นางเหวียน ถิ เฮือง เกษตรชาวเวียดนาม นอนหลับไม่สนิท นับตั้งแต่ทางการบอกให้เธอย้ายออกจากไร่ของเธอ โดยเสนอเงินเพียง 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,000 บาท) พร้อมข้าวสารเป็นการตอบแทน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะถูกแทนที่ด้วยรีสอร์ตกอล์ฟที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
รีสอร์ตกอล์ฟแห่งนี้ ซึ่งมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ย. นี้ เสนอแพ็กเกจชดเชยให้กับชาวบ้านหลายพันคน เพื่อให้พวกเขาย้ายออกจากที่ดินซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินมานานหลายปี หรือหลายสิบปี
โครงการดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกสำหรับธุรกิจครอบครัวของทรัมป์ในเวียดนาม ซึ่งเร่งกระบวนการอนุมัติ เนื่องจากรัฐบาลฮานอยเจรจาข้อตกลงการค้าฉบับสำคัญกับรัฐบาลวอชิงตัน
กระนั้น แหล่งข่าวหนึ่งรายงานว่า ผู้พัฒนาโครงการกำลังปรับลดประมาณการค่าชดเชย จากประมาณการเบื้องต้นที่สูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,000 ล้านบาท) โดยไม่ให้รายละเอียดถึงสาเหตุของการปรับลดข้างต้น
ปัจจุบัน พื้นที่ขนาด 990 เฮกตาร์ที่จะกลายเป็นสนามกอล์ฟ รองรับสวนผลไม้ที่ปลูกกล้วย ลำไย และพืชผลอื่น ๆ ซึ่งแม้บางคนจะมองเห็นโอกาส แต่เกษตรกรจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุ และพวกเขากังวลว่าจะต้องดิ้นรนเพื่อหาทางเลี้ยงชีพแบบอื่น ในเศรษฐกิจที่คึกคักของเวียดนาม ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่
“ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกังวลเกี่ยวกับโครงการนี้ เพราะมันจะยึดที่ดินของเราไปและทำให้เราตกงาน” เฮือง วัย 50 ปี กล่าว
อนึ่ง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ “คินห์บั๊ก ซิตี” ของเวียดนาม และหุ้นส่วน จะพัฒนาสโมสรกอล์ฟ หลังจากจ่ายเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 161 ล้านบาท) ให้กับบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น หรือ องค์กรทรัมป์ สำหรับสิทธิในการใช้แบรนด์ ซึ่งธุรกิจครอบครัวของทรัมป์จะบริหารรีสอร์ตกอล์ฟ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่จะไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน และการชดเชยแก่เกษตรกร
แม้ทรัมป์กล่าวว่า ทรัพย์สินของเขาในธุรกิจต่าง ๆ อยู่ในกองทุนทรัสต์ที่บุตรของเขาเป็นผู้จัดการ แต่การเปิดเผยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า รายได้จากธุรกิจเหล่านั้นตกเป็นของเขาในท้ายที่สุด
ทั้งนี้ ทางการเวียดนามจะกำหนดอัตราค่าชดเชยขั้นสุดท้าย โดยพิจารณาจากขนาดและตำแหน่งของที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย.
ขณะที่ นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวในพิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับโครงการรีสอร์ตหรูและสนามกอล์ฟ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เกษตรกรชาวเวียดนามจะได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม
แต่ถึงอย่างนั้น เกษตรกรบางคนมองว่า อัตราการชดเชยที่ทางการเสนอให้นั้น “อยู่ในระดับต่ำ” อีกทั้งพวกเขาไม่แน่ใจว่า โครงการธุรกิจเช่นนี้จะส่งผลดีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร เพราะที่ดินผืนนี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้สร้างถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะอื่น ๆ แม้ทนายความและนักลงทุนหลายคนกล่าวว่า สโมสรกอล์ฟจะสร้างงานที่ดีขึ้น และทำให้ชาวบ้านร่ำรวยขึ้นก็ตาม.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



