เมื่อใช้รถยนต์คู่ใจไปสักพัก หลายๆคนอาจะเจออาการที่ช่างจะต้องเปลี่ยน “คอยล์จุดระเบิด” แต่สงสัยไหมครับว่าคืออะไร มีความสำคัญต่อรถยนต์ของคุณอย่างไร? วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” มีคำตอบมาฝาก
คอยล์จุดระเบิด (ignition coil) ทำหน้าที่สร้างไฟแรงสูง โดยใช้หลักการเดียวกันกับหม้อแปลงไฟฟ้า โดยจะเพิ่มแรงเคลื่อนจาก 12 โวลต์ เป็นไฟแรงสูงถึง 18,000 – 40,000 โวลต์ ซึ่งแตกต่างกันไปในเครื่องยนต์เบนซินแต่ละรุ่น วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกระโดดของกระแสไฟที่เขี้ยวหัวเทียน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ให้เกิดการเผาไหม้
ภายในคอยล์จุดระเบิด ประกอบด้วย ขดลวด”ปฐมภูมิ”และ ขดลวด”ทุติยภูมิ” พันอยู่บนแกนเหล็กอ่อนเดียวกัน โดย ขดลวดปฐมภูมิ เป็นลวดทองแดงขนาดใหญ่ประมาณ 150-300 รอบ รับไฟแรงดันต่ำที่จ่ายมาจากแบตเตอรี่ ขณะที่ส่วนขดลวดทุติยภูมิ เป็นขดลวดไฟแรงสูง เพื่อที่จะจ่ายให้กับหัวเทียน พันด้วยลวดทองแดงขนาดเล็ก ประมาณ 20,000 รอบ
ประเภทของคอยล์จุดระเบิด
คอยล์จุดระเบิดแบบใช้จานจ่าย คอยล์ประเภทนี้จะอยู่ในเครื่องเบนซินในยุคเก่า ตัวคอยล์จะอยู่นอกจานจ่าย แต่ในยุคต่อมาผู้ผลิตได้นำคอยล์มาไว้ในตัวจานจ่าย การจ่ายไฟของคอยล์จะสัมพันธ์กับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ โดยใช้สายหัวเทียนเป็นทางเดินกระแสไฟไปยังหัวเทียน
คอยล์จุดระเบิด แบบไดเร็ก เครื่องยนต์เบนซินเกือบทั้งหมดในปัจจุบันใช้คอยล์จุดระเบิดประเภทนี้ โดยจะมีเซนเซอร์ เช่นเดียวกับ คอยล์จุดระเบิด แบบกึ่งไดเร็ก ส่งสัญญาณไปยังกล่อง ECU ประมวลผลแล้วส่งสัญญาณมาควบคุมการจุดระเบิด ตัวคอยล์ยึดอยู่บนฝาวาวล์ต่อตรงไปยังหัวเทียนโดยไม่ต้องใช้สายหัวเทียน
ทั้งนี้ หาก “คอยล์เสีย” จะส่งผลให้ไฟไม่ออก เครื่องยนต์สะดุดเดินไม่เต็มสูบ หรือไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้ครับ..



