุกแมตช์
ชื่นชมในหัวจิตหัวใจ ที่ยืนหยัดต่อกรได้ถึงฎีกา แต่อีกมุมหนึ่งในเรื่องของเกมก็ยังต้องแก้ไข
ภาพรวมแนวรับดีอยู่แล้ว ส่วนแดนกลาง เราหวังเห็นอะไรมากกว่านี้ จาก เสกสรรค์ ราตรี รวมทั้งเกมรุกริมเส้น พันธมิตร ประพันธ์ ที่เคยไปสัมผัสชุดใหญ่
สำหรับ ยศกร บูรพา การพลาดจุดโทษ ไม่ใช่ประเด็นอะไร ใครก็พลาดกันได้ สิ่งที่ต้องพูดถึงคือ เขาเป็นกำลังหลักในเกมรุก ยืนค้ำหน้าป่วนคู่แข่งตลอด ชนิดว่าเปลี่ยนออกไม่ได้

ดูทั้งทัวร์นาเมนท์ ถึงจะไม่ได้เลวร้าย แต่ว่ากันตรงๆ ก็คือ แฟนบอลไทยคาดหวังจากทีมชาติไทย ชุด 23 ปีมากกว่าที่ปรากฏออกมา
กระนั้นก็ตาม ข้อเท็จจริงหนึ่ง ที่เป็นปัจจัย ไม่ใช่ข้ออ้าง คือเรื่องเวลา
ความชุลมุนระดับหัวหน้าโค้ช ปลด ทาคายูกิ นิชิกายะ เพราะแพ้ 5 นัดเกมอุ่นเครื่อง แล้วตั้ง “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เมื่อวันที่ 3 ก.ค.68
เริ่มซ้อม 9 ก.ค.68 ก่อนจะเตะนัดแรก วันที่ 19 ก.ค.
เวลาซ้อม 8-9 วัน จริงๆก็เยอะ ถ้าเป็นโค้ชคนเดิม สานงานต่อ แต่สำหรับการมาเริ่มใหม่ ต้องยอมรับว่าเวลาน้อย
โค้ชวัง ยังบอกว่า เขาต้องอาศัยการสอบถามความเห็น เพื่อนๆ โค้ชทีมต่างๆ แนะนำการใช้งาน คนนี้น่าจะดีกับตรงนั้น คนโน้นน่าจะได้นะเล่นแบบนี้
ทีมชาติไทย ชุด 23 ปี กับรายการนี้ เลยเหมือนการคลำทิศ คลำทาง

“ดร.หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน สภากรรมการฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เป้าหมายใหญ่ชุด 23 ปีนี้คือซีเกมส์ ส่วนบอล 23 ปีอาเซียน ถ้าไม่ได้ ก็เข้าใจได้
เรื่องนี้คุยกันแล้วกับทั้งสตาฟโค้ช เข้าใจตรงกัน
ปลอบใจตัวเองบอลชิงแชมป์อาเซียน จึงเหมือนชิมลาง สู่งานใหญ่
ก่อนถึงซีเกมส์ รายการสำคัญ ฟุตบอล 23 ปีชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 3-9 ก.ย.
โปรแกรมของไทย วันที่ 3 ก.ย. พบ มองโกเลีย, วันที่ 6 ก.ย. พบ เลบานอน และวันที่ 9 ก.ย. พบมาเลเซีย
คัดทีมแชมป์เข้ารอบชัวร์ๆ ทีมเดียว และรองแชมป์อีก 4 จาก 11 กลุ่ม
ดูเพื่อนร่วมกลุ่มแล้ว ก็ไม่ง่าย โดยเฉพาะ มาเลเซีย ที่มักมาสร้างความปั่นป่วน รวมทั้ง เลบานอน บอลตะวันออกกลาง สไตล์ของแสลงไทยอยู่แล้ว
ดูจากระยะเวลา โค้ชวัง มี 1 เดือนเศษๆ แต่จริงๆ ซึ่งเวลาส่วนใหญ่คงใช้กับการตระเวนดูนักเตะ เพื่อตกผลึก

แต่ดูจากระยะเวลา จากปฏิทินบอลไทยลีกแล้ว ก็หวาดเสียว เพราะมีเตะกันถึงวันที่ 31 ส.ค. ดังนั้น เบื้องต้นอาจได้ซ้อมกันวันแรก 1 ก.ย. ก่อนจะแข่ง 3 ก.ย.
มีเวลาซ้อม 1-2 วันเท่านั้น
ต้องดูว่าจะขอตัวมาซ้อมกันก่อนได้หรือไม่ อย่าเพิ่งไปมองถึงซีเกมส์ รายการนี้ก็ใหญ่ ถ้าตกรอบคัดเลือกเอเชียคาบ้าน ได้งามหน้าแน่ หลุดวงโคจรเอเชีย ตั้งแต่ไก่โห่
จากนั้นเป็นรายการที่สมาคมบอล ตั้งเป้า เอาให้ได้ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือน ธ.ค.
แน่นอน เดี๋ยวก็มีข้อครหาว่า “ซีเกมส์ มองข้ามได้แล้ว” แต่กับหนนี้ บอกเลยว่า “ต้องเอา”
ภาพใหญ่ ผลงานฟุตบอลทีมชาติไทย ทุกชุด อยู่ในสภาวะซึมเซา แฟนบอลบ่นกระปอดกระแปด เชียร์ก็จริง แต่ก็เซ็งๆ
และกับซีเกมส์ ที่เราเคยได้จนเบื่อ ก็ได้เหรียญทองคล้องคอครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2017 หรือ 8 ปีมาแล้ว จนถวิลย์หากัน
นับเหรียญเท่ากัน แต่กับฟุตบอลชาย คือ “เหรียญใหญ่” ของซีเกมส์ ว่ากันว่า ถึงได้เจ้าเหรียญทอง แต่ไม่ได้ทองฟุตบอลชายก็ไม่สมบูรณ์แบบ

หนนี้จัดแข่งที่ไทย ถ้าให้ชาติอื่นมาคว้าแชมป์ไม่ได้ รับรองกระแสสั่นสะเทือนทันที
คิดแล้วก็เสียว เพราะไทยลีก ไม่หยุดแข่งให้ซีเกมส์ มีเพียงข้อตกลงว่า แต่ละทีมจะปล่อยนักเตะ 1-2 คนมาให้ …ทีนี้จะปล่อยเกรดไหนมาล่ะ
สังเวียนแข่งก็สำคัญ ตอนนี้ก็ยังไม่ชัด เตะที่ไหน แต่ทางที่ดีควรปักหลักกรุงเทพไปเลย ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง
รอดูได้เลย กระแสซีเกมส์ตอนนี้อาจเงียบๆ แต่เดี๋ยวถึงเวลาจะบูมขึ้นมา และสปอตไลต์จะพุ่งไปที่ “ฟุตบอลชาย”
หมายความว่า แบกความหวังไว้สูงลิ่ว
ส่องดูแล้ว ก็หนักใจเหมือนกัน กับ 2 รายการสำคัญที่รอช้างศึก 23 ปี อยู่ เพราะข้อจำกัดรอบด้าน
สมาคมฯ ต้องช่วยวางแผนกันดีๆ โยนให้ทีมโค้ชอย่างเดียวไม่ได้
สถานการณ์บีบให้ทางเลือกมีไม่มาก
เข้ารอบเอเชีย และเหรียญทองซีเกมส์
ผิดจากนี้ไม่ได้เด็ดขาด.
***วุฒินล บุญวานิช***



