มิเกล อาร์เตตา และ อาร์เซนอล กำลังพยายามทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรืออาจแชมป์อื่นด้วย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ “เดอะ กันเนอร์ส” ที่ไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ใดเลยนับตั้งแต่ถ้วยเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2020

นอกจากทุ่มเงินมากมายปีแล้วปีแล้วเล่า เพื่อเติมเต็มนักเตะที่จำเป็น นอกจากสร้างกลยุทธ์ทำประตูจากลูกนิ่งจนกลายเป็นหนึ่งในอาวุธหลัก และนอกจากยกระดับขุมกำลังขึ้นมาจนมีขนาดใหญ่โตพอหมุนเวียนสำหรับหลายทัวร์นาเมนต์

อาร์เตตา ยังไม่ลืมที่จะเสริมความแข็งแกร่งของ “บรรยากาศ” ในสนามเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ อาร์เตตา ประสบความสำเร็จในการนำเพลง North London Forever มาเป็นเพลงประจำสโมสรให้แฟนบอลได้ร้องปลุกใจก่อนคิกออฟ แต่ อาร์เตตา รู้ว่าแค่นี้มันยังไม่พอที่จะสร้างเอมิเรตส์ สเตเดียม ให้เป็นป้อมปราการ

หลายครั้งที่แฟนบอลทีมเยือนร้องเพลงแซวว่าเอมิเรตส์ สเตเดียม เงียบเหมือน “ห้องสมุด” ทั้งที่สโมสรมีความจุมากกว่า 6 หมื่นที่นั่ง แต่บรรยากาศมันช่างไม่ดุเดือดเมื่อเทียบกับอีกหลายสโมสร

อาร์เตตา รู้ดีว่าบรรยากาศอันเข้มข้นจากแฟนบอล ไม่ต่างอะไรกับกองทัพนักเตะคนที่ 12 ที่จะสามารถช่วยให้ทีมมีโอกาสชนะมากขึ้น

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในฤดูกาลนี้คือการที่ อาร์เตตา สั่งให้รื้อหลังคาทางเข้าอุโมงค์นักเตะออกไป จุดประสงค์เพื่อให้นักเตะได้ยินเสียงกองเชียร์ชัดขึ้น แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้เแฟนบอลได้ใกล้ชิดนักเตะ ไม่ว่าจะตะโกน ขอถ่ายรูป ขอแตะมือ และอีกนัยก็สามารถตะโกนข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้เช่นกัน

อาร์เซนอล ยังเปลี่ยนแปลงการประกาศชื่อผู้ทำประตู โดยผู้ประกาศในสนามจะตะโกนชื่อผู้ทำประตู และเว้นช่วงให้แฟนบอลตะโกนนามสกุล ทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการกระตุ้นแฟนบอลได้มีส่วนร่วมและสร้างบรรยากาศ ซึ่งแม้ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็แสดงให้เห็นว่า อาร์เตตา พยายามเก็บรายละเอียดทุกเม็ด

เช่นเดียวกับการแสดงแสงไฟก่อนเกม อย่างที่พบเห็นในเกมแชมเปียนส์ลีกที่เจอกับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อมีเจ้าหน้าที่ถือคิวอาร์โค้ดให้แฟนบอลสแกนผ่านโทรศัพท์มือถือ และมีส่วนร่วมแสดงแสงไฟจากมือถือไปพร้อมๆ กันทั้งสนามก่อนเกม

ขณะเดียวกัน อาร์เซนอล ยังไม่ให้มีการถ่ายทอดสดครึ่งหลังผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในสนามอีกต่อไป โดยมีคำอธิบายว่าต้องการให้แฟนบอลลงไปทำหน้าที่ของตัวเองในสนามและสร้างบรรยากาศที่จะไม่มีวันลืม

อาร์เซนอล ต้องการทำให้แฟนบอลมีส่วนร่วมกับการแข่งขันได้มากที่สุด พวกเขายังคงหารือกับกลุ่มแฟนบอล และกำลังจะมีแผนการใหม่ๆ ออกมาอีกแน่นอน.

เฮียเอง