ร้อยโท พรชัย เค้าแก้ว หรือ “ปุ้ย” นักตะกร้อจอมเก๋าวัย 45 ปี จากจังหวัดขอนแก่น ประกาศอำลาทีมชาติไทย อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากที่โลดแล่นผ่านร้อนผ่านหนาวบนถนนสายนี้มายาวนานกว่า 20 ปี
“ถึงเวลาแล้ว ที่มต้องกล่าวคำขอบคุณต่อทุกคน วันนี้เป็นวันที่ผมได้บอกลาในฐานะ “นักกีฬาทีมชาติไทย” อย่างเป็นทางการ
“ผม ร.ท.พรชัย เค้าแก้ว อยากใช้โอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณต่อทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาที่ผมได้มีเกียรติรับใช้ชาติ ทุกกำลังใจ ทุกความทรงจำ ทุกการแข่งขัน และทุกเหรียญรางวัลที่ได้รับมา ล้วนไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดจากผมเพียงคนเดียว”
“ผมจึงต้องขอขอบคุณจากใจ พ่อแม่ และครอบครัวของผม สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย กองทัพบก ทุกสโมสรที่ผมเคยร่วมงาน ผู้จัดการทีม โค้ช และเพื่อนร่วมทีม พี่ ๆ น้อง ๆ นักกีฬาทุกคนที่ได้ร่วมฝึกซ้อม ต่อสู้ และแข่งขันเคียงข้างกันมาตลอด พี่ ๆ น้องๆ สื่อมวลชนทุกคน ที่คอยให้กำลังใจและนำเรื่องราวของตะกร้อไปบอกต่อ”
“แม้อาชีพนักกีฬาของผมจะสิ้นสุดลง แต่เส้นทางของผมกับวงการตะกร้อยังไม่สิ้นสุด ผมจะยังคงอยู่ตรงนี้ เพื่อสานต่อสิ่งที่ผมรักและเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต ขอบคุณจากใจ”
นั่นคือความในใจของนักตะกร้อผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของไทย เจ้าของฉายา “ราชาหน้าตาข่าย”
ตลอดระยะเวลา 20 ปี กับการรับใช้ชาติในฐานะนักกีฬานั้น “เจ้าปุ้ย” ได้สร้างตำนานและความยิ่งใหญ่ให้กับวงการตะกร้อในแบบที่ใครก็เทียบไม่ได้
เขาไม่เพียงเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความมุ่งมั่นและหัวใจนักสู้ เขาคือคนที่พาตะกร้อไทยคว้าแชมป์นับไม่ครั้งถ้วน
กับสถิติคว้า 18 เหรียญทองจากซีเกมส์ 10 สมัย และอีก 10 เหรียญทองจากเอเชียนเกมส์ 5 สมัย นั้น การันตีความเป็น “ฮีโร่” และ “ตำนาน” ขนานแท้ได้เป็นอย่างดี
พรชัย ไม่เพียงแต่เป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุด แต่เขาคือแบบอย่างของวินัย ความเสียสละ และความรักเพื่อนร่วมทีม “เจ้าปุ้ย” คือ “พี่ใหญ่” ที่คอยซัพพอร์ตทุกคน คือเสาหลักที่แบกรับทีมชาติไทย มาหลายยุคสมัย
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาฉันใด เส้นทางนักกีฬาก็ย่อมมีวันเลิกลาฉันนั้น และ “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว จะถูกจดจำในฐานะ “นักตะกร้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล”
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งอย่างที่ “ราชาหน้าตาข่าย” ได้นำมาสู่คนประเทศไทยและคนไทย ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา



