ในการปลดรมว.คลังอินโดนีเซีย ออกจากตำแหน่ง และการยอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พยายามฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน ควบคู่กับการคว้าโอกาสในการแต่งตั้งผู้จงรักภักดี หลังเกิดการประท้วงรุนแรงเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา
การประท้วงที่เกิดจากค่าแรงต่ำ การว่างงาน และความโกรธเคืองต่อสิทธิพิเศษสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเผยแพร่คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ขับรถชนพนักงานส่งของคนหนึ่งเสียชีวิต ระหว่างการสลายการชุมนุม
เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และผู้ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคน ถือเป็นความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่สุดในการดำรงตำแหน่งของพล.ท.ปราโบโว โดยในตอนนี้ เขาพยายามเรียกร้องให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในรัฐบาลของเขาอีกครั้ง
ผู้นำอินโดนีเซียให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ซึ่งขับรถชนไรเดอร์หนุ่ม ตรวจสอบย้อนกลับเรื่องเงินช่วยเหลือค่าที่อยู่อาศัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนปลดรัฐมนตรี 5 คนออกจากตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงนางศรี มุลยานี อินทราวตี รมว.คลังอินโดนีเซีย
“เราสามารถตีความกรณีเช่นนี้ว่าเป็น การควบคุมความเสียหาย หลังเกิดกระแสความโกรธเคืองจากสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพงบประมาณที่ผิดพลาด” นางรานี เซปตยารินี นักวิจัยจากศูนย์การศึกษาเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย (เซลิออส) กล่าว
อนึ่ง พล.ท.ปราโบโว ให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อสังคมขนาดใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งได้รับเงินทุนจากการตัดงบประมาณอย่างกว้างขวาง โดยนโยบายเรือธงของเขาประกอบด้วยโครงการมื้ออาหารฟรี และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหม่
ขณะที่ นายปูร์บายา ยูดีห์ ซาเดวา รมว.คลังอินโดนีเซียคนใหม่ กล่าวว่า เขาจะอัดฉีดเงิน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 388,700 ล้านบาท) เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และบรรเทาความโกรธเคืองของประชาชน
ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า สำหรับการเรียกคืนความไว้วางใจจากสาธารณชน พล.ท.ปราโบโว จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาช่องว่างความมั่งคั่งที่ขยายตัว และประชาธิปไตยที่อ่อนแอลงในประเทศ แต่การแต่งตั้งผู้ภักดีให้กำกับดูแลงบประมาณและความมั่นคง บ่งชี้ว่าผู้นำอินโดนีเซียพยายามรักษาโครงการสำคัญของเขาไว้ มากกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทาง
บางคนแสดงความคิดเห็นว่า พล.ท.ปราโบโว ควรเปลี่ยนแนวทางในโครงการเพื่อสังคมของเขา เนื่องจากประเทศเผชิญกับปัญหาค่าจ้างคงที่ และอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ซึ่งรานีระบุเสริมว่า หากการแก้ไขยังไม่เป็นไปอย่างจริงจัง ภาพลักษณ์ของความยุติธรรมจะยิ่งแย่ลง และแรงกดดันทางสังคมจะยังคงมีอยู่ต่อไป
แม้ความเคลื่อนไหวเพื่อความปรองดอง และการเรียกร้องให้เกิดความสงบ ดูเหมือนจะช่วยซื้อเวลาให้พล.ท.ปราโบโว ได้ อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า ถ้าไม่แก้ไขต้นตอความโกรธแค้นของประชาชน เหตุการณ์ที่สร้างความโกรธเคืองรอบใหม่ อาจจุดชนวนให้เกิดการประท้วงที่ใหญ่ขึ้น.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP


