@เริ่มที่บรรยากาศแห่งความ”คึกคัก” และ”โกลาหล” จากโครงการ”คนละครึ่ง” ที่ผู้ได้”รับสิทธิ์” ในโครงการ”คนละครึ่ง” ที่เป็นโครงการแรกในการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ”ของพรรคภูมิใจไทย” ที่ทำได้”เร็ว” และทำได้”จริง”และที่”สำคัญ” เงินจำนวน 8.8 หมื่นล้าน กับ”บัตรคนจน” อีก 2.2 หมื่นล้าน จะต้อง”สะพัด” ใน”ไตรมาสที่ 3” ที่ทำให้”เศรษฐกิจ” มีการ”ฟื้นตัว” และ”ส่งผล” ให้มีผู้”ได้รับ”กัน”ถ้วนทั่ว” ตั้งแต่”ประชาชน” และ”พ่อค้า”รวมทั้ง”ผู้ผลิต” แต่ก็ต้อง ระวังให้ดีกับ”ศรีธนนชัย” ที่อาจจะใช้”สิทธิ์คนละครึ่ง” ไป”แลก” เป็น”เงินสด”จาก”ร้านค้า” โดยยอม”จ่ายส่วนต่าง” ให้กับ”ร้านค้า” เรื่องอย่างนี้”ศรีธนนชัยไทย” ถนัดนักแล และมีข่าวจาก”ขุนคลัง” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ” เสนาบดี” กระทรวงการคลัง ว่า อาจจะยังมีโครงการ”คนละครึ่ง” สำหรับการ”เก็บตก” ผู้ที่”ลงทะเบียน”ไม่ทัน เพื่อให้”ฝนตกทั่วฟ้า” เพราะนอกจากจะทำให้”เศรษฐกิจฟื้นตัว” แล้วยังหมายถึง”คะแนนเสียง”ในการ”เลือกตั้ง” ที่จะมาถึงอีกด้วย นี่คือการ”ยิงปืนนัดเดียว” ได้”นกสองตัว”…..
@แต่”วิบากกรรม” ของ”พรรคภูมิใจไทย” ใช่ว่าจะ”ไม่ได้” และ”ใช่ว่า” เสี่ยหนู “อนุทิน ชาญวีรกุล” จะ”ผ่านฉลุย” ในทาง”การเมือง” เพราะการที่ “วรภัค ธันยาวงษ์” ที่เป็น”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง”ต้อง”ลาออก” จาก”ผลพวง”การออกมา”เปิดโปง” ของ”ใครต่อใคร” ว่ามีส่วน”พัวพัน”กับ”แบ็งค์บีไอซี” ของ”ยิม เลียก” คน”สนิท”ของ”ฮุนเซ็น” ที่เกี่ยวกับ”แก๊งสแกรมเมอร์” ส่วนจะ”เกี่ยว” หรือ”ไม่เกี่ยว” หลังการ”ไม่ได้จบที่การ”ลาออก” แต่ “วรภัค ธันยาวงษ์” ต้องหา”หลักฐาน” มา”ยืนยัน”กับ”สังคม” ว่าทั้ง”ตนเอง” และ”ภรรยา” ไม่มีส่วน”เกี่ยวข้อง”กับการ”กล่าวหา” ในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการ”ปกป้องตนเอง” ยังเป็นการ”ปกป้อง” อนุทิน ชาญวีรกุล ผู้เป็นผู้”แต่งตั้ง” บุคคลนอก เพื่อมาเป็น”รัฐมนตรี”ด้วย…..
