ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1935 ทีมตำรวจสืบสวนพบหีบห่อที่บรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ในบริเวณเนินเขาของสกอตแลนด์ที่เต็มไปด้วยหมอกเป็นจำนวนมาก พวกเขาต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อไม่สามารถบ่งบอกตัวตนของเจ้าของชิ้นส่วนของเนื้อหนังและกระดูกแต่ละชิ้นได้ในทันที ร่องรอยจากชิ้นส่วนศพเหล่านี้ชี้ชัดว่าฆาตกรมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์
แต่ในที่สุด ทีมพิสูจน์หลักฐานก็อาศัยเทคโนโลยีทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าในยุคนั้นช่วยเปิดเผยความจริงและหาตัวฆาตกรจนพบว่า เขามีอาชีพเป็นนายแพทย์ผู้ได้รับการนับหน้าถือตา
จากบันทึกของพิพิธภัณฑ์มอฟแฟตและพิพิธภัณฑ์ตำรวจกลาสโกว์ระบุว่า ในเช้าวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1935 ผู้หญิงสองคนซึ่งกำลังเดินไปตามสะพานการ์เดนฮอล์ม ลินน์ ใกล้เมืองมอฟแฟตในสกอตแลนด์ สังเกตเห็นสิ่งที่ดูเหมือนแขนมนุษย์อยู่ในน้ำ
ในเวลาต่อมา ตำรวจได้กู้หีบห่อที่บรรจุชิ้นส่วนศพประมาณ 70 ชิ้นจากบริเวณร่องเขา ซึ่งหลายชิ้นถูกห่อไว้ด้วยผ้าปูที่นอน เสื้อผ้าและกระดาษหนังสือพิมพ์ Sunday Graphic and Sunday News ฉบับวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1935
หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับนี้นี่เองที่กลายเป็นเบาะแสสำคัญ เพราะหนังสือพิมพ์ดังกล่าวมีวางจำหน่ายเฉพาะในพื้นที่เมืองมอร์แคมบ์ เขตนครแลงคาเชอร์เท่านั้น ทำให้การสืบสวนมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ของแลงคาเชอร์อย่างรวดเร็ว
ต่อมา นักพยาธิวิทยาก็ค้นพบว่า ชิ้นส่วนศพบางชิ้นมีตัวอ่อนของแมลงวันหัวเขียวฝังอยู่ ทีมนักกีฏวิทยาทางนิติวิทยาศาสตร์ของกลาสโกว์จึงวิเคราะห์พัฒนาการของหนอนแมลงวัน เพื่อประเมินระยะเวลาที่ชิ้นส่วนศพน่าจะถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณดังกล่าว
การวิเคราะห์ของพวกเขาชี้ให้เห็นว่าชิ้นส่วนศพถูกทิ้งไว้ระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน ค.ศ. 1935 ซึ่งทำให้ทีมสืบสวนได้กรอบเวลาของการฆาตกรรมและกำจัดศพ หลังจากนั้น พวกเขาต้องใช้เวลาเกือบสามสัปดาห์กว่าจะสามารถระบุตัวตนของเหยื่อได้
ทีมผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ จอห์น เกลสเตอร์ และนักกายวิภาคศาสตร์ เจมส์ คูเปอร์ แบรช ได้ใช้เทคนิคใหม่ในยุคนั้น ซึ่งก็คือการซ้อนภาพถ่าย โดยใช้ภาพเอกซเรย์ของกะโหลกศีรษะที่พบมาซ้อนทับกับภาพถ่ายของผู้หญิงที่หายตัวไป

เทคนิคดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ระบุได้ว่า ชิ้นส่วนศพดังกล่าวเป็นของ อิซาเบลลา “เบลล์” รักซ์ตัน ภรรยาของดร. บัก รักซ์ตัน และ แมรี เจน โรเจอร์สัน ซึ่งเป็นคนรับใช้ในบ้านของพวกเขา
เนื่องจากทีมนิติวิทยาศาสตร์ต้องค่อยๆ ปะติดปะต่อชิ้นส่วนศพที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเป็นรูปเป็นร่างเพื่อหาอัตลักษณ์ของเหยื่อ จนทำให้คดีนี้มีชื่อเรียกว่า “คดีฆาตกรรมตัวต่อปริศนา” (The Jigsaw Murders)

เมื่อตำรวจบุกค้นภายในบ้านของ ดร. รักซ์ตัน ก็พบรอยเลือดจำนวนมากและหลักฐานการพยายามทำความสะอาด เดิมที ร่องรอยการแล่ศพที่ละเอียดประณีตแบบศัลยแพทย์ก็บ่งชี้ว่าฆาตกรเป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกอบรมทางการแพทย์อยู่แล้ว นอกจากนี้ ทีมนักสืบยังพบรอยฝ่ามือบนประตูห้องน้ำที่ตรงกับของแมรี โรเจอร์สัน


อัยการตั้งข้อกล่าวหาว่า รักซ์ตันฆ่าภรรยาด้วยความโกรธแค้นเนื่องจากหึงหวงว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จากนั้นก็ฆ่าโรเจอร์สันเพราะเธอเข้ามาเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรม เหยื่อสาวทั้งสองคนหายตัวไปจากบ้านของรักซ์ตันเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะพบชิ้นส่วนศพ
รักซ์ตันถูกจับกุมในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1935 เขาขึ้นศาลเพื่อรับการพิจารณาคดีที่ศาลสูงแมนเชสเตอร์ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1936 กระบวนการไต่สวนและพิจารณาคดีกินเวลานาน 11 วัน โดยมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผลพิสูจน์เชิงกีฏวิทยา การซ้อนภาพถ่ายกะโหลก และการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ
คณะลูกขุนใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษในการตัดสินว่า รักซ์ตันมีความผิดตามข้อหาฆาตกรรมภรรยาและสาวใช้ เขาถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิต
วันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1936 รักซ์ตันถูกแขวนคอที่เรือนจำสเตรนจ์เวย์ส แม้ว่าเขาจะยืนยันความบริสุทธิ์ในศาล แต่ก็มีจดหมายสารภาพผิดถูกเผยแพร่หลังการประหารชีวิตของเขา

ทุกวันนี้ วิธีการและกระบวนการสืบสวนคดีรักซ์ตันยังคงถูกอ้างอิงในเอกสารการศึกษาด้านนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์และสรุปคดีต่างๆ แม้ว่าคดีฆาตกรรมจิ๊กซอว์จะจบลงไปเมื่อ 89 ปีที่แล้ว
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, nlm.nih.gov



