นอกเหนือการสู้รบโดยกองกำลังทหารสองประเทศ สิ่งที่น่าสนใจชัดเจนรอบนี้คือ การต่อสู้นอกสนามรบ ผ่านสงครามข้อมูลข่าวสารโลกออนไลน์ที่เปิดศึกชิงความได้เปรียบ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ต่อนานาประเทศที่จับจ้องอยู่ขณะนี้
ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถ่ายทอดหนึ่งมุมมองน่าสนใจ โดยวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวใน-นอกสนามรบครั้งนี้ว่า ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Hybrid Warfare หรือ “สงครามลูกผสม” เต็มรูปแบบ เป็นสงครามที่ใช้วิธีการผสมผสานกัน ประกอบด้วย กองกำลังทหารปกติ กองกำลังที่ไม่ใช่ทหาร สงครามข้อมูลข่าวสาร มีการใช้บัญชีออนไลน์ปลอมทางโซเชียลมีเดียที่ควบคุมโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และด้านการสื่อสาร เพื่อกำหนดทิศทางข่าวสารให้เป็นไปตามที่ต้องการและปล่อยข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง

การนำเสนอจากมุมมองด้านเดียว การทำสงครามข้อมูลข่าวสารใส่ศัตรู ปฏิบัติการข่าวสาร ที่เรียกว่า IO เป็นปฏิบัติการจิตวิทยา และการโฆษณาชวนเชื่อมาใช้ร่วมกัน เพื่อเข้าไปมีอิทธิพลเหนือการประมาณสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้าม
รวมถึงปฏิบัติการข่าวสารเชิงรับ การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการรบ หรือการทำสงคราม เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ฝ่ายตัวเอง ด้วยการทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้ามด้วยกลยุทธ์ข้อมูลข่าวสาร สร้างอิทธิพลการตัดสินใจของฝ่ายตรงข้าม ต่อต้านการให้ข่าวลวง
นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง หรือ Hate Speech ผ่านข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เนื้อหาเชิงยุยง ก่อให้เกิดอคติ สร้างความเกลียดชัง ทำให้เกิดการแบ่งแยก การดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคล

โดย Hate Speech มีเป้าหมายต้องการสร้างความเกลียดชัง แบ่งแยก และกำจัดออกจากสังคม โดยมีรูปแบบการสื่อสารไม่จำกัด ทั้งการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ ดูถูก เหยียดหยาม ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด การโน้มน้าวชักจูงให้เกิดความแตกแยก ทำให้เห็นว่ามีข่าวปลอมและการสร้างความรู้สึกเกลียดของแต่ละฝ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวคือ “ความสมจริง” ของภาพและคลิปที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้คนหลงเชื่อว่าเป็นภาพจริง เรื่องจริง ดึงดูดอารมณ์ของคนในสังคมได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง ภาพเครื่องบินโปรยสารเคมีสีแดงที่เป็นข่าวปลอมว่าไทยใช้อาวุธเคมีในการรบกับกัมพูชา
การโจมตีทางไซเบอร์(Cyber Attack) การแฮกข้อมูล การปล่อยมัลแวร์ และการโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) ชุดบอทเข้ามาทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่าย มีปริมาณการใช้งาน จนทำให้ระบบช้า หรือหยุดชะงัก เป้าหมายมุ่งโจมตีระบบสารสนเทศของหน่วยงานในไทย ทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชน

ดังนั้น ส่วนราชการจำเป็นมากที่ต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกัน ไม่ให้เกิดความเสียหาย ขณะแฮกเกอร์ไทยก็ต้องระมัดระวังการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย
ส่วนประชาชน ปลายทางรับข่าวสารช่วงสงครามแบบ Hybrid Warfare เต็มรูปแบบ สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่หลงเชื่อข่าวสารบนโลกออนไลน์ ไม่นำข้อมูลหรือส่งต่อข้อมูลที่กระทบความมั่นคงไม่ว่ารูปแบบ ภาพถ่าย วิดีโอ และควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ เลือกติดตามข่าวจากหน่วยงานหลักที่น่าเชื่อถือ.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



