ทั้งนี้ “ดวงจันทร์” โดยเฉพาะ “ด้านมืด” ที่มีการวิเคราะห์วิพากษ์ว่า “อาจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว” นั้น เมื่อมนุษย์มีการไปเดินไปสำรวจบนพื้นผิวได้อีกครั้งเมื่อไหร่ ปริศนาที่วิเคราะห์วิพากษ์กันเซ็งแซ่เกลื่อนโซเชียลก็อาจจะคลี่คลาย ซึ่งก็ไม่แน่ว่าสถานะของ “ดวงจันทร์” นั้น…ในอนาคต “อาจมิใช่แค่ดาวบริวารของดาวโลก??”ดังที่คุ้นเคยกันมายาวนาน…

ชื่อ “ดวงจันทร์” หรือ “มูน (Moon)”…

ใครจะรู้ในอนาคตอาจมีชื่อใหม่??”

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การจะไปสำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์จากโลก แบบไปเหยียบไปเดินอีกครั้ง แม้จะมีข่าวโครงการของประเทศมหาอำนาจด้านอวกาศออกมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องตามดูกันไปอีกนานพอควร… ณ ที่นี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล-จะชวนดูเรื่อง “ชื่อเรียกดวงจันทร์” ซึ่ง “ดวงจันทร์” หรือที่คนไทยบางทีก็เรียก “พระจันทร์” นั้น มีชุดข้อมูลเกี่ยวกับ“ชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงในแต่ละเดือน”ที่เผยแพร่ไว้ทาง เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. ที่ก็น่าสนใจ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลโดย ฟ้าประกาย เจียรคุปต์ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

หลักใหญ่ใจความมีว่า… ชื่อดวงจันทร์เต็มดวงแต่ละเดือน มีการตั้งโดยชนพื้นเมืองในแต่ละพื้นที่ โดยจะเรียกต่างกันไปตามวัฒนธรรม โดยเฉพาะตามสภาพแวดล้อม ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ได้เป็นชื่อที่ใช้เป็นทางการ โดย “ชื่อจันทร์เต็มดวงในแต่ละเดือน” ที่นิยมอ้างอิงถึงกันนั้น ก็มีที่มาจากหลากหลายพื้นที่ รวมถึงจาก“ตำนานของชาวแองโกลแซกซัน”และจาก“ตำนานพื้นเมืองทวีปอเมริกาเหนือ” …ซึ่งข้อมูลในชุดข้อมูลดังกล่าวมี “ชื่อจันทร์เต็มดวงแต่ละเดือน” ที่น่าสนใจ

เริ่มจาก เดือน ม.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “วูล์ฟมูน (Wolf Moon)”เนื่องจากเดือน ม.ค. ของทุกปีเป็นช่วงฤดูหนาวที่หิมะตก มักได้ยินเสียงหมาป่าหอนท่ามกลางอากาศหนาว จึงเป็นที่มาของชื่อนี้, เดือน ก.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “สโนว์มูน (Snow Moon)” โดยเดือนนี้เป็นช่วงที่หิมะตกหนักที่สุด จึงมีการนำคำว่า Snow หรือหิมะ มาตั้งชื่อดวงจันทร์เต็มดวง, เดือน มี.. จันทร์เต็มดวงเดือนนี้ถูกเรียกว่า “เวิร์มมูน (Worm Moon)” เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูหนาว หิมะเริ่มละลาย พื้นดินเริ่มอ่อนตัวลง และบรรดาไส้เดือนเริ่มโผล่ออกมาจากพื้นดิน จึงเป็นที่มาของชื่อในเดือนนี้,เดือน เม.. ชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงคือ “พิงค์มูน (Pink Moon)” โดยเดือนนี้ท้องทุ่งต่าง ๆ เต็มไปด้วยสีชมพูของดอกฟล็อกซ์ จึงเป็นที่มาชื่อจันทร์เต็มดวงเดือนนี้

เดือน พ.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “ฟลาวเวอร์มูน (Flower Moon)” ซึ่งเดือนนี้ในบางพื้นที่เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง จึงเป็นที่มาการเรียกชื่อดวงจันทร์เต็มดวงในเดือนนี้ตามสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล, เดือน มิ.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “สตรอเบอร์รี่มูน (Strawberry Moon)” เพราะเป็นช่วงที่สตรอเบอร์รี่สุก และเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวผลสตรอเบอร์รี่ ก็จึงเป็นที่มาชื่อจันทร์เต็มดวงในเดือนนี้, เดือน ก.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “บัคมูน (Buck Moon)” โดยเป็นช่วงที่กวางตัวผู้จะมีเขาใหม่งอกจากหัว จึงเป็นที่มาของชื่อนี้, เดือน ส.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “สเตอร์เจียนมูน (Sturgeon Moon)” จากการที่เป็นช่วงเดือนที่ทะเลสาบที่ทำการประมงของชนเผ่าอัลกอนควินมีฝูงปลาสเตอร์เจียนจำนวนมาก

เดือน ก.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “คอร์นมูน (Corn Moon)” โดยเดือนนี้เป็นช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวโพดของหลายพื้นที่ จึงเป็นที่มาของชื่อดวงจันทร์เต็มดวงในเดือนนี้, เดือน ต.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “ฮันเตอร์มูน (Hunter Moon)” เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนที่อาศัยในซีกโลกเหนือเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูหนาว โดยมีการล่าสัตว์หรือฆ่าสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อถนอมอาหารไว้ในฤดูหนาว, เดือน พ.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “บีเวอร์มูน (Beaver Moon)” โดยในเดือนนี้เป็นช่วงที่บีเวอร์กระตือรือร้นที่จะเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูหนาว ก็เป็นช่วงที่วางกับดักเพื่อจับตัวบีเวอร์เพื่อนำขนไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย, เดือน ธ.. มีชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงว่า “โคลด์มูน (Cold Moon)” เพราะเป็นช่วงที่ประเทศซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว จึงเป็นที่มาชื่อจันทร์เต็มดวงเดือนนี้

…จากที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” สะท้อนต่อมาข้างต้นก็เป็น “ชื่อเรียกจันทร์เต็มดวงแต่ละเดือน 12 เดือน” ที่มีข้อมูลเผยแพร่ไว้ทาง เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางประเทศตะวันตก ที่ในแต่ละเดือนก็จะมีการเรียกชื่อต่างกันไป ตามสภาพแวดล้อม ตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง ส่วนในประเทศไทยเราแม้จะไม่มีการเรียกชื่อจันทร์เต็มดวงเป็นชื่อที่ต่างกันไปในแต่ละเดือน 12 เดือน ถึงกระนั้น“ดวงจันทร์”ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวในทางตำนานเล่าขาน ตลอดจนในทางโหราศาสตร์ ขณะที่ในทางดาราศาสตร์นั้นนับวันคนไทยเราก็ให้ความสนใจดวงจันทร์ในทางนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ก็ดังที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ระบุไว้ในตอนต้น คือตอนนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับ “ดวงจันทร์”ประมาณว่า“อาจเป็นฐานของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มาจับตาดาวโลก??” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสนใจของคนไทยไม่น้อย จากการที่มีการวิเคราะห์วิพากษ์ และมีการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับดวงจันทร์ในกรณีนี้เผยแพร่ออกมามากพอสมควร ซึ่งก็มีคอนเทนต์ไม่น้อยที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ ในขณะที่เรื่องเกี่ยวกับ “สิ่งมีชีวิตต่างดาว” นั้นก็เป็นเรื่องที่คนสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้ก็น่าจะมีคนไทยไม่น้อยที่แหงนมอง “ดวงจันทร์” ในมุมมองและความคิดที่เปลี่ยนไป ซึ่งบางคนอาจคิดว่า “ดาวบริวารดาวโลก” ดวงนี้นั้น…

มนุษย์โลกเรียก “ดวงจันทร์มูน (Moon)”

จะ “มีชื่ออื่นโดยมนุษย์ต่างดาวมั้ย??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิส์