สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า กฎหมายการอนุญาตการป้องกันประเทศ (เอ็นดีเอเอ) ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งอนุมัติงบประมาณสำหรับกองทัพสหรัฐ มูลค่ามากเป็นประวัติการณ์ถึง 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 38.8 ล้านล้านบาท) ผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ด้วยคะแนน 216 ต่อ 212 เสียง
ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของพรรค โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันเกือบทั้งหมด ยกเว้น 7 คน ลงคะแนนเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าว และสมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมด ยกเว้น 6 คน ลงคะแนนคัดค้าน
อนึ่ง พรรคเดโมแครตคัดค้านการอนุมัติงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และสมาชิกพรรครีพับลิกัน กำลังลดการใช้จ่ายในโครงการเพื่อสังคม
The US House of Representatives narrowly passed its version of a massive defense policy bill, despite Democrats' concerns about its huge price tag, the Iran war and a provision that would boost Pentagon ties to Israel https://t.co/i141UQaY8l
— Reuters (@Reuters) July 23, 2026
นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินอยู่และไม่เป็นที่นิยม ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า จนถึงขณะนี้มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.26 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม พรรครีพับลิกันระบุว่า การใช้จ่ายเงินหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ “มีความจำเป็นอย่างยิ่ง” เพื่อสนับสนุนกองทัพในการทำสงครามกับอิหร่าน เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาระบบป้องกันประเทศและการจัดซื้ออุปกรณ์ และให้สวัสดิการแก่ทหาร เช่น การปรับขึ้นเงินเดือนสูงสุด 7% รวมถึงการก่อสร้างค่ายทหารและที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัว
ทั้งนี้ อีกมาตรการหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับพรรคเดโมแครต คือ บทบัญญัติที่จะขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางทหาร ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล แม้มีเสียงเรียกร้องจากชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝ่ายซ้าย ให้รัฐบาลวอชิงตันลดการสนับสนุนอิสราเอล เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความสูญเสียอย่างหนักต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ จากการโจมตีในฉนวนกาซา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



