ในปัจจุบัน “ยาไวอากร้า” หรือชื่อทางการแพทย์ว่า ยากลุ่มต้านเอนไซม์พีดีอี-5 (เช่น ซิลเดนาฟิล ทาดาลาฟิล วาร์เดนาฟิล อวานาฟิล) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ใช้รักษาผู้ชายที่มีปัญหาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ รวมทั้งผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์ หลายคนเลือกใช้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ใช้ยานี้เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดคำถามว่า การทานยาพีดีอี-5 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อันตรายหรือไม่?

กลไกของยา ยากลุ่มต้านเอนไซม์พีดีอี-5 จะช่วยทำให้หลอดเลือดที่องคชาตคลายตัวและขยายออก ส่งผลให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิดการแข็งตัวได้เมื่อมีสิ่งเร้าทางเพศ ยาไม่ได้ทำให้เกิดความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นเอง ไม่ได้รักษาโรคโดยตรง แต่ช่วยแก้อาการชั่วคราวเมื่อใช้

ใช้ยาระยะยาว : อันตรายหรือไม่? การศึกษาระยะยาวหลายฉบับยืนยันว่า ยากลุ่มต้านเอนไซม์พีดีอี-5 มีความปลอดภัยสูงในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ใช้ต่อเนื่องหลายปี แต่ก็มีข้อควรระวัง ดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้ ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก ตาพร่ามัว เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (โดยเฉพาะทาดาลาฟิล) โดยทั่วไปเป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง

หากใช้ไม่ถูกต้อง การใช้เกินขนาด อาจทำให้ความดันโลหิตลดลงมาก จนเกิดอาการหน้ามืดหรือหมดสติ มีรายงานการมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นสีเพี้ยน หรือหูอื้อ สูญเสียการได้ยินชั่วคราวในบางราย

ผลต่อโรคประจำตัวและยาที่ใช้ร่วม ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต (ยาโรคหัวใจบางชนิด) เพราะเสี่ยงต่อความดันตกอย่างรุนแรง อันตรายถึงชีวิต ผู้ที่มีโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ไม่ควรซื้อยากินเองโดยไม่ตรวจ เพราะอาการเสื่อมสมรรถภาพอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจหรือเบาหวานที่ยังไม่ถูกวินิจฉัย

ผลทางจิตใจ ผู้ชายบางคนเมื่อใช้ยาต่อเนื่องอาจเกิดความกังวลว่า “ถ้าไม่มียาจะทำไม่ได้” จนกลายเป็นการพึ่งพิงทางจิตใจ.