เกี่ยวกับเรื่องนี้ เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือ www.sme.go.th มีคำแนะนำว่า “สิทธิบัตร” คือหนังสือสำคัญที่รัฐออกให้ เพื่อคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง โดยแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention) ที่เป็นความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบโครงสร้าง กลไกผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีผลิต การรักษา การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น หรือเป็นกรรมวิธีที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม 2.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดเป็นสิทธิพิเศษให้ผู้ประดิษฐ์หรือผู้ออกแบบมีสิทธิผลิตหรือจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในช่วงเวลาหนึ่ง 3.อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) เป็นหนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ ที่มีลักษณะคล้ายกับการประดิษฐ์ แต่จะเน้นเรื่อความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงนัก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อยและมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น
ส่วนวิธีการยื่นขอจดทะเบียนนั้น บทความนี้ได้เน้นไปที่ “สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์” โดยสามารถยื่นได้ที่ ส่วนงานบริหารงานจดทะเบียน ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ผู้ประกอบการมีภูมิลำเนาอยู่ โดยยื่นได้ 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 ยื่นจดโดยตรงกับเจ้าหน้าที่พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม และ วิธีที่ 2 คือการส่งคำขอทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงเจ้าหน้าที่พร้อมชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนานัติสั่งจ่ายกรมทรัพย์สินทางปัญญา
อย่างไรก็ดี แต่ก่อนจะยื่นขอรับสิทธิบัตร ผู้ประกอบการก็ต้องตรวจสอบว่าสินค้า บริการ หรือนวัตกรรมนั้น ๆ ไม่เข้าข่ายลักษณะที่ทำให้ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ เช่น เป็นแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่การออกแบบใหม่, เป็นแบบที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้ว, เป็นแบบที่เมีการเปิดเผยรูปภาพและรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่อยู่ก่อนแล้ว, เป็นแบบที่เคยมีประกาศโฆษณาของสำนักสิทธิบัตร, เป็นแบบที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม, เป็นแบบที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
นอกจากนั้น ทาง สสว. ยังได้แนะนำ “วิธีสังเกต” สินค้า บริการ หรือนวัตกรรม ที่ยื่นขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ว่า ต้องไม่มีลักษณะดังนี้ คือ 1.ไม่เป็นการออกแบบที่มีหรือยังไม่มีการใช้แพร่หลาย 2.ไม่เคยมีการเปิดเผยภาพอันเป็นสาระสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่อยู่แล้ว และ 3.เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งสามารถผลิตเชิงอุตสาหกรรมและหัตถกรรม นี่เป็นข้อมูลที่เอสเอ็มอีด้านนี้ สามารถนำไปพิจารณาเพื่อปรับใช้เป็นแนวทางได้.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



