เอาจริงๆ ผ่าน 2 เกมแรก คัดเอเชียนคัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย สถานการณ์หมิ่นเหม่ต่อการก้าวพลาด ตกรอบ ตกขบวน ชวดไปรอบ 24 ทีมสุดท้าย

เนื่องจากมีเกมบุกแพ้ เติร์กเมนิสถาน 1-3 ทำให้แต้มเป็นรองเติร์กฯ 3 แต้ม

นัด 3-4 เจอ ไต้หวัน โจทย์คือต้อง 6 แต้ม เพราะยังไงต้องคิดเผื่อไว้ก่อนว่า เติร์กฯ จะชนะ ศรีลังกา ไป-กลับ

คือหมดชุดนี้ ถ้าไทยโดนเติร์กฯ ทิ้งไปมากกว่า 3 แต้ม ก็เป็นอันจบข่าว ตกรอบแหงๆ รอแค่ตัดริบบิ้น เพราะเกม 5 เติร์กฯ จะเปิดบ้านเจอ ไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม แมตช์เดย์ 3 ก่อนไทยลงสนาม มีจุดพลิกผัน ศรีลังกา เปิดบ้าน ชนะ เติร์กเมนิสถาน 1-0

แม้เป็นการขุด ศรีลังกา โผล่มาร่วมแจม แย่งตั๋วเข้ารอบ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ เติร์กฯ ฉลุยฉุยฉาย

ช้างศึก จึงไม่กดดันนักในการเล่นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน กับไต้หวัน คือจะว่าไป ขอแค่ชนะ ก็โอเคแล้ว

แต่สิ่งที่หลายคนต้องการเห็น คือ “ชนะอย่างสวยหรู”

อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีกองหน้าอาชีพลงสนาม และ อิชิอิ ก็เลือกที่จะยังไม่ใช้ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ก็อาจส่งผลถึงความลงตัวในเกมรุก

ทีมไทยเหนือกว่าชัดเจน และ ไต้หวัน ก็มาพิงเชือก แต่ช้างศึกยังไม่โป๊ะเชะ จนเวลาล่วงผ่านพ้นครึ่งทาง

การวางบอลหลังไลน์เกมรอบ ใช้แบ๊กขวา-ซ้าย ได้ผลดี แต่บอลสุดท้ายนี่ซิ่ ที่ไม่มีตัวสอดมายิง

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ คือคนรับหน้าที่นี้ และเขาก็ทำจ๊อบหาโอกาสได้ดี แต่นั่นแหละ เปลี่ยนโอกาสเป็นสกอร์ไม่ได้

จนครึ่งหลังถึงจะปลดล็อก จากการโหม่งของ “ซูเปอร์ซับ” เสกสรรค์ ราตรี ต่อด้วย “กัปตันเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ตวัดยิงทะลุช่อง

จบ 2-0 ไทยได้ 3 แต้มที่ต้องการ แต่ผลงานอาจไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลแฮปปี้ทั้งหมด

ด้วยการเจอคู่ต่อสู้ที่ห่างขนาดนี้ และเขาก็เอาเด็กมาเล่นเยอะ ไทยควรไปได้สวยกว่าที่เป็น

ดังนั้น อิชิอิ ก็อาจยังไม่พ้นช่วง “อึมครึม” นัก

และยิ่ง “อึมครึม” ขึ้นอีกกับเสียงวิจารณ์เรื่องเลือกนักเตะ

ก่อนเตะนัด 3 กับไต้หวัน มี 2 กองหน้าถอนตัว ปรเมศย์ อาจวิไล, ศุภชัย ใจเด็ด แต่ อิชิอิ ไม่เลือกกองหน้ามาเลย ใส่ อนันต์ ยอดสังวาลย์ กับ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว

นั่นทำให้เหลือกองหน้าคนเดียว(ที่มีใบเหลืองติดตัวด้วย) คือ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย

และเมื่อจบเกมที่ราชมังคลากีฬาสถาน โจนาธาร เข็มดี กับ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ เจ็บถอนตัว

คนแรกเรียก ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ ตำแหน่งเซ็นเตอร์ แทนเซ็นเตอร์…ไม่มีปัญหา

แต่อีกรายนี่ซิ่ ปีกขวาเจ็บ เรียกแบ๊กขวา สันติภาพ จันทร์หง่อม

เจริญศักดิ์ ถอนตัว แฟนบอลคิดถึงว่า อิชิอิ อาจจะเรียกกองหน้ามาเพิ่ม เพราะฝั่งขวาก็มีทั้ง เสกสรรค์ ราตรี กับ ชาญณรงค์ อยู่แล้ว

แต่กลายเป็นว่าเรียกแบ๊กขวา!

ทรัพยากรกองหน้าไทย น้อยขนาดนั้นเลยหรือไร “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่กระแสเรียกร้อง มีรายงานว่า อิชิอิ ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้

หมดจาก มุ้ย ก็ไม่มีใครเลยหรือไงที่ดีพอสำหรับ อิชิอิ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ คิดแล้วก็น่าสลด

ทรงวุฒิ, สันติภาพ เข้ามา อิชิอิ บอกเหตุผลง่ายๆ คือ 1.จะเรียกคนอื่นก็ไม่สะดวก บางคนอยู่ไกล 2.คุ้นเคยกับ 2 คนนี้

สันติภาพ มาเติมแบ๊กขวาแบบนี้ น่าจะคิดเผื่อไปได้เลย ถึงการวางตัวของ อิชิอิ

นิโคลัส มิคเกลสัน ที่นัดก่อนเล่นแบ๊กขวา น่าจะถูกโยกไปซ้าย โดยที่ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เล่นขวา โดย สันติภาพ สแตนด์บาย ศุภนันท์

แนวรุก ธีรศักดิ์ นั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องใบเหลืองติดตัวแล้ว น่าสนใจว่า อิชิอิ จะจัดลงหรือไม่ หรือจะใช้ ชนาธิป กับ เบนจามิน เดวิส สลับกันเหมือนเดิม

ตำแหน่งอื่นไม่น่ามีอะไรเปลี่ยน เพราะการเรียกตัวของ อิชิอิ ก็ไม่ได้มีนัยถึงการเปลี่ยนแผนสักเท่าไหร่

เขายังมั่นใจศักยภาพที่จะชนะไต้หวันได้

ซึ่งมันก็ควรจะได้

ไต้หวัน เล่นในบ้าน หวังกันว่าจะเดินเกมมากขึ้น จะเป็นผลดีกับทีมชาติไทย มีช่องมากขึ้น

แต่ดู ไต้หวัน เล่นนัดแรก ก็ไม่ค่อยแคร์กับเกมรุกเท่าไหร่นะ นัดนี้เขาจะเอาเหรอ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ช้างศึก จะชนะในเกมนี้อย่างที่คาด และอีก 3 แต้ม เป็น “9 แต้ม” จะส่งผลสำคัญอย่างยิ่ง

ไต้หวัน-ไทย เตะเวลาไทย 17.30 น. เรามีโอกาสขึ้นแท่นก่อน

ส่วนอีกคู่ที่ต่างมี 6 แต้ม เติร์กเมนิสถาน พบ ศรีลังกา เตะเวลาไทย 20.45 น.

ดีสุดของคู่หลัง คือให้เสมอกัน ทีมชาติไทย จะเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ทันที

แต่ถ้า เติร์กฯ ชนะขึ้นมาก็กลับสู่เส้นทางเต็มตัว หนังกลับไปฉายม้วนเดิม ไทย-เติร์กฯ ชิงกันนัดสุดท้าย (โดยที่ไทยเป็นรองที่โดนยิงก่อน 1-3)

อีกมุม หากศรีลังกา ชนะ ก็จะกลายเป็นคู่แข่งแย่งเข้ารอบของไทยแทนทันที

และนัดต่อไป เดือน พ.ย. ไทย ต้องไปเยือน ศรีลังกา ซะด้วย

ก่อนที่จะปิดท้าย 31 มี.ค.ปีหน้า เปิดบ้านพบ เติร์กเมนิสถาน

เป็น 2 เกมส่งท้ายโหดๆ ของทีมชาติไทย

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราต้องเก็บแต้มที่ “ต้องได้” ให้ครบเสียก่อน

3 แต้มจาก ไทเปมูนิซิปัล สเตเดียม …ต้องมีให้ได้!

แล้วไปนั่งบนภู รอดูผลอีกคู่กันว่า สถานการณ์จะชี้ไปทิศทางไหน

และถ้าทุกอย่างจะเป็นใจอีกนิด หลัง ไทย ชนะ ไต้หวัน

แล้ว เติร์กเมนิสถาน ไม่ชนะ ศรีลังกา ซึ่งเกมนี้ เติร์กฯ จะไม่ได้เล่นในสนามหญ้าเทียมแล้วด้วย

“ช้างศึก” จะยึดจ่าฝูงกลุ่มทันที ด้วยคะแนนมากกว่า ศรีลังกา(หรือถ้ามามี 9 แต้ม เท่ากัน ไทยก็ผลเฮดทูเฮดดีกว่า)

อยู่ในตำแหน่งที่ดีเยี่ยมอย่างยิ่ง ก่อนเข้าสู่ 2 นัดสุดท้าย.

วุฒินล บุญวานิช