@การ”ส่งกำลัง” เข้ามา”จับกุม”คนของ”ประเทศเกาหลีใต้” ของ”รัฐบาลเกาหลี” ใน”กัมพูชา” หลังจากที่มี”คนเกาหลีเสียชีวิต”จาก”แก๊งสแกรมเมอร์” ถูก”สังคมไทย” นำมา”เปรียบเทียบ”กับ”รัฐบาลไทย” ที่มี”คนไทย” ใน”กัมพูชา” ถูกหลอกลวง” และที่เข้าไป”ทำงาน” ใน”แก๊งค์สแกมเมอร์” เป็น”จำนวนมาก” แต่”รัฐบาล” ไม่ได้”เอาจริง” ในการ”ปราบปราม”โดยการส่ง” เจ้าหน้าที่” เข้าไป”ลุยล้างบาง” อย่าง”รัฐบาลเกาหลีใต้” วันนี้”สังคมไทย” จึงออกมา”เรียกร้อง” ให้”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี” อย่าได้แต่”เงื้อง่าราคาแพง” หรือ”ขี่ม้าเลียบค่าย” ให้เร่ง”ลงดาบ” กับ”แก๊งสแกรมเมอร์” ทั้งที่อยู่ใน”กัมพูชา” และที่นำเงิน”สีดำ”มา”ฟอกขาว” ตั้ง”บริษัท ห้างร้าน” ใน”ประเทศไทย” โดยเร็ว…..เช่น “สหรัฐอเมริกา “ และ”อังกฤษ” ที่”ประกาศ”ยึดทรัพย์”ของ”เฉิน จื้อ” เจ้าของอาณาจักร”ปริ้นกรุ๊ฟ” หรือ”ปริ้นโฮลเด้น กรุ๊ฟ” ในขณะที่”ประเทศไทย” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ”ตรวจสอบ” และ”ยึดทรัพย์” ยัง”เงื้อง่าราคาแพง” กันอยู่ ใช่” สุภาษิตไทย” บอกว่า”ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” แต่บางครั้งถ้า”ช้าเกินไป” ก็จะเข้า”สุภาษิตไทย” ที่เรียกว่า” ถั่วสุกงาไหม้” ได้ เช่นกัน โดยเฉพาะต้อง”ระมัดระวัง”กับ”กระแสสังคม”ที่เกิดจาก”ความรู้”ของ”ประชาชน” ว่า “รัฐบาลภูมิใจไทย” มี”นักการเมือง” ที่เป็น”สีเทา” และมี”ผลประโยชน์ทับซ้อน”ใน”แก็งค์สแกรมเมอร์” นี้คือ”อันตราย”กับ” รัฐบาล”……
@ข่าวว่า” สหรัฐอเมริกา” จะส่ง “เจ้าหน้าที่” ซึ่งมีความ”เชียวชาญ” ในการ”ปราบปราม” กลุ่ม”อาชญากรรมไซเบอร์” ที่เป็น”อาชญากรรมข้ามชาติ”มาตั้ง”สำนักงาน” ใน”ประเทศไทย” เพื่อ”ร่วมมือ” ในการ”จัดการ” กับ”แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ” ใน”กัมพูชา” และใน”ประเทศไทย” รวมทั้งจะส่ง”รายชื่อ” ของ”แก๊งสแกรมเมอร์” ให้กับ”รัฐบาลไทย” เพื่อให้มีการ”ปราบปราม”แบบ”ขุดรากถอนโคน” ที่”สำคัญ” ถ้ามี”รายชื่อ 7 นักการเมืองไทย” อยู่ใน”บัญชีนั้น” จะเป็น”งานหนัก” และ”มีหนาว” สำหรับ” รัฐบาล” วิธีการเดียวของ”อนุทิน ชาญวีระกุล” นายกรัฐมนตรี ในการที่เป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่”สง่างาม” คือต้อง”กล้า” ตัดทิ้ง นักการเมือง”สีเทา” ที่”ร่วมรัฐบาล” ถ้า”สหรัฐ” และ”เกาหลีใต้” มี”หลักฐาน” ที่”เชื่อถือได้”….
@บรรยากาศของ”เทศกาลกินเจ” ในปีนี้ เป็นตัว”ชี้วัด” เศรษฐกิจ” ของ”ประเทศไทย” ได้ดีถึงความ”ยากจน” ถึงความ”ประหยัด” เพราะเป็น”เทศกาลกินเจ” ที่ค่อนข้าง”เงียบเหงา” เป็น”กรณีพิเศษ” โดยเฉพาะใน”ภาคใต้” ที่มีการจัด”เทศกาลกินเจ” ที่”ยิ่งใหญ่”ในทุก”หัวเมือง” ไม่ว่าจะเป็น”หาดใหญ่ “ จังหวัดสงขลา “จังหวัดตรัง” แล” จังหวัดภูเก็ต” แม้แต่”ชาวมาเลเซีย” ก็เดินทางมาร่วม”เทศกาลกินเจ” น้อยลง นี่คือ”ผลพวง” จาก”หนี้ในครัวเรือน” และปัญหา”เศรษฐกิจ” ที่เป็น”ปัญหาใหญ่” ของ”รัฐบาล” แต่ที่ยัง”ชิงจังหวะ”เพื่อการ”เอาเปรียบ” ผู้”บริโภค” เหมือนเดิมเหมือนทุกๆปี คือ”พ่อค้า แม่ค้า ที่ “ขายผัก” ที่”ฉวยโอกาส” ในการ”ขึ้นราคาผักทุกชนิด”แบบ”หน้าเลือด” เพราะรู้ว่า”เทศกานกินเจ” ต้องใช้ผักมากเป็นพิเศษ ในการ”ปรุงอาหารเจ” และที่”เหมือนเดิม” คือไม่มี”หน่วยงานไหน” ที่จะออกไป” ป้องปราม” หรือ”กำหราบ” ผู้ประกอบการค้า”หน้าเลือด” เหล่านี้…..หลังหมด”เทศการกินเจ” ก็จะเป็น”เทศกาลลอยกระทง” ซึ่งเป็น”ประเพณีสำคัญ” ของ”ประเทศไทย” ที่ทุก”จังหวัด” มีการ”จัดงานลอยกระทง” ก็ต้องติดตามดูว่า “ลอยกระทง” ปีนี้ จะมีความ”คึกคัก” มี”นักท่องเที่ยว” เข้ามาร่วมงาน”ลอยกระทง” หรือ”เผาเทียนเล่นไฟ” กันมากน้อย แค่ไหน แต่ “เชื่อขนมกินได้” คนนะมีที่ออกมาเที่ยว แต่”เงิน” จะไม่”สะพัด” เหมือนในอดีต เพราะ”คนจน” ไม่มี”เงินจ่าย” ส่วน”ชนชั้นกลาง” ต่าง”ใช้จ่าย”ด้วยความ”ประหยัด” ต่าง”รัดเข็มขัด”คน”เอวคอดเอวกิ่ว”…..
@เรื่องของ”ภาคใต้” ที่ไม่มีได้แค่เรื่อง”แบ่งแยกดินแดน” หรือการ”ก่อการร้าย” แต่มีเรื่อง”บุกรุกป่า” บุกรุกที่ดิน” ที่เป็น”ของรัฐ” โดยเฉพาะในพื้นที่”เศรษฐกิจ” ที่เป็น”หัวเมืองการท่องเที่ยว” เช่นที่”เกาะภูเก็ต” และ”เกาะสมุย”และ”เกาะพงัน” จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมี”ข่าวคาว” ว่า”มีกลุ่ม”นักการเมืองท้องถิ่น”มีการ”ลงขัน” เพื่อให้” แม่ทัพภาคที่ 4” ยกเลิกชุดเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐ ทุกชุด ที่เข้าไป”ปฏิบัติงาน” ใน”หัวเมืองเศรษฐกิจ” ของ”ภาคใต้” เรื่องนี้”เท็จจริง” เป็นอย่างไร “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 คน ปัจจุบัน” ต้องออกมา”ชี้แจง” อย่าปล่อยให้มี”ข่าวคาว” เช่นนี้เกิดขึ้น…..
@ส่วนเรื่องของ”ไฟใต้” ที่”ล่าสุด” มีการให้”นโยบาย”ในการ”ดับไฟใต้” ที่มี”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี นั่ง”หัวโต๊ะ”เพื่อ” หนึ่งใน 4-5 ข้อ ที่เป็น”นโยบาย” ในการ”ดับไฟใต้” คือการ”สร้างพื้นที่ปลอดภัย”ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ส่วนจะ”สร้าง” อย่างไรให้เป็น”พื้นที่ปลอดภัย” เป็นเรื่อง”ยุทธศาสตร์” ที่” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องมี ส่วนเรื่อง”ยุทธการทางทหาร” ก็เป็นเรื่อง”สำคัญ” ในการ”จำกัดสิทธิเสรีภาพ” ของ”กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น” ซึ่งต้องติดตามดูว่าการแต่งตั้ง” พล.ต.ยอดยุทธ พึ่งพักตร์” มาทำหน้าที่”ผบ.ฉก.” นราธิวาส และมีการนำ”ทหาร” จาก” รบพิเศษ” และจาก”หน่วยนอก”ของ”กองทัพภาคที่ 4” เข้ามา”ปฏิบัติการ” ในพื้นที่ จำนวน 800 นาย จะสามารถ”ควบคุมพื้นที่” และ”จำกัดเสรีภาพ” รวมทั้งการ”ติดตามไล่ล่า” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่มีอยู่ไม่เกิน 50 คน ใน”พื้นที่ จังหวัดนราธิวาสได้หรือไม่…..ที่เป็น”ข้อเปรียบเทียบ” ในนโยบาย”ความมั่นคง” ระหว่าง”ประเทศมาเลเซีย”กับ”ประเทศไทย”คือ”มาเลเซีย” จัดงบประมาณ 1,500 ล้านริงกิต “ หรือ” 1 หมื่น 1 พันล้านบาท เพื่อสร้าง”รั้วถาวร” กันพรมแดนไทย-มาเลเซีย ความยาว 50 กิโลเมตร ในแนวพรมแดน”แม่น้ำสุไหงโก-ลก เพื่อป้องกัน” ขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมาย เช่น “ยาเสพติด,การค้ามนุษย์” การค้า”ค้าของเถื่อน” ทุกประเภท และเป็นการ”ป้องกันน้ำท่วม”ใน”รัฐกลันตัน” ซึ่งก่อนหน้านี้”ผู้บริหารรัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย ก็ทำการ”ปิดท่าข้ามธรรมชาติ” หรือ”ท่าข้ามเถื่อน”ของ”แม่น้ำสุไหงโก-ลก” ตรงข้าม”เขตเทศบาลสุไหงโกลุก” จ.นราธิวาส มาแล้วถึง 7 ท่าข้าม ด้วย”เหตุผล” เป็น”ท่าข้ามเถื่อน” ที่มีการ”ส่งยาเสพติด” จาก”ประเทศไทย” ไปยัง”รัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย”…..
@ส่วน”ประเทศไทย” มี”ภัยคุกคาม” จากการ”ก่อการร้าย”เพื่อการ”แบ่งแยกดินแดน” จาก”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอารเอ็น” ซึ่งมี”ฐานที่มั่น” ใน”รัฐกลันตัน” และ”กองกำลังติดอาวุธ” ก็ใช้”วิธีการ” ในการ”ข้ามไป–มา” ระหว่าง”รัฐกันตัน” กับ” จังหวัดนราธิวาส” เพื่อมา”ก่อการร้าย” ซึ่ง”ล่าสุด”คือการ”ปล้นทอง”ใน”ห้างบิ๊กซี” อ.สุไหงโก-ลก และ”นำทอง” ข้ามฝั่งไปยัง”รัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย….แต่ “รัฐบาล” และ”กองทัพ” ไม่เคยมี”นโยบาย” ของการ”สร้างรั้วถาวร” เพื่อ”ป้องกัน” และ”แก้ปัญหา” ของการ”ก่อการร้าย”มีแต่”ความคิด” ในเรื่อง”ติดตั้งกล้องวงจรปิด” ซึ่ง”ล่าสุด” คือการ