หลังกระแสตอบรับดีภายหลังเปิดตัวแคมเปญ #ThaiRisers จนทำให้ 50 ผู้ประกอบการแบรนด์ไทยยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น ทางติ๊กต็อกก็ได้นำความสำเร็จของผู้ประกอบไทยทั้ง 50 แบรนด์ที่มียอดขายถล่มทลายผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวมาถอดรหัส หวังให้ผู้ประกอบการคนอื่น ๆ นำไปเป็นกรณีศึกษาปรับใช้ในการสร้างยอดขายจากตลาดสินค้าออนไลน์
กรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์ ผู้บริหารติ๊กต็อก ประเทศไทย กล่าวว่า จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับทั้ง 50 แบรนด์ไทย ผ่านแคมเปญ #TikTokShopThaiRisers พิสูจน์ถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ประกอบการที่ใช้งานแพลตฟอร์มจะทราบดีว่า ติ๊กต็อกช็อปไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเพื่อขายของ แต่ช่วยให้คนได้ค้นพบสินค้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และยังเชื่อมต่อให้ผู้คนมีโอกาสได้สัมผัสสเรื่องราวเบื้องหลัง และรับแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ด้วย ซึ่งในแง่การตลาดแล้ว พลังของการเชื่อมต่อนี้ได้เปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ได้อย่างตรงจุด จนส่งผลให้แบรนด์ไทยประสบความสำเร็จทั้งการค้นหาลูกค้าที่ใช่ ลูกค้าใหม่ และยอดขายให้ธุรกิจไปพร้อมกัน ส่งผลให้ “สินค้าท้องถิ่นมีช่องทาง” เข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก อาหารทะเลแห้ง ผลไม้แปรรูป จนส่งผลดีกลับคืนไปสู่ชุมชน

ส่วน “กลยุทธ์สำคัญ” ที่ทำให้แบรนด์ไทยในแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารคนเดิมให้ข้อมูลว่า ต้องย้อนกลับไปช่วงคัดเลือกแบรนด์ไทยให้มาร่วมแคมเปญ ทางทีมงานที่คัดเลือกไม่ได้มองหาแค่แบรนด์ที่มียอดขายสูงสุด แต่ค้นหาแบรนด์ที่มี DNA เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ไทยประสบความสำเร็จ โดยกำหนดไว้ 4 มิติ ได้แก่ 1.ต้องเป็นแบรนด์คนไทยแท้ ๆ ที่ก่อตั้งและขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการไทย 2.ต้องมีเรื่องราวการเติบโต ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ 3.ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคอมมูนิตี้อย่างจริงใจ และ4.ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกคืนสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน หรือเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจชุมชนตนเอง ซึ่งน่าดีใจที่มีแบรนด์ไทยที่มีองค์ประกอบเนี้ ในหลายประเภทสินค้า เช่น แฟชั่น ความงาม อาหาร-เครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์ และของตกแต่งบ้าน ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้คือตัวแทน DNA ความเป็นไทยอย่างแท้จริง โดยทางผู้บริหารของติ๊กต็อกไทย ยังได้มีการถอดรหัสแบรนด์ไทยที่ทำยอดขายผ่านโซลูชั่นนี้ว่า
“จุดเด่นที่น่าสนใจของแบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จ จนมียอดสินค้าติดตะกร้าล้นนั้น มีคีย์เวิร์ดเด่น ๆ ดังนี้ คือ1.ไม่ได้เลือกใช้โซลูชันอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้ทุกโซลูชันเพื่อเสริมพลังการตลาด 2.คัดเลือกครีเอเตอร์ที่มีสไตล์สอดคล้องกับแบรนด์ 3.เชื่อในความสามารถของครีเอเตอร์ 4.พิจารณาเลือกใช้ครีเอเตอร์จากโปรไฟล์และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 5.หมั่นทดสอบและพัฒนากลยุทธ์ และ 6.การรู้จักเลือกใช้ข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์มให้เป้นประโยชน์ต่อแบรนด์”.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



