ณ เขตปลอดอากรแห่งใหม่บนพรมแดนอุซเบกิสถาน-อัฟกานิสถาน นายซาเยด ซาเฮอร์ ชาห์ ตัวแทนกลุ่มตาลีบัน รู้สึกยินดีกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอัฟกานิสถานในภูมิภาคนี้


“เรามีแผนการใหญ่สำหรับเอเชียกลาง” ซาเฮอร์ ชาห์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่เขตไอริทอม ใกล้กับเมืองเทอร์เมซ ทางตอนใต้ของอุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างเอเชียกลางที่เป็นอดีตสหภาพโซเวียต กับอัฟกานิสถาน


นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถานเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ความร่วมมือทางเศรษฐกิจถือเป็นความกังวลสำคัญที่สุดในกลุ่ม 5 ประเทศของเอเชียกลาง ซึ่งหวาดกลัวการเผยแพร่ลัทธิอิสลามหัวรุนแรง แต่ซาเฮอร์ ชาห์ กล่าวว่า นโยบายของอัฟกานิสถานมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจแบบเปิด และรัฐบาลคาบูลมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ


เขตไอริทอม ซึ่งเปิดเมื่อปีที่แล้ว มีธุรกิจประมาณ 300 แห่ง ร้านอาหาร ห้องสมุด ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมฮิลตัน และศูนย์การแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีศุลการกรใด ๆ จากธุรกรรมในเขตนี้


สำหรับการเดินทางไปยังเขตไอริทอม ชาวอัฟกันจำเป็นต้องข้าม “สะพานมิตรภาพ” ซึ่งเคยถูกใช้โดยกองกำลังโซเวียตที่ถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานเมื่อปี 2532 เช่นเดียวกับทหารอัฟกานิสถานที่หนีจากการรุกคืบแบบสายฟ้าแลบของกลุ่มตาลีบันในปี 2564


แม้ชาวอัฟกานิสถานสามารถเดินทางเข้าอุซเบกิสถานโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานถึง 15 วัน และเขตไอริทอมมีความเปิดกว้าง แต่มันยังคงมีความกังวลด้านความปลอดภัยอยู่บ้าง โดยเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดที่ทางเข้าเขต และวางลวดหนามบนกำแพงโดยรอบ รวมถึงมีตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบของอุซเบกิสถาน ลาดตระเวนและเฝ้าระวังในพื้นที่


อนึ่ง ภูมิภาคเอเชียกลางที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล พยายามฟื้นคืนบทบาททางประวัติศาสตร์ในฐานะ “เส้นทางการค้าที่สำคัญ” ซึ่งการเข้าถึงทะเลโดยมุ่งหน้าลงใต้ผ่านอัฟกานิสถาน มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเส้นทางขึ้นเหนือผ่านรัสเซีย ถูกขัดขวางโดยมาตรการคว่ำบาตร


นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียกลาง กำลังเปิดตัวโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ทางรถไฟ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มตาลีบัน ส่งผลให้อัฟกานิสถาน ซึ่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่าเผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรม มีแนวโน้มที่จะได้รับความมั่นคงทางพลังงานและอาหารเพิ่มขึ้น


อันที่จริง การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียกลางกับรัฐบาลคาบูล เริ่มต้นมานานแล้ว ก่อนที่รัสเซียกลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่ให้การยอมรับรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


คาซัคสถานถอดกลุ่มตาลีบันออกจากรายชื่อองค์กรก่อการร้ายในปี 2567 ขณะที่อุซเบกิสถานเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต และคีร์กีซสถานเรียกร้องให้ชาติตะวันตกยอมรับรัฐบาลตาลีบัน


ด้านเติร์กเมนิสถาน ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “ทีเอพีไอ” (TAPI) ซึ่งเชื่อมต่อจากเติร์กเมนิสถาน ผ่านอัฟกานิสถานและปากีสถาน ไปยังอินเดีย


แม้แต่ทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นประเทศเดียวในเอเชียกลางที่วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มตาลีบัน ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเช่นกัน.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP