ไม่มีความสำเร็จใด เริ่มต้นจากจุดสูงสุด….
การพัฒนาด้านการกีฬา ก็เช่นเดียวกัน ทุกองคาพยพ ต่างต้องมีการวางแผนการทำงานตั้งแต่ต้น เดินหน้าเป็นขั้นเป็นตอน อย่างมีระบบ เพื่อเป้าหมายความสำเร็จที่วางเอาไว้ นั่นคือ “เหรียญแห่งชัยชนะ”
นับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน รัฐบาล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการกีฬาของชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหัวเรือใหญ่ มีการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้รับมอบนโยบาย นำไปสู่ภาคปฏิบัติ ร่วมมือกับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ในการกำหนดแผนและวางยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับยุคสมัย
ขณะที่ อีกหน่วยงานหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวงการกีฬาไทย ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ นั่นก็คือ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย นอกจากจะสนับสนุนงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ของประเทศแล้ว
อีกนโยบายสำคัญคือการสนับสนุนส่งเสริมนักกีฬาเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ในการที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่
กองทุนกีฬาฯ ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก ไม่เฉพาะสนับสนุนงบประมาณไปในเรื่องของการเก็บตัวฝึกซ้อม ส่งแข่งขัน เข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ ทั้งในประเทศและนานาชาติเท่านั้น
แต่เรื่องของการศึกษา ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ตลอดระยะเวลา 20 ปี จนถึงปีการศึกษา 2568 มีนักกีฬาที่ได้รับทุนจากกองทุนกีฬาฯ รวมทั้งสิ้น 3,886 คน รวมเป็นมูลค่ากว่า 448 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ในการสนับสนุนการพัฒนานักกีฬา ให้เติบโตทั้งในด้านการศึกษาและทักษะกีฬา
วัตถุประสงค์หลักของกองทุนคือ การสนับสนุนทุนการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับสูงกว่าปริญญาตรี สำหรับนักกีฬาที่มีผลการเรียนดี และมีผลงานการแข่งขันอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถสร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิให้แก่ประเทศชาติ ผ่านการแข่งขันกีฬาสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อาทิ ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์, โอลิมปิกเกมส์ และระดับนานาชาติอื่น ๆ ตามที่สหพันธ์กีฬานานาชาติ เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน
นั่นคือเรื่องการศึกษา ที่พัฒนาต่อยอดต้องควบคู่กันไปกับเรื่องของความเป็นเลิศทางด้านกีฬา
ในเรื่องของการแข่งขันนั้น ผลงานล่าสุดสดๆ ร้อน ๆ ของนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ก็คือการเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ต.ค.68 ที่ประเทศบาห์เรน
รายการนี้มีนักกีฬาเยาวชนไทย เข้าร่วม 330 คน แข่งขันใน 24 ชนิดกีฬา ปรากฏว่า “ทัพยังเติร์กไทย” ต่างทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา คว้ามาได้ถึง 13 เหรียญทอง, 14 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 3 ของตารางเหรียญรวม

เป็นรองเพียงอันดับ 1 จีน 48 เหรียญทอง, 35 เหรียญเงิน, 18 เหรียญทองแดง และอันดับ 2 อุซเบกิสถาน 19 เหรียญทอง, 5 เหรียญเงิน, 17 เหรียญทองแดง
ที่สำคัญคือ นักกีฬาเยาวชนไทย ครองอันดับ 1 ของอาเซียนอีกด้วย
การครองความเป็นหนึ่งของอาเซียนนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนานักกีฬาเยาวชน ที่จะส่งไม้ต่อไปถึงมหกรรมกีฬาใหญ่ในระดับต่าง ๆ ทั้งซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์
นักกีฬาเยาวชนไทยจากชุดเอเชียนยูธเกมส์ 2025 หลาย ๆ คน จากหลาย ๆ สมาคมกีฬา มีชื่อติดทีมชาติชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย กำลังจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.นี้
นั่นแสดงให้เห็นว่า นักกีฬาเยาวชนไทย มีศักยภาพ มีคุณภาพ พอที่จะก้าวขึ้นมารับไม้และสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ที่กำลังจะปลดระวางในอนาคตอันใกล้นี้

ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทางสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมนักกีฬาด้วยการเก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังสร้างผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณในการเก็บตัวฝึกซ้อมจากทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนานักกีฬาทุกระดับ รวมถึงการสนับสนุนการฝึกซ้อมและการแข่งขันต่างๆ
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเก็บตัวฝึกซ้อม ค่าอุปกรณ์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาทีมชาติ เพื่อให้นักกีฬาได้มีการฝึกซ้อมที่มีคุณภาพ

ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ทัพนักกีฬาไทย สามารถยกระดับพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการสร้างผลงานในศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งเป้าหมายสำคัญของประเทศไทย คือ การทวงเจ้าเหรียญทองกลับคืนมาให้ได้อีกครั้งในรอบกว่า 12 ปี นับตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่เมียนมา เมื่อปี 2013
ศึกซีเกมส์ 2025 ที่กำลังจะเปิดฉาก 9-20 ธันวาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา จึงเป็นโอกาสทอง เป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ที่จะให้นักกีฬาเยาวชนของไทย ได้ “แจ้งเกิด” เหมือนกับที่นักกีฬาดาวรุ่งหลาย ๆ คนของไทย ได้ “ฉายแสง” ก้าวไปสู่ฮีโร่ของคนไทยมาแล้วก็เป็นไปได้



