นายดาวิต ชเคดเซ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธมนุษยชน ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมนอกรัฐสภาจอร์เจีย และเชื่อมั่นว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยาวนานหนึ่งปี ยังคงดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง แม้พรรครัฐบาลจะยกระดับการปราบปรามผู้เห็นต่าง และรักษาอำนาจไว้ได้ก็ตาม


จอร์เจียเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ นับตั้งแต่การเลือกตั้งรัฐสภาที่เป็นข้อพิพาท เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้กรุงทบิลีซี ตกอยู่ในความวุ่นวาย และส่งผลให้สหภาพยุโรป (อียู) ระงับการเข้าเป็นสมาชิกอียูของจอร์เจีย


พรรคจอร์เจียน ดรีม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของจอร์เจีย ตอบโต้การประท้วงอย่างรุนแรง โดยอนุญาตให้ตำรวจสลายการชุมนุมด้วยการใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และน้ำแรงดันสูง รวมถึงออกกฎหมายปราบปรามที่มุ่งเป้าไปยังสื่ออิสระและองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ตลอดจนจับกุมผู้นำฝ่ายค้านและผู้ประท้วงหลายคน


แม้การชุมนุมที่ดุเดือดที่สุด ผ่านพ้นมานานเกิน 1 ปีแล้ว และชเคดเซ อดีตนักการทูต วัย 43 ปี ยังไม่ยอมแพ้ โดยเขากล่าวว่า ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างนั้น จำนวนผู้เข้าร่วมการประท้วงเมื่อไม่นานมานี้ บ่งชี้ว่าอย่างน้อยในตอนนี้ การชุมนุมได้สูญเสียแรงผลักดันไป


หลังจากผู้เข้าร่วมการชุมนุมรายวันนอกรัฐสภาจอร์เจีย ลดลงเป็นเวลาหลายเดือน พรรคฝ่ายค้านก็พยายามปลุกระดมฝูงชนอีกครั้งในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา และจัดการประท้วงครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค. ซึ่งตรงกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่หลายพรรคบอยคอต โดยระบุว่าเป็น “โอกาสสุดท้ายในการรักษาประชาธิปไตย”


ชาวจอร์เจียหลายหมื่นคนหลั่งไหลมารวมตัวกันที่จัตุรัสเสรีภาพ ใจกลางกรุงทบิลีซี นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน แต่หลังจากผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งพยายามบุกเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดีจอร์เจีย ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำลายชื่อเสียงของการประท้วงอย่างสันติ รัฐบาลจอร์เจียจึงประกาศใช้มาตรการปราบปรามที่รุนแรงยิ่งขึ้น


ด้านนายอิราคลี โคบาคิดเซ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย ให้คำมั่นว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่รุนแรงครั้งนี้ จะถูกดำเนินคดี และกระทรวงมหาดไทยของจอร์เจีย รายงานว่ามีผู้ประท้วงถูกจับกุม 45 คน


นักเคลื่อนไหวจำนวนมากสนับสนุนการปฏิวัติอย่างสันติ และมองว่าการบุกทำเนียบประธานาธิบดีเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่บางคนตั้งข้อสงสัยว่า ความพยายามข้างต้นเป็นฝีมือของ “กลุ่มผู้ยุยงปลุกปั่น”


อนึ่ง ชาวจอร์เจียบางส่วนที่แห่กันออกมาประท้วงนอกรัฐสภาทุกวัน แทบไม่มีความหวังว่าประเทศจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หากชาติตะวันตกไม่คว่ำบาตรจอร์เจียโดยพวกเขาให้เหตุผลว่า การคว่ำบาตรครั้งใหญ่จะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การประท้วงมีพลังในการสั่นคลอนระบอบการปกครอง และนำไปสู่การดำเนินการปฏิวัติที่แท้จริง ซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างสันติ


กระนั้น ชเคดเซมั่นใจว่า จอร์เจียจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ซึ่งเขาบอกไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่มันอาจเป็นช่วงเวลาใดก็ได้.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP