@ภาพใหญ่ของการเมืองระดับประเทศ ที่ ณ วันนี้ที่”ถนนทุกสายต่างมุ่งสู่ปราสาทสายฟ้า”พรรคภูมิใจไทยภายในการบริหารของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” ผู้เป็น”หัวหน้าพรรค” และภายใต้”ผู้นำจิตวิญญาณ”ที่ชื่อ”เนวิน ชิดชอบ” หรือที่มี”สมญานาม”ว่า”ครูใหญ่” ซึ่งเป็นพรรคการเมือง”อนุรักษ์นิยม” ที่มา”แทนที่” ของ”พรรคเพื่อไทย” อย่าง”สมบูรณ์”ที่พร้อมจะ”ขัดขวาง” พรรคการเมือง”ขั้วเสรีนิยม”ทุก”รูปแบบ” …..ทุก”ก้าวย่าง” ของ”ภูมิใจไทย” ที่นำมาสู่ความ”สำเร็จ” และเป็นส่วนหนึ่งของ”รัฐพันลึก” ล้วนมาจาก”มันสมอง” ที่”กลั่น”มาจาก”ประสบการณ์””ทาง”การเมือง” ของ”เนวิน ชิดชอบ” ที่ผ่าน”ร้อนผ่านหนาว” จาก”พรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะ”ไทยรักไทย” ซึ่งเป็น”อดีตพรรคการเมือง” ที่ เคย”กวาดต้อน” นักการเมือง “นักเลือกตั้ง” จาก”ทุกสารทิศ” มารวมกัน จนกลายเป็น”รัฐบาล” จาก”ฝีมือ”ของ”ทักษิณ ชินวัตร” และ”สูตรสำเร็จ” เหล่านี้ เป็น”ส่วนหนึ่ง” แห่ง”พลังดูด” ของ”พรรคภูมิใจไทย” ที่แม้แต่”พรรคประชาชน” ผู้ให้”โอกาส” กับ”พรรคภูมิใจไทย” ในการเป็นให้”อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรค “ก้าวสู่” ตำแหน่ง” นายกรัฐมนตรี” ก็ได้”อ้าปากเหวอ” ในอาการ”กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”…..ดังนั้น 4 เดือน ของการเป็น”รัฐบาล” ของ”อนุทิน ชาญวีระกุล”ภายใต้”แบรนด์”ของ”ภูมิใจไทย” จึงมอง”ข้ามชอร์ต”ไปได้เลย เพราะไม่มี”อุปสรรค”ใดๆ มา”แผ้วพาล”ให้ต้อง”สะดุดหยุดลง” อย่างที่”พรรคเพื่อไทย”ต้องการ”การเมืองไทย” วันนี้จึงขอไปยัง”อนาคต” หลังการ”เลือกตั้ง” ที่”พรรคภูมิใจไทย” มีการวาง”ยุทธศาสตร์” ในการเป็น”รัฐบาล”อีก 4 ปี ซึ่งภายใต้ “มันสมอง”ของ”ครูใหญ่” ที่”ผสมผสาน”กับ”รัฐพันลึก”ในการนำ”พรรคภูมิใจไทย” ใน”ขั้วอนุรักษ์นิยม” เป็น”รัฐบาล” หลังการ”เลือกตั้ง” ในปี 2569 ที่ “ชัดเจน”…..
@การเมือง ในการ”เลือกตั้ง”ของปี”2569” จึงเป็นการ”ต่อสู้” ระหว่าง”สามพรรคการเมือง” นั้นคือ”พรรคประชาชน” ภายใต้การนำของ”ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุธ” หัวหน้าพรรค ที่วันนี้ไม่ใช่”ละอ่อน”ทาง”การเมือง”อีกต่อไป และอย่าได้”ปรามาส”พรรคประชาชน จากในการ”เลือกตั้ง” ครั้งหน้า”พรรคจะ”ตกต่ำ” ได้”สส.” น้อยลง หรือ”ต่ำร้อย” เพราะ”พรรคประชาชน” ยังเป็น”พรรคการเมืองพรรคเดียว” ที่เป็น”ทางออก” ของ”ประชาชน” ที่”ปฏิเสธ”พรรคการเมือง”อนุรักษ์นิยม” และ”ปฏิเสธ” พรรคเพื่อไทย การที่”พรรคประชาชน” ทำหน้าที่”ไม้ค้ำกล้วย” ให้กับ”พรรคภูมิใจไทย” อาจจะทำให้”คะแนนเสียง” ของ”พรรคประชาชน” มากขึ้นกว่าเดิม ก็เป็นไปได้….ส่วน”พรรคเพื่อไทย” หลังการ”พ่ายแพ้”ทาง”นิติสงคราม” ผู้นำที่เป็น”นายกรัฐมนตรี” ทั้ง”เศรษฐา ทวีสิน” และ”แพทองธาร ชินวัตร” ถูก”ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัย ว่ามีความผิดทาง”จริยธรรม” ต้องพ้นจากการเป็น”นายกรัฐมนตรี” และ”พรรคเพื่อไทย” ยัง”พ่าย” ต่อเกมการเมือง” ให้กับ”พรรคภูมิใจไทย” เสียตำแหน่ง”แกนนำ” ในการ”จัดตั้งรัฐบาล”อย่าง”ง่ายดาย” เพราะ”พรรคประชาชน”เลือก” ที่จะ”ไว้วางใจ” อนุทิน ชาญ วีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” มากกว่าที่จะ”ไว้วางใจ” ผู้นำ”จิตวิญญาณ”ของ”พรรคเพื่อไทย” อย่าง”ทักษิณ ชินวัตร”จนทำให้”พรรคเพื่อไทย” ภายใต้การนำของ” ภูมิธรรม เวชยชัย” ซึ่งเป็น”ร่างทรง” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” ต้อง”ยะญ่ายพ่ายจะแจ”กลายเป็น”พรรคฝ่ายแค้น”….และ”พรรคเพื่อไทย” ยิ่ง”ทรุดหนัก” มากขึ้น เมื่อ”ทักษิณ ชินวัตร” ต้อง”ระเห็จ”เข้าไป”พักผ่อน” อยู่ใน”เรือนจำคลองเปรม” เพราะ”พิษสง”ของการ”วางแผน” ในการเป็น”นักโทษเทวดา” ที่ “ชั้น 14” ของ”โรงพยาบาลตำรวจ”…..วันนี้”พรรคเพื่อไทย” จึงต้องทำทุก”วิถีทาง” ในการ”ฟื้น”ความ”เชื่อมั่น” ต่อ”ประชาชน” ซึ่งได้เห็น”ภาพ”ของ”แพทองธาร ชินวัตร” ที่”พยายาม” ออกมา”กอบกู้” พรรคเพื่อไทยในทุก”วิถีทาง” และแม้แต่ผู้นำ”จิตวิญญาณ” ที่”พักผ่อน” ใน”เรือนจำคลองเปรม” ก็มีการ”ทำ”ประชาสัมพันธ์” ผ่านการ”เยี่ยม” ของคนใน”ครอบครัว” และการทำ”กิจกรรม”ของคน”เสื้อแดง” ที่”หน้าเรือนจำ” เป็น”ระยะๆ” เพื่ออย่าให้”ประชาชน” ลืม…..ดังนั้นการ”เลือกตั้ง” ในปี 2569 “พรรคเพื่อไทย” ต้อง”ทุ่มสุดตัว” ในการ”รักษาฐานที่มั่น” ข่าวว่า”สส.” ที่กำลัง”ไหลออก” ของ”พรรคเพื่อไทย” กำลัง”หยุดนิ่ง” เพื่อ”ประเมินสถานการณ์” หลังมี”สัญญาณ”จาก”บ้านจันทร์ส่องหล้า” ถึงความพร้อม”ในการ”สู้ศึก”การ”เลือกตั้ง” ครั้งใหม่ ทั้ง”แม่ทัพ นายกอง” และ”เสบียงกรัง”ดังนั้น”ศึกเลือกตั้ง” ในปี 2569 จะเป็น”การเลือกตั้ง”ที่”ดุเดือดพล่าน” และที่”สำคัญ” จะเป็นการ”เลือกตั้ง” ที่”เงินสะพัด” ทั่ว”ปฐพี” ต้องถามว่า”คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ” กกต.” จะ “รับมือ” กับการ”ขายสิทธิ” และการ”ซื้อเสียง” อย่างไร….
@ก็ไม่เห็นด้วยนะกับการที่”รัฐบาล”ชุดนี้ จะ”ผลักภาระ” ให้กับ”ประชาชน” ในการที่จะยกเลิก” เอ็มโอยู่ 43 และ 44” ที่”รัฐบาล”ของ”ประชาธิปัตย์” และ”เพื่อไทย” ทำไว้กับ”กัมพูชา” โดยจะเป็น”คำถามพ่วง” ให้”ประชาชน” เป็นผู้”ตัดสิน” ว่าจะ”ยกเลิก”หรือไม่”ยกเลิก” เอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ ประเด็นแรก “ประชาชน” ทั่วประเทศ “เข้าใจ” เรื่องของ”เอ็มโอยู” ทั้ง 2 ฉบับ แค่ไหน เพียงใด และหากต้องให้”ประชาชน” เป็นผู้”ตัดสิน” เชื่อเถอะ ไม่ได้”ตัดสิน” ในเรื่อง”ผิด-ถูก” แต่”เป็นเรื่อง”สะใจ” และให้”ยกเลิก” เป็นการ”เห็นด้วย” ให้”รัฐบาล” ทำการ”ยกเลิก” ได้ไม่มี”เหตุผล” แต่เป็นความ”เกลียด” ผู้นำของ”กัมพูชา” เท่านั้น….และโดย”ข้อเท็จจริง” และโดยความ”ถูกต้อง” การยกเลิก”เอ็มโอยู” ทั้ง “สองฉบับ” เป็น”หน้าที่”ของ”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ไม่ใช่เรื่องของ”ประชาชน” ดังนั้นไม่ควรให้”ประชาชน” เป็นผู้”ตัดสินใจ”ไม่เหมือนกับเรื่อง”รัฐธรรมนูญ” ที่เป็นเรื่องที่”ประชาชน” ต้องมี”ส่วนร่วม” ในการ”ตัดสินใจ”…..
@เรื่อง”เศรษฐกิจ-ปากท้อง “ ของ”ประเทศ” และ”ประชาชน” เรื่องนี้ไม่เขียนถึงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่อง”สำคัญ” ของ”รัฐบาล 4 เดือน” ที่แม้มีเวลา”น้อยนิด” ในการ”บริหารประเทศ แต่เรื่อง”เศรษฐกิจ-ปากท้อง” เป็น”หัวใจ”ที่”สำคัญ” ที่ต้อง”แก้ไข” อย่าง”ฉับไว” เพราะแค่”การ”แจกเงิน” ใน”โครงการคนละครึ่ง” ยังไม่”เพียงพอ” เป็นการให้”น้ำเกลือ” สำหรับ”คนป่วย”ธรรมดา แต่”เศรษฐกิจ” และปัญหา”ปากท้อง” ของ” ประเทศไทย” ถ้าเป็น”คนป่วย” ก็เรียกว่า”โคม่า” ดังนั้นการ”ฟื้น” เรื่อง”เศรฐกิจ-ปากท้อง” จึงต้องดีที่”ฝีมือ” ของ” รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์” และ”รัฐมนตรี” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง” รองนายกฝ่าย”เศรษฐกิจ” และ”รัฐมนตรี” กระทรวงการคลัง ซึ่งใน”สามคน” เป็น”รัฐมนตรี” ที่มาจาก”คนนอก” ที่เชื่อว่าเป็น”มืออาชีพ”ที่” รัฐบาล” ของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” ผู้เป็น”นายกรัฐมนตรี” ฝากเป็น”ความหวัง”ไว้ ส่วนจะ”หวังได้ไม่ได้” ก็ต้อง”ติดตาม” เพราะทั้ง”สามรัฐมนตรี” ต่างออกมา”ตีฆ้องร้องป่าว” ว่าจะดำเนินการในเรื่อง นั้น นี้ โน่น” ให้”ประชาชน” ได้รับทราบแล้ว….
@อีกเรื่อง ที่เป็นเรื่อง”สำคัญ” ที่” รัฐบาล” ต้องเร่ง”แก้ไข” นั้นคือ” บริษัทของกลุ่มทุนจีน” ที่”ไหลหลั่ง” เข้ามาใน”ธุรกิจการก่อสร้าง” ที่เป็น”ธุรกิจศูนย์เหรียญ” ที่ไม่ต่างจาก”ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่เกิดขึ้นใน”อดีต” ที่ทำให้”กลุ่มทุน” และ”นักลงทุน” ที่เป็น”สัญชาติไทย” ใน”ประเทศ” ได้รับความ”เดือดร้อน” เป็น”อย่างยิ่ง” ก็ต้องถาม”รัฐบาล” ว่า”จะ”แก้อย่างไร” กับปัญหานี้…เรื่องของ”ยิว” หรือชาว”อิสราเอล” ที่เข้ามา”ยึดหัวหาด” ในพื้นที่ “เกาะพงัน” และ”เกาะสมุย” จ.สุราษฎร์ธานี เป็น”ฐาน”ในการ”ทำมาหากิน” ทั้งด้านการ”ท่องเที่ยว” และ อื่นๆ มีการ”ซื้อที่ดิน” ซื้อ”อาคาร” โดยการใช้”นอมินี” เป็น”ตัวแทน” ในการ”ดำเนินการ”ซึ่งไม่”แตกต่าง”กับ”ที่” อ.ปาย” จ.แม่ฮ่องสอน” ที่มี”ชาวยิว” เข้ามา”ยึดหัวหาด” ในการ”ถือครองที่ดิน” และการ”ทำมาหากิน” นับ”หมื่นๆ”คน ที่เป็นเช่นนี้ ไม่ต้องไปโทษใคร ต้องโทษ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ทั้ง”ตำรวจท้องที่,ตำรวจท่องเที่ยว,ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, และ”ฝ่ายปกครอง” สุดท้าย”ฝีแตก” กลายเป็น”ข่าวใหญ่โต” จน”พล.ต.ท.ยงยศ เทพจำนงศ์” ผู้ช่วย ผบ.ตร. ต้องลงมา แก้ปัญหา ด้วยตนเอง ….. ไม่ต่างกับเรื่อง”สวนปาล์ม” ของ”กลุ่มทุน” ใน จ.ชุมพร .จ.กระบี่”และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ตอนบน ที่หมด”สัมปทาน”ไปแล้วกว่า 10 ปี แต่”หน่วยงานของรัฐ” ในพื้นที่ ที่สังกัด “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” รวมทั้ง”ฝ่ายปกครอง” หรือ”ผู้ว่าราชการจังหวัด” ไม่เคย”จัดการ”ในการนำ”สวนปาล์ม” ที่หมด”สัมปทาน”แล้ว มาดำเนินการให้”ถูกต้อง”ตาม”กฎหมาย” แต่ปล่อยให้” นายทุน” และ”กลุ่มอิทธิพล” ในพ้นที่เข้าไป”แสวงหาผลประโยชน์” ซึ่งอาจจะมี”เจ้าหน้าที่” มี”ส่วนร่วม” เพราะถ้า”เจ้าหน้าที่รัฐ” ไม่มี”ส่วนร่วม” เชื่อเถอะ เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นไม่ได้ วันนี้”กระทรวงทรัพย์ฯ” มี”สุชาติ ชมกลิ่น” เป็น”เสนาบดี” แทน” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” และ”ม็อบ” และเรื่องการ”แย่งชิงสวนปาล์ม” ที่หมด”สัมปทาน”แล้ว ระหว่าง”ผู้ที่ไม่มีที่ทำกิน”กับ”กลุ่มอิทธิพล” และ”กลุ่มทุน”ยังไม่”เลิกรา” มีการ”บุกรุก” มีการใช้”กำลัง” และ”อาวุธ” ซึ่งหาก”หน่วยงานองรัฐ” ยังไม่”ดำเนินการ”ให้ถูกต้อง เรื่องการ”แย่งชิงส่วนปาล์ม” อาจจะ”บานปลาย” และ”นองเลือด”ก็เป็นได้….
@อีกเรื่องที่”ชายแดนไทย-เมียนมา”ด้าน อ.กระบุรี จ.ระนอง ที่”คนไทย 40”ครัวเรือน” เข้าไป”ทำกินในพื้นที่”แนวชายแดน”ของทั้ง 2 ประเทศ ด้วยการ”ปลูกทุเรียน-ยางพารา” ในเนื้อที่ 3,000 “กว่าไร่ ทุกปี “คนไทย” เจ้าของสวน สามารถนำ”ผลผลิต” มา”จำหน่าย” ใน”ประเทศไทย”ได้ แต่ปีนี้ “ทหาร”จาก”กองกำลังเทพสตรี” ทำการ”จับกุม” คนไทย ที่นำ”ผลผลิต” เข้ามาขาย ในข้อหา”หลบหนีเข้าเมือง” และห้ามมิให้นำ”ผลผลิต”เข้ามาใน”ประเทศไทย” โดย อ้างว่าที่”ทำกิน” ของ”คนไทย”เป็น”แผ่นดิน”ของ”เมียนมา” ทั้งที่” เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น”ของ”เมียนมา” ไม่เคยมีการ”ยืนยัน”ว่าที่ดินที่คนไทยทำกินทั้ง 40 ครัวเรือน จำนวน 3,000 ไร่ เป็นของ”ประเทศเมียนมา”เพราะ”ชายแดน” ด้าน”จังหวัดระนอง” ยังไม่มีการ”ปักปันเขตแดน” ยังตอบไม่ได้ว่าที่ซึ่ง”คนไทย”เข้าไป”ทำกิน” เป็นของ”ประเทศไหน” การที่”กองกำลังเทพสตรี” ห้ามให้”คนไทย” นำ”ผลผลิต” เข้ามาขาย และ”จับกุมคนไทย” ในข้อหา”หลบหนีเข้าเมือง” จึงเป็นเรื่องที่”ไม่ถูกต้อง” และทำให้”ประเทศไทย” อาจจะ”เสียดินแดน” ที่ยังไม่ได้”ปักปันเขตแดน” ให้กับ”ประเทศเมียนมา” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็น”ความเดือดร้อน”ของ”ประชาชนไทย” ที่ต้องฝากให้”พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องดำเนินการเพื่อหา”ทางออก” ให้กับ”ราษฏร์ไทย” ที่เข้าไป”ทำกิน” ในที่ดินที่ยังไม่ได้มีการ”ปักปันเขตแดน” ในเมื่อ”เมียนมา” ยังไม่ได้”อ้างสิทธิ์” มี”เหตุผล”อะไร ที่”เจ้าหน้าที่ทหาร” ที่”ปฏิบัติหน้าที่” ใน”แนวชายแดน”ด้าน” อ.กระบุรี” จ.ระนอง” จะต้องไป”ตัดสิน” ว่าเป็น”แผ่นดิน”ของ”เมียนมา” ในเมื่อ”คนไทย” เข้าไป”ทำกิน” มาเป็นเวลานับสิบปี และทุกปีที่ผ่านมา ก็มีการนำ”ผลผลิต” เข้ามา”ขาย”ใน”ประเทศไทย” มาโดยตลอด เพิ่งจะมี”ปัญหา”ในปีนี้ และการที่”ตำรวจ สภ.กระบุรี จ.ระนอง” ดำเนินคดีกับ”ชาวบ้าน” ในข้อหา”หลบหนีเข้าเมือง” เป็นการเอา”หลักฐาน” อะไรมาตั้ง”ข้อหา” เป็นการ”ดำเนินคดี” ที่”ถูกต้อง”ตาม”กฎหมาย” หรือไม่ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด” ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร” ซึ่งเป็น”ฝ่ายปกครอง” และ” ผบก.ภ.จว.ชุมพร “ อย่า”ปัดสวะ” ให้”พ้นตัว” ต้องมีการร่วมกัน”แก้ปัญหา” ให้กับ”ประชาชน” ที่ได้รับความ”เดือดร้อน”….และสิ่งที่”ประชาชนชาวไทย” เขารู้ว่าเขาไม่ได้รับความ”เป็นธรรม” คือ” ผลผลิต”ของ”ประชาชน” ที่ทำกินใน”แผ่นดิน” ที่”เมียนมา” ยังไม่ยอมรับว่าเป็น”เจ้าของ” นำเข้ามาขายใน”ประเทศไทย”ไม่ได้ แต่”ผลผลิต” จาก” เมียนมา” ทั้ง”ยางพารา,ปาล์มน้ำมัน,หอยลาย,ปูดำ” ที่เป็น”สินค้าหลบหนี”ข้ามแดน ทำไมจึงมีการ”นำข้ามพรมแดน” อย่าง”ครึกโครม” ตาม”ช่องทางธรรมชาติ” โดยไม่”ถูกจับกุม” ชาวบ้านรู้นะ ว่า”แพปลาไหน” เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และ”นายทุน”คนไหน ที่เป็นผู้”รับซื้อยางพารา,ปาล์มน้ำมัน” เรื่องนี้จะให้”ประชาชน”เข้าใจอย่างไร หรือต้องให้”ชาวบ้าน” ต้อง”ลุกขึ้น”รบนาย” เพื่อให้”หายจน” เหมือนใน”อดีต”….
@ไอ้ที่ควร”ดำเนินการ”กลับไม่”ดำเนินการ” นั้นคือการที่”กลุ่มทุน” ในพื้นที่ จ.ชุมพร นำ”เครื่องจักรกล” ตัด”เส้นทาง” จาก”ชายแดนไทย-เมียนมา” ด้าน”ต.ลับล่อ-สลุย” อ.สวี จ.ชุมพร เพื่อ”โค่นป่า” ในฝั่ง”เมียนมา” ที่ยังไม่มีการ”ปักปันเขตแดน”นำที่ดินมา”ขาย” ให้กับ”ผู้ต้องการ” ที่ดินทำกิน ผู้ที่อยู่”เบื้องหลัง” ในเรื่องนี้ต้องเป็น”กลุ่มทุน”ที่มี”อิทธิพล”และต้องมี”คนมีสี” เป็นผู้”สนับสนุน” จึงจะทำได้ และนี้คือเรื่องที่”กองทัพภาคที่4” ต้องเร่ง”ดำเนินการ” อย่าให้”ชาวบ้าน”ต้อง”นินทา” ว่า” ทหาร”ที่”ปฏิบัติหน้าที่” ใน”แนวชายแดนไทย-เมียนมา” เก่งแต่กับ”ชาวบ้าน” แต่ไม่”กล้า”ที่จะ”แตะต้อง” กลุ่มของ”นายทุน” เรื่องนี้นอกจากขอให้” แม่ทัพภาคที่ 4” ให้ความ”สนใจ”แล้ว “พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผบ.ทบ.ก็ต้อง”ติดตาม”เพราะเรื่องนี้”เกี่ยวข้อง”ถึงกลุ่มทุน”สีเขียว”ของ”กองทัพภาคที่ 4 ด้วย…..
@เรื่องของ”ไฟใต้” ที่ยังเป็น”มหากาพย์”ที่”ไม่รู้จบ” หลังการเข้ามารับตำแหน่ง”แม่ทัพภาคที่ 4” ของ”พล.ท.นรธิป โพยนอก” ซึ่งเป็น”เสือข้ามห้วย” จาก”กองทัพภาคที่ 2” มา”รับไม้” ต่อจาก” พล.อ.ไพศาล หนูสงค์” ที่ไปรับตำแหน่ง”ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก” ขบวนการบีอาร์เอ็น ก็ให้การ”ต้อนรับ”อย่าง”สมเกียรติ” ด้วยการ”ปล้นร้านทอง” ใน”ห้างบิ๊กซี” สำหรับ”บิ๊กซี” ที่” อ.สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส ถือเป็น”ศูนย์รวมเศรษฐกิจ” ของ” เมืองชายแดน”แห่งนี้ การ”ปล้นทองหนัก 540” บาท จึงกลายเป็น”ข่าวใหญ่” และ”บีอาร์เอ็น”ไม่หยุดแค่การ”ปล้นทอง” แต่ยังส่ง” เยาวชน” ที่เป็นกลุ่มคน”หน้าขาว” ที่ได้รับการ”ฝึก” ให้เป็น”กองกำลังติดอาวุธ” เข้า”ถล่ม”หัวเมือง”เศรษฐกิจ” ด้วยการ”วางระเบิดแสวงเครื่อง” ใน”ศูนย์เยาวชน”และใน”สวนขวัญเมือง” ที่เป็น”ปราการชั้นใน” ของ” เทศบาลนครยะลา” ใช่ไม่เถียง ว่าระเบิดที่”ศูนย์เยาวชน 3 ลูก” และที่”สวนขวัญเมือง 7 ลูก และที่”โรงสนามช้างเผือก 1 ลูก” เป็น”ระเบิดแสวงเครื่อง” ที่คนร้าย”เจาะจง” ที่จะไม่ใช้”สะเก็ดระเบิด” ทำให้ไม่มี ใครต้อง”บาดเจ็บ-ล้มตาย”แต่เป็นการ”หยามน้ำหน้า” ของ”ตำรวจ,ทหาร “ และ”ฝ่ายปกครอง” ที่ไม่สามารถ”รักษาหัวเมืองเศรษฐกิจ” และ”เมืองชั้นใน” ที่เป็น”ปราการด่านสุดท้าย” เอาไว้ได้….สมมุติว่า ถ้า”เป้าหมาย” ไม่ใช่”สวนขวัญเมือง” และ”ศูนย์เยาวชน” แต่เป็น” ย่านการค้า” และ”ระเบิดแสวงเครื่อง” ทั้ง 11 ลูก มีการใส่”สะเก็ดระเบิด” และมี”น้ำหนัก” มากกว่านี้” อะไรจะเกิดขึ้นกับ”ประชาชน” ผู้”บริสุทธิ์” ใน”เขตเทศบาลนครยะลา” ทั้งหมดเป็นการ”บ่งชี้” ว่า” แนวร่วม” และ”กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่”เคลื่อนไหว” ในพื้นที่”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” และ”สี่อำเภอของจังหวัดสงขลา” สามารถ”เจาะแนวป้องกัน” ของ”ตำรวจ,ทหาร” และ”ฝ่ายปกครอง”ได้ทุกพื้นที่ อยู่ที่”โจรแบ่งแยกดินแดน” จะ”เลือกก่อเหตุ” ที่ไหน และ “อย่างไร….
@หลังการ”ปล้นทอง”ใน”ห้างบิ๊กซี” ที่”สุไหงโก-ลก” หน่วยงาน”ความมั่นคง” มีการ”ติดตั้งป้อมยามกันกระสุน” ที่”หน้าห้าง” นี่แหละที่เรียกว่า”ยุทธการ วัวหายแล้วล้อมคอก” เชื่อเถอะ “บีอาร์เอ็น”ไม่โง่พอ ที่จะเข้ามา”ปล้นซ้ำสอง” โน่น “ร้านทอง” อีก”มากมาย” ในพื้นที่ของ”สามจังหวัด” คือ”เหยื่อ” ครั้งต่อไป” และ”ผบ.ฉก.ทั้งหลาย ต้อง”มีแผน” ในการ”ป้องกัน” ส่วน”บิ๊กซี” สุไหงโก-ลก หลังการปล้นครั้งนี้”ปลอดภัย” ชาวบ้านชาวช่อง และ”ชาวมาเลเซีย” มา”เที่ยวจับจ่ายใช้สอย” ตามสบาย ไม่มี”เหตุร้าย” แน่นอน….
@ในการ”ลงพื้นที่”ของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี ที่มีทั้ง”สีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรี”ต่างประเทศ” และ”พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” หัวหน้าคณะ”พูดคุยสันติสุข” มา”ประชุม”กับ”ฝ่าย”ทหาร,ตำรวจ,ปกครอง” และ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ค่ายสิรินธร” อ.เขาตูม จ.ปัตตานี เมื่อ”วันก่อน” ก็ถือว่ายังไม่มี”อะไรใหม่” ในการ”ดับไฟใต้” เพราะทุก”นายกรัฐมนตรี” ก็เคย”สั่งการ” แบบเดียวกัน ทั้งให้เน้นเรื่อง”งานการข่าว” เรื่องการ”ป้องกัน” เรื่อง”ซีลชายแดน” เรื่องการ”บังคับใช้กฎหมาย”อย่าง”เข้มข้น” และเรื่องการ”ประสานงาน”กับ”ประเทศมาเลเซีย” แต่”เชื่อเถอะ” หลังการ”ประชุม” ไม่มีอะไรที่”บูรณาการ” อย่างเป็น”รูปธรรม” และสุดท้าย” ต่างคนต่างทำ” ที่”กล้าฟันธง” เพราะเห็นมา” 21 ปี” …..ก็”เข้าใจ” ว่าเรื่อง”ดับไฟใต้” เรื่อง”บูรณาการ”หน่วยงานที่อยู่เหนือ”นอกกล้ามเนื้อบังคับ” ของ”แม่ทัพภาคที่ 4” เป็นเรื่อง”ไม่ง่าย” ตราบใดที่การ”ดับไฟใต้” หน่วยงานในพื้นที่ มีแต่”รับชอบ” แต่ไม่ต้อง”รับผิด” ไม่ว่าในพื้นที่”รับผิดชอบ” จะมี”การก่อการร้าย” รุนแรงอย่างไร ถ้าต้องการดับ”ไฟใต้” ให้”ได้ผล” ผู้นำหน่วย ในทุกพื้นที่ต้อง”รับผิด” กับ”สถานการณ์” และต้องมีการ”ลงโทษ” การที่จะเกิด”ปล่อยวาง”หรือ”เกียร์ว่าง” จึงไม่เกิดขึ้นที่”สำคัญ” เกียร์ว่าง” อย่างเดียวยังไม่พอยังมี”เกียร์ถอย”อีก”ต่างหาก”…..เรื่องการ”แต่งตั้ง” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” เป็น”หัวหน้าคณะพูดคุย” ทั้งที่เป็น”รัฐบาล 4 เดือน” มีความ”เหมาะสม” หรือไม่ ทำไมต้อง”รีบร้อน” ในการ”แต่งตั้ง” ในเมื่อที่ผ่านมาถึงไม่มีการ”ขับเคลื่อน”เรื่องการ”พูดคุยสันติสุข” กว่า 2 ปี สถานการณ์ของ”ไฟใต้” ก็เป็นแบบ”เดิมๆ” เรื่องนี้เป็นความต้องการของ”พล..อ.ณัฐพงศ์ นาคพาณิชย์” รัฐมนตรีกลาโหม” หรือ” สภาความมั่นคงแห่งชาติ” หรือ” สมช.” หรือเป็นความต้องการของ”รัฐบาล” และเป็นการ”ผลักดัน” ให้มีการ”รีบแต่งตั้ง” คณะ”พูดคุยสันติสุข” เพื่อการ”ดับไฟใต้” หรือเพื่อการใช้”งบประมาณ 20 ล้านบาทกันแน่” บางเรื่อง”นายกรัฐมนตรี” ก็อย่าได้” ตามใจ” หรือ”ยอม” ตามที่”กองทัพ”ต้องการ…..แต่”สำคัญ” การ”พูดคุย” ครั้งนี้” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” หัวหน้าคณะ”พูดคุย”จะ”พูดคุย”กับใคร ในเมื่อ” บีอาร์เอ็น” ยังเป็น”องค์กรลับ” ที่ไม่เคย”เปิดเผยตัวตน” เพียง”การข่าว” ที่”ระบุ” ว่า” ผู้นำคน”สำคัญ” ของ”บีอาร์เอ็น” คือ”นิเซะ นิฮะ,บือราเฮง ปะจุศาลา,คอซาลี เลาะแว” ถ้า”บุคคล”เหล่านี้ไม่มาร่วม”เวทีการพูดคุย” จะเชื่อได้อย่างไรว่า”บุคคล” ที่”ผู้อำความสะดวก”ที่เป็นคนของ”รัฐบาลมาเลเซีย” จัดมา จะเป็น”ตัวจริง”หรือ”หุ่นเชิด” และยิ่งฟังการให้”สัมภาษณ์” กับ”สื่อ” ของ” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา”หัวหน้าคณะพูดคุยฯ บอกว่าจะ”พูดคุยกับทุกกลุ่ม” ไม่ได้คุยเฉพาะ”บีอาร์เอ็น” นี่เท่ากับว่า”กลัดกระดุมเม็ดแรก” ก็”ผิดแล้ว” เพราะ”ขบวนการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น”พูโลใหม่ พูโลเก่า”ฯลฯ” ล้วนแต่”ตายแล้ว” และ”กำลังถูก”ปลุกผี” ขึ้นมาให้มี”อิทธิฤทธิ์” อีกครั้ง ที่”สำคัญ” เชื่อว่าถ้าการ”พูดคุย” มี”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” อื่นๆ เข้ามา”ร่วมวง” เชื่อว่า”บีอาร์เอ็น” ไม่ร่วมวงในการ”พูดคุย” อย่างแน่นอน ดังนั้นการ”พูดคุย” ครั้งใหม่ จึงมี”ปัญหา” ตั้งแต่”วิธีคิด”ที่กำลังเป็น”อุปสรรค” ตั้งแต่ยังไม่”ตั้งไข่” แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
—————————————————————————–
////////////////////////////////////////////////

ตรวจเยี่ยม. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ตรวจเยี่ยม หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี ผบ.ฉก.สงขลา และ รอง ผวจ.สงขลา ให้การต้อนรับ
//////////////////////////////////////////////////

มหกรรมวิสาการ. วันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วย นันทรัตน์ บัวแย้ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมวิชาการบรรยายศาสนา เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมี พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.เป็นประธาน ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
////////////////////////////////////////////

เปิดเวที. กฤษณนันท์ กำไร รอง ผวจ.นราธิวาส ให้การต้อนรับ ดร.กำพล ศรธนะรัตน์ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ ได้เป็นประธานเปิดเวทีการจัดการความรู้ การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ภายใต้ชื่อ “นราที่วาด” สร้างโอกาสการเรียนรู้ ด้วยพลัง TSQM-A โดยมี ดร.สุธิภรณ์ ขนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 (หัวหน้าโครงการ TSQM-A จังหวัดนราธิวาส) กล่าวรายงานฯ ณ หอประชุมกระจูด วิทยาลัยชุมชน นราธิวาส
/////////////////////////////////////////////

มอบนโยบาย. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 มอบนโยบาย ขับเคลื่อนสันติสุขชายแดนภาคใต้ ในปี 2569 มุ่งสร้างความมั่นคงและพัฒนาทุกมิติ ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
//////////////////////////////////////////

ร่วมเป็นเกียรติ. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา ลงพื้นที่ เข้าร่วมเป็นเกียรติงานต้อนรับปีใหม่อิสลาม ครั้งที่ 3 อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยมี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงาน ณ สำนักงาน อบต.บันนังสตา จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////

รับใบอนุญาต. ผศ.ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้ารับมอบใบอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จาก โชคชัย เลิศเกียรติวงศ์ ผอ.การสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส ผู้รับมอบอำนาจจากกรมป่าไม้ โดยกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เข้าทำประโยชน์ในเขตป่า พื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา รวมเนื้อที่ 54 ไร่ 2 งาน 83 ตารางวา เพื่อใช้ในการพัฒนาเป็นพื้นที่ขยายการศึกษา ณ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////

ปล่อยแถว. พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จว.ยะลา กำลังตำรวจ ทหาร ปกครอง และ ภาคประชาชน 150 คน ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ป้องปรามอาชญากรรมในพื้นที่ ตามแผนพิทักษ์เมืองยะลา ณ อาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา
///////////////////////////////////////

กฐินสามัคคี. กอง จันทร์สว่าง. นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสิงหนคร ได้เป็นประธานทอดกฐินสามัคคีพร้อมด้วยประชาชนในพื้นทีและผู้ร่วมบุญทั้งหลาย ณ.วัดจ้าวนครอำเภอสิงหนคร รายได้เพื่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ของวัดจ้าวนคร อ.สิงหนคร จ.สงขลา
//////////////////////////////////////////

ท่องเที่ยวยั่งยืน. อรัญ คงนวลใย ประธานชมรม”บินหลาหาข่าว”สวท.สงขลา ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ประสบการณ์จริงของพื้นที่ริมเลสาบสงขลา โดยมี เอกสิทธิ์ สองเมือง นายอำเภอสิงหนนคร จ.สงขลา เป็นประธาน
/////////////////////////////////////////

ผู้สูงอายุ. คณะกรรมการบริหารชมรมผู้สูงอายุ ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ร่วมกับ อบต.บ่อแดง มอบโล่ห์ เข็มกลัดเสื้อ และเงินขวัญถุง ให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 104 ปี จำนวน 2 คน และ 105 ปี จำนวน 1 คน ณ ที่ทำการ อบต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////

เปิดงาน. ณ โรงเรียนบ้านหินคอกควาย ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง อดุลย์ หมื่นลึก นายอำเภอปะเหลียน จ.ตรัง เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันกำเนิดโรงเรียนบ้านหินคอกควาย ( รร.ขยายโอกาส) โดยมี อาคม บริสุทธิ์ ผู้อำนวยการฯ กล่าวรายงาน มีการทำบุญโรงเรียนครบรอบ 89 ปี และระดมทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
//////////////////////////////////

กรรมการและที่ปรึกษาธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง ชุดที่ 5 โดยนายอิศร เอกพิศาลกิจ รองประธาน กธจ.ตรัง จัดให้มีการพบปะสังสรรค์ เนื่องจากได้หมดวาระ พร้อมสรุปผลงานในรอบสามปีในช่วงที่ร่วมทำงานที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารมายโอม อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันก่อน
///////////////////////////////////////////

พบปะสังสรรค์. กรรมการและที่ปรึกษาธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง ชุดที่ 5 โดย อิศร เอกพิศาลกิจ รองประธาน กธจ.ตรัง จัดให้มีการพบปะสังสรรค์ เนื่องจากได้หมดวาระ พร้อมสรุปผลงานในรอบสามปีในช่วงที่ร่วมทำงานที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารมายโอม อ.เมือง จ.ตรัง
//////////////////////////////////////////

ถวายเป็นพระราชกุศล. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง และภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา สภากาชาดไทย
///////////////////////////////////////////////

เยียวยา. นิตยา มุทามาส ผอ.กลุ่มงานเยียวยา ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยา อ.ระแงะ ลงพื้นที่ หมู่ 10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือ เยียวยาให้ครอบครัว อส,ทพ.นาซือรี แวสะมะแอ ที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบ
//////////////////////////////////////////////////

เสียใจ.อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการ บริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยและผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเพื่อนสนิท ได้เดินทางไปร่วมพิธีทำบุญครบรอบ 7 วัน เนื่องในโอกาสการเสียชีวิตของ เปาซี ยามา หรือ “เปาซี เบ็นเจ๊ะสนิ” อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.สายาตี ยามา ผู้จัดการร้าน AURA JEWELRY เพื่อแสดงความเสียใจ ณ บ้านพัก อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////////



