หลังจากก่อนหน้านี้ ที่เกิดเหตุการณ์ลักพาตัวนักแสดงชื่อดังชาวจีน โดยผ่านทางชายแดนไทยไปยังประเทศที่สาม ก็เป็นชนวนใหญ่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนบอกลาประเทศไทยแล้วหันไปเที่ยวประเทศอื่นแทน
ปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวคือเรื่องของ “ความปลอดภัย” ซึ่งถือเป็นปัจจัยแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวจะใช้ตัดสินใจว่าจะออกเดินทางไปประเทศนั้นหรือไม่
แม้เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในการกำกับดูแลก็ตาม แล้วก็เป็นเรื่องยาก ที่จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในไทยนั้นปลอดภัย 100% เพราะที่ไหนในโลกก็ทำไม่ได้
แต่!! เมื่อเหตุเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินการ…คือ ทำทุกด้านอย่างฉับไวและต้องทำเชิงรุก!!
ในกรณีนักท่องเที่ยวมาเลย์… แม้ “สรวงศ์ เทียนทอง” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาฯ จะเทคแอคชั่นทันที ทั้งการแสดงความเสียใจ ทั้งการเข้าช่วยเหลือดูแล ทั้งการประสานงานกับสถานทูตมาเลเซีย เพื่อดำเนินการในทุกทางในการดูแลนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ราย
ในข้อเท็จจริงแล้ว การดำเนินการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูจะไม่เป็นกระแสเท่ากับกระแสในโลกของโซเชียลที่ประเทศไทย กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในไทย ในหลาย ๆ สถานการณ์ แม้ไม่ได้ถูกทำร้ายเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สารพัดเหตุการณ์ที่ไม่ประทับใจก็แห่ผุดกันขึ้นมามากมาย
ทั้งประสบการณ์ เจอคนล้อมหน้าล้อมหลัง ตุ๊กตุ๊กโก่งราคา ทิ้งไว้กลางทาง แท็กซี่ขับออกนอกเส้นทาง ยันจับตัวเรียกค่าไถ่ รวมไปถึงคนไทยไม่ยอมรับพฤติกรรมของคนในชาติตัวเอง
ต้องยอมรับว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในโซเชียล นั้นกำลังเกิดขึ้นมากมาย จึงเป็นความพยายามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งระดมชี้แจง เร่งกู้เร่งสร้างภาพลักษณ์ กลับคืนมา
แม้เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย มีเพียงส่วนน้อย แต่ส่วนน้อยก็สามารถกลับกลายเป็นพลังที่สามารถทำให้เกิดความเชื่อ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องได้ไม่น้อยเช่นกัน
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก!! ที่คนในวงการ ต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการในเชิงรุก เพราะอาจส่งผลกระทบโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ต่างแห่แหนเดินทางมาท่องเที่ยว ในทุกเทศกาล
โดยในช่วง 7 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทย มีมากกว่า 19.29 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 6.35% โดยสร้างรายได้ 895,157 ล้านบาท ลดลง 4.22%
ในจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาตินี้ มาชาวจีนจะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวไทยเป็นอันดับหนึ่งที่จำนวน 2,686,326 คน ก็ตาม แต่ชาวมาเลเซียก็เข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับที่สอง ที่ 2,658,184 คน น้อยกว่าชาวจีนไม่กี่หมื่นคน
แม้นักท่องเที่ยวจีนมาท่องเที่ยวไทยมากที่สุด แต่ก็เป็นจำนวนที่ลดน้อยถอยลงไปกว่า 40% ทีเดียว อย่างที่บอกสาเหตุที่คนจีนมาเที่ยวไทยลดลง ส่วนหนึ่งก็มาจากกระแสโซเชียล ที่ย้ำว่ามาเที่ยวไทยแล้วไม่ปลอดภัย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ หากยังปล่อยให้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ โอกาสซ้ำรอยที่นักท่องเที่ยวมาเลย์จะเลิกเดินทางมาเที่ยวไทย เหมือนกับนักท่องเที่ยวจีน ก็มีไม่น้อยเช่นกัน
ด้วยเหตุปัจจัยเช่นนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านความมั่นคง ทั้งด้านการท่องเที่ยว ในทุกส่วนงาน ต้องออกมาบอก มาสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ทั้งการสรุปเหตุการณ์ ความคืบหน้า วิธีการดูแลนักท่องเที่ยว ที่สำคัญต้องเน้นย้ำว่าการเดินทางมาเที่ยวไทยนั้นยังมีความปลอดภัย เพราะไทยมีมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด
ถ้าหากรัฐบาลปล่อยผ่านในเรื่องนี้ โดยให้เกิดแต่ข่าวด้านลบที่นักท่องเที่ยวได้รับเพียงด้านเดียว ปัญหาย่อมต้องเกิดกับการท่องเที่ยวของไทยแน่นอน
ดังนั้น ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยมีหลากหลายพายุเข้ามาถล่ม ก็ต้องเร่งต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจนเข้าตำราที่ว่า “วัวหายล้อมคอก”.
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”



