สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) จัดการตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เหมาะสมกับ ทอนดา เอ็คเกิร์ต ผู้จัดการทีมหนุ่มชาวเยอรมันของ เซาแธมป์ตัน แล้ว หลังสอบสวนแล้วพบว่า เป็นผู้บงการในการส่งสายลับไปสอดแนมการฝึกซ้อมของคู่แข่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เซาแธมป์ตัน ถูกขับออกจากศึกแชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์ออฟ เมื่อเดือนพ.ค. พร้อมตัดแต้มอีก 4 คะแนนในฤดูกาล 2026/27 หลังจากยอมรับสารภาพว่า ส่งสายลับไปสอดแนมการซ้อมของ มิดเดิลสโบรช์ ก่อนที่พวกเขาจะเขี่ย “สิงห์แดง” ตกรอบเพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ และทำให้ “เดอะ โบโร” ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศแทน แต่ก็แพ้ให้ ฮัลล์ ซิตี จนอดเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในที่สุด

นอกจากนี้ “นักบุญ” ยังสารภาพด้วยว่า พวกเขาเคยส่งสายลับไปสอดแนมการซ้อมของ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด และ อิปสวิช ทาวน์ ด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะโดน คณะกรรมการพิจารณคดีอิสระของฟุตบอลลีกอังกฤษ (อีเอฟแอล) ลงดาบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อีเอฟแอล มีอำนาจลงโทษได้แค่สโมสรสมาชิกเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจลงโทษผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล ทำให้ เอฟเอ ต้องเข้ามารับไม้ต่อในการลงดาบ เอ็คเกิร์ต ด้วยการตั้งข้อหาละเมิดกฎข้อที่ E3.1 เกี่ยวกับการประพฤติตัวไม่เหมาะสมระหว่างเดือนธ.ค.ปี 2025 กึง พ.ค.ปี 2026 จำนวน 3 กระทง หลังสอบสวนแล้วพบว่า เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการสอดแนมครั้งนี้

ขณะที่ “ดิ แอธเลติก” สื่อเจ้าดัง เปิดเผยว่า บทลงโทษที่ เอ็คเกิร์ต จะได้รับอาจจะรุนแรงถึงขั้นโดนแบนยาว 1 ปี เมื่อนำไปเทียบกับคดีตัวอย่างที่ ฟีฟ่า เคยสั่งแบน เบฟ พรีสต์แมน โค้ชทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติแคนาดา เป็นเวลา 1 ปี จากกรณีส่งโดรนบินไปสอดแนมการซ้อมของ นิวซีแลนด์ ในกีฬาโอลิมปิก 2024 มาแล้ว

ทั้งนี้ เอ็คเกิร์ต ยังมีเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันอังคารที่ 28 ก.ค.นี้ ขณะที่ เซาแธมป์ตัน ก็แถลงการณ์ยืนยันแล้วว่า พร้อมจะหนุนหลัง กุนซือวัย 33 ปี ต่อไป และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับ เอฟเอ ในการสอบสวนอย่างเต็มที่เช่นกัน.

ภาพ gettyimages