นายอาร์เต็ม วัยรุ่นชาวรัสเซีย ใช้เวลา “ครึ่งชีวิตของเขา” ในโลกออนไลน์ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่น ทว่ามันอาจกลายเป็นความเสี่ยงในไม่ช้า เนื่องจากกฎหมายห้ามค้นหาเนื้อหาที่ “สุดโต่ง” จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเดือนหน้า
แม้รัสเซียจำกัดเสรีภาพสื่อ และเสรีภาพในการพูดทางออนไลน์อย่างมาก นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 แต่กฎหมายฉบับใหม่ยกระดับการเฝ้าระวังทางดิจิทัลขึ้นไปอีกขั้น
กฎหมายดังกล่าวจะปรับเงินผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ค้นหาเว็บเพจ หนังสือ งานศิลปะ หรืออัลบั้มเพลงที่ทางการถือว่า “สุดโต่ง” ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่กว้างมาก และในรัสเซีย มันอาจหมายถึงกลุ่มผู้ก่อการร้าย และฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้
ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนายอเล็กซี นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซียผู้ล่วงลับ หรือ “ขบวนการเพศทางเลือกระหว่างประเทศ” ซึ่งทั้งสองอย่างถูกจัดให้เป็น “เนื้อหาสุดโต่ง” อาจนำไปสู่การปรับเงินสูงสุด 5,000 รูเบิล (ราว 2,000 บาท)
อาร์เต็มกล่าวว่า เขาสนใจในเรื่องอนาคตของรัสเซีย นโยบายของผู้นำประเทศ และนโยบายของรัฐบาลต่างประเทศ แต่เขาคาดว่า ชีวิตของเขาจะ “เปลี่ยนไป” เมื่อกฎหมายฉบับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย. นี้ ส่งผลให้เขาต้องระมัดระวัง “ทุกครั้งที่คลิก”
“ผมจะหลีกเลี่ยงเว็บไซต์จากประเทศที่ถูกเรียกว่า ‘ไม่เป็นมิตร’ แม้เว็บไซต์เหล่านี้เป็นเว็บไซต์ที่ผมสนใจมากที่สุดก็ตาม” อาร์เต็ม กล่าวอย่างขมขื่น
ขณะที่ นายเซอร์เก นักออกแบบเครื่องประดับ วัย 33 ปี ในกรุงมอสโก กล่าวว่า กฎหมายใหม่ทำให้เขา “รู้สึกกลัว” เพราะมันอาจเกิดกรณีที่ว่า เขาสามารถค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอย่างอิสระ แต่อาจถูกตัดสินว่ามีความผิดในวันถัดไป
มิหนำซ้ำ กฎหมายฉบับใหม่ยังทำให้เกิดความกังวลในกลุ่มผู้สนับสนุนทำเนียบเครมลินเช่นกัน และเรียกเสียงคัดค้านที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย หรือสภาดูมา ประมาณ 60 คน
อนึ่ง ผู้สันทัดกรณีด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์คนหนึ่งกล่าวว่า กฎหมายข้างต้นละเมิดหลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่า การอ่านไม่สามารถถูกลงโทษได้
“ในตอนนี้ การค้นหาบนอินเทอร์เน็ตมีความอันตราย และรัฐบาลมอสโกต้องการทำให้ทุกคนหวาดกลัว” ผู้สันทัดกรณีกล่าวเพิ่มเติม พร้อมกับเสริมว่า รัสเซียกำลังเข้าใกล้การเฝ้าระวังและการควบคุมในระดับเดียวกับจีน
นอกจากนี้ กฎหมายยังแบนการโฆษณาเครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือวีพีเอ็น ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายในรัสเซีย เพื่อหลีกเลี่ยงการบล็อกเว็บไซต์ตะวันตกโดยรัฐ และการเซ็นเซอร์
สำหรับกฎหมายฉบับแยกต่างหาก ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย. เช่นกัน จะทำให้ชุมชนออนไลน์ทั้งหมดถูกตราหน้าว่าเป็น “กลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่ง” หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งถูกระบุว่าเป็นเช่นนั้น ส่งผลให้ชุมชนหลายแห่งปิดตัว หรือปรับโครงสร้างเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลชี้ให้เห็นว่า การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในระดับประเทศ “จะดำเนินการได้ยาก” และกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายหลักเป็นบุคคลที่ถูกทางการรัสเซียเพ่งเล็งอยู่แล้ว เนื่องจากมุมมองทางการเมืองของพวกเขา.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



