ภาพวาดสองมิติ สะท้อนช่วงจังหวะความรู้สึก ความคิดถึงและอารมณ์ ที่มีต่อกรุงเทพมหานคร  นิทรรศการ “อารมณ์แห่งกรุงเทพฯ” โดย เรย์ ฮายาเสะ  ศิลปินถ่ายทอดจากมุมมองการท่องเที่ยว การเดินสำรวจ มุมตึก อาคาร ถนน บรรยากาศความสงบ

อีกมุมหนึ่งของมหานครผ่านการวาดด้วยเทคนิคญี่ปุ่นโบราณ งานจิตรกรรมสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้เม็ดสีแร่ธาตุร่วมกับเม็ดสีอินทรีย์อื่นๆบนกระดาษ ฯลฯ เป็นหนึ่งในนิทรรศการฯที่จัดแสดงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาจวบถึงวันนี้ ณ พีเพิลส์แกลเลอรี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานค

นอกจากนิทรรศการชุดนี้ยังมีอีกสองนิทรรศการ “สู่ห้วงเวลา และพื้นที่อันไกลโพ้น บันทึกของนักเดินทาง” และ“ทางกลับบ้าน” ถ่ายทอดแนวคิด ชวนค้น ชวนสำรวจ บอกเล่าความนัยผ่านงานศิลปะร่วมกัน ทั้งนี้พาไปชมงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ 3 นิทรรศการ ส่องงานศิลป์ภายในพีเพิลส์ แกลเลอรีที่กำลังจัดแสดง

นิทรรศการอารมณ์แห่งกรุงเทพฯภาพวาดสองมิติ สะท้อนช่วงจังหวะความรู้สึก ความคิดถึง และอารมณ์ ที่มีต่อกรุงเทพมหานคร ดังที่กล่าว จากข้อมูลนิทรรศการศิลปินยังเล่าถึงภาพที่นำเสนอผ่านการวาดสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวิธีการวาภาพที่มีเอกลักษณ์ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

ขณะที่ สู่ห้วงเวลา และพื้นที่อันไกลโพ้น บันทึกของนักเดินทาง โดย An Tran นิทรรศการนำเสนอผลงานภาพถ่าย เครื่องมือบันทึกการเดินทางของศิลปิน จากแนวคิดเรื่องการเดินทางเป็นจุดเริ่มต้น-การเคลื่อนจากที่แห่งหนึ่งไปยังจุดหมายที่ห่างไกล นิทรรศการจึงเป็นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ความเคลื่อนไหว กับ ภาพถ่ายอนาล็อก การรับรู้เรื่องเวลาและสถานที่ กลายเป็นแก่นหลักในการสะท้อนประสบการณ์ของนักเดินทาง โดยภาพถ่ายทั้งหมดถูกบันทึกด้วยกล้องฟิล์มระหว่างการเดินทาง จับทั้งชีวิตที่เคลื่อนไหว และช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง

การเดินทางไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคยต้องอาศัยเวลา เช่นเดียวกับกระบวนการของกล้องฟิล์ม ที่ไม่ให้ผลลัพธ์โดยทันที หากแต่ต้องอาศัยการอยู่กับปัจจุบัน การสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่อาจผ่านไปโดยไม่หวนกลับมา สถานที่เปลี่ยนแปลง ภูมิทัศน์เคลื่อนไหว โดยเฉพาะเมื่อเดินทางด้วยรถไฟ ภาพที่ปรากฏเป็นช่วงๆ บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในภาพถ่ายเดียวที่ซ้อนทับกันของฉากหลัง ความทรงจำ และกาลเวลา ฯลฯ

นิทรรศการชุดนี้จึงเชิญชวนให้ค่อยๆ พิจารณา โดยสู่ห้วงเวลาและพื้นที่อันไกลโพ้น บันทึกของนักเดินทาง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลงานภาพถ่าย แต่คือการบันทึก การเดินทางผ่านภาพที่จะยังดำเนินต่อไป การก้าวผ่านความคุ้นชินไปสู่การเรียนรู้ การจดจำ และการเดินทางต่อไปข้างหน้า   

ส่วนอีกห้องแสดง “ทางกลับบ้าน” โดย ทวีวิทย์ กิจธนสุนทร และ อนุพงศ์ เจริญมิตร เรื่องเล่าคู่ขนานที่เกิดขึ้นท่ามกลางการสลายตัวของความหมายดั้งเดิมของบ้านในฐานะที่พักพิงทางใจ ผลงานของศิลปินไม่เพียงย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่เป็นการเดินทางกลับที่เต็มไปด้วยคำถาม โดยส่วนหนึ่งจากข้อมูลศิลปิน ทวีวิทย์ ใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกเศษเสี้ยวที่ถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน เป็นการสำรวจพื้นที่ชวนผู้ชมตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่หลงเหลือจากบ้าน

ขณะเดียวกัน อนุพงศ์ สร้างภาพเคลื่อนไหว (Moving Image) ที่เปรียบเสมือนบทกวีแห่งการเดินทางสู่เส้นขอบฟ้า เส้นพรมแดนระหว่างความจริงและความฝัน ระหว่างอดีตและอนาคต ความเปราะบางของจิตใจมนุษย์ถูกเผยผ่านภาพลักษณ์ที่สั่นไหว ฯลฯ“ทางกลับบ้าน” จึงมิได้มุ่งหวังถึงปลายทางของการเดินทาง หากแต่เน้นย้ำระหว่างทาง งานศิลปะในนิทรรศการปล่อยให้ผู้ชมเป็นผู้กำหนดว่าบ้านที่แท้คืออะไร หรือบางทีอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องมีคำตอบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้