ครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียมจะทรงย้ายเข้าไปอยู่ใน “ฟอเรสต์ ลอดจ์” (Forest Lodge) พระตำหนักขนาดแปดห้องนอนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพระตำหนักขนาดสี่ห้องนอนในปัจจุบันของพระองค์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน

หนังสือพิมพ์ “เดอะ ซัน” ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าว โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีนแห่งเวลส์ พระชายา รายงานว่า ทั้งสองพระองค์ทรงถือว่าพระตำหนักหลังนี้เป็น “บ้านตลอดชีวิต” ขณะที่โฆษกของพระราชวังเคนซิงตัน ยืนยันว่า ครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียมจะทรงย้ายในช่วงปลายปีนี้


เดอะ ซัน ระบุเสริมว่า เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ทรงออกค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมแซม การย้าย และการเช่าด้วยพระองค์เอง อีกทั้งแหล่งข่าววงในบอกกับหนังสือพิมพ์ว่า ทั้งสองพระองค์ทรงหวังว่าจะ “เริ่มต้นชีวิตใหม่” หลังเจ้าหญิงแคเธอรีน ทรงได้รับการวินิจฉัย และเข้ารับการถวายการรักษาโรคมะเร็ง เมื่อปี 2567


อย่างไรก็ตาม การวางรากฐานถาวรที่เมืองวินด์เซอร์ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของพระราชบักกิงแฮม ในฐานะที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์สหราชอาณาจักร


“มันคงจะเป็นหายนะ หากพระราชวังบักกิงแฮมถูกปล่อยไว้อย่างนั้น เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ เทียบได้กับทำเนียบขาวของสหรัฐ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก” นายริชาร์ด ฟิตซ์วิลเลียมส์ นักวิจารณ์ราชวงศ์ กล่าว


อนึ่ง พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ทรงประทับ ณ พระราชบักกิงแฮม นับตั้งแต่ปี 2380 ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภาสหราชอาณาจักร และบ้านเลขที่ 10 ดาวนิงสตรีท หรือทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร รวมถึงเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่าง ๆ


แม้ในช่วงฤดูร้อน พระราชวังบักกิงแฮมที่มี 755 ห้อง เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ในพื้นที่บางส่วน แต่ปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 พระชนมพรรษา 79 พรรษา ทรงไม่ได้ประทับอยู่ที่นั่น และในอนาคตอันใกล้นี้ ท่ามกลางการบูรณะครั้งใหญ่ มูลค่า 369 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 16,000 ล้านบาท)


ทั้งนี้ พระราชวังบักกิงแฮม เป็นเพียงหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งของราชวงศ์สหราชอาณาจักร อีกทั้งเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ทรงมีบ้านหลายหลัง ซึ่งฟิตซ์วิลเลียมส์ กล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จถูกมองว่า “มีบ้านมากเกินไป”


แต่ถึงอย่างนั้น เขาเตือนว่า ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายของราชวงศ์สหราชอาณาจักรควรทราบว่า การบูรณะพระราชวังบักกิงแฮมเป็นไปตามกำหนดการ ไม่เกินงบประมาณแต่อย่างใด และพระราชวังบักกิงแฮมจะมีบทบาทสำคัญเสมอ


“พระราชวังบักกิงแฮม จะยังคงเป็นศูนย์กลางของสถาบันพระมหากษัตริย์ของสหราชอาณาจักรตลอดไป ไม่ว่าเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ทรงประทับอยู่ที่นั่นหรือไม่ก็ตาม” ฟิตซ์วิลเลียมส์ กล่าวทิ้งท้าย.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP