ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และต่างแง่มุม แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นน่าหยิบยกเป็นตัวอย่างสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ที่มองการทำกินในพื้นที่ตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่น่ามีผลกระทบหรือผิดระเบียบ กฎหมาย
ขณะข้อเท็จจริงเมื่อมีผู้ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน หน่วยงานก็มีหน้าที่ต้องดำเนินการ แต่จะทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมาย และการอยู่ร่วมกันได้“บาลานซ์”มากที่สุด
“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามมุมมองความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวกับ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สะท้อนจากที่ติดตามข่าว กรณีพ่อค้าไก่ปิ้งเกิดจากมีการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านข้างเคียงหลายครั้ง และเมื่อร้องเรียนแล้ว เจ้าหน้าที่เทศบาลที่มีอำนาจรับผิดชอบต้องลงไปตรวจสอบ และมีการตักเตือน ให้ฝั่งผู้ที่ทำผิดปรับปรุงแก้ไข และเจ้าหน้าที่ติดตามดูเป็นระยะเวลาไม่น้อย ก็ไม่เห็นถึงการแก้ไข ซึ่งกฎหมายการสาธารณสุขฯ เกี่ยวกับเรื่องความสะอาด อาคาร มีค่าปรับ“รายวัน”ด้วย

ดังนั้น กระบวนการลักษณะอย่างนี้ กฎหมายให้คุ้มครองสิทธิประชาชนทุกคน คนที่ไปร้องเรียนก็มีสิทธิเพราะได้รับความเดือดร้อน ส่วนคนที่ถูกร้องเรียนก็ต้องรักษาสิทธิของตนเองเช่นกัน คือ ใส่ใจกับของเจ้าหน้าที่รัฐและไม่เพิกเฉยพยายามปรับปรุงดําเนินการให้ถูกต้อง
“แม้เราจะทำทุกสิ่งในบริเวณบ้านตนเอง แต่จะไปกระทบสิทธิคนอื่นไม่ได้ หากมีกลิ่น ควัน เสียง ก่อความเดือดร้อนรําคาญ หรือตั้งแผงขัดขวางทางเท้า กฎหมายมีข้อบัญญัติต่าง ๆ ระบุไว้ชัดเจน ต้องเคารพกฎ ไม่ละเมิดผู้อื่น มีจุดไหนที่ไม่เข้าใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่แล้วทําให้ถูกต้อง เราก็สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการกระทําผิดกฎหมาย แล้วไม่ถูกปรับมากมายอย่างนี้ได้”
นายโกศลวัฒน์ ระบุด้วยว่า การมีเรื่องขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านและจบด้วยการทะเลาะทำร้ายร่างกายมีให้เห็นบ่อยครั้ง การที่มาร้องเรียนผ่าน“คนกลาง”อย่างเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ จากที่ติดตามรายละเอียดจากข่าว ส่วนตัวไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งของเจ้าหน้าที่เพราะมีคนมาร้องเรียน เจ้าหน้าที่ต้องทำตามกฎหมายซึ่งมีหลักเกณฑ์ระบุไว้ชัดเจน

อีกทั้งเป็นการดำเนินงานในรูปแบบของ“คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ”ด้วย หากไม่ทำอะไรเลย เจ้าหน้าที่จะมีโทษฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่
“ส่วนกรณีถูกเรียกค่าปรับจำนวนมาก กระบวนการเปรียบเทียบปรับตรงนี้ถ้าไม่พร้อมจะจ่ายค่าปรับ ก็สามารถจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายต่อไปได้”
อย่างไรก็ตาม แนะว่าหากประชาชนมีความเห็นขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ หรือเทศบาล จะเป็นเพราะไม่เข้าใจเรื่องกฎหมาย อยากหาหน่วยงานอื่นเข้าไปช่วยเหลือ อัยการสคช.พร้อมเข้าไปดูแล โดยสามารถไปปรึกษาอัยการคุ้มครองสิทธิฯใกล้บ้าน เพื่อให้ช่วยดูว่าอะไรถูก-อะไรผิด

“เพียงแค่อย่าปิดบังข้อเท็จจริงกับอัยการ ขอให้เล่าให้หมด ไม่ใช่เล่าเฉพาะในส่วนตนเอง แต่พออัยการเราไปไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทคู่กรณีเล่าอีกแบบ อัยการก็จะพยายามหาข้อเท็จจริงให้ครบ”
พร้อมมองว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือในหน่วยราชการต่างๆ มีความเห็นในทางเดียวกัน คือ อยากให้ประชาชนทุกคน ทํามาหากินโดยสุจริตอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอาชีพ เมื่อคนหมดหนทางสุดท้าย มักไปสู่วงเวียนของอาชญากรรม เกิดคดีเกี่ยวพันกับยาเสพติด ลัก วิ่ง ชิง ปล้นตามมา.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



