นับถอยหลังจะเหลือเวลาอีกประมาณ 70 วัน การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไทยแลนด์ 2025 จะเริ่มขึ้นแล้ว
“ซีเกมส์ 2025” ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยมี 3 จังหวัดหลักร่วมเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา
ซีเกมส์ครั้งนี้ จะเป็นครั้งที่ 7 ของประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยจัดมาแล้ว 6 ครั้ง เมื่อปี ค.ศ.1959, 1967, 1975, 1985, 1995 และ 2007 โดยกำหนดชิงชัยทั้งหมด 50 ชนิดกีฬา 574 เหรียญทอง รวมทั้ง 3 กีฬาสาธิต ได้แก่ กีฬาทางอากาศ, ชักกะเย่อ และจานร่อน กับอีก 1 กีฬาเพื่อการสร้างมูลค่า (Special Value-Added Events/Activities) คือ ศิลปะการต่อสู้แบบผสม (Mixed Martial Arts – MMA)

พิธีเปิดและปิดการแข่งขันซีเกมส์ 2025 เดิมทีกำหนดไว้ที่ท้องสนามหลวง แต่เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของนักกีฬาทุกชาติอย่างรัดกุมและเพื่อป้องกันการเกิดเหตุไม่คาดคิด ทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ย้ายมาจัดที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก
โดยโลโก้อย่างเป็นทางการได้รับการออกแบบให้ผสมผสานลวดลายสนามกีฬากับศิลปะไทยดั้งเดิม นำเสนอความงดงามของวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Play by the Rules” ซีเกมส์ 2025 ไม่เพียงเป็นเวทีประชันศักยภาพของนักกีฬาระดับอาเซียนเท่านั้นยังสะท้อนถึงระเบียบวินัย ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งขัน
ขณะที่ “เดอะสาน” มาสคอตประจำซีเกมส์ ได้รับการออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความพากเพียร และจิตวิญญาณแห่งนักกีฬา

นอกจากความตื่นเต้นของการแข่งขันในปีนี้ ประเทศไทย ยังเน้นยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล พร้อมส่งเสริมแนวคิด “Green SEA Games” เพื่อการจัดการแข่งขันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้พลังงานสะอาด
นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของไทย ในฐานะเจ้าภาพที่มุ่งสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน
ในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 70 วันนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อให้มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ออกมาให้ดีที่สุด
พร้อมกันนี้ยังขอเชิญประชาชน นักกีฬา และนักท่องเที่ยว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “SEA Games 2025” โดยสามารถติดตามข่าวสารและบรรยากาศการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ ได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “SEA GAMES Thailand 2025”
เว็บไซต์ www.seagames2025.org และ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “กองประชาสัมพันธ์ กกท.”
ถึงเวลาแล้วที่พวกเราชาวไทย จะมารวมพลัง รวมเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อไทย มาร่วมกันส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย ให้คว้าชัยในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนไปด้วยกัน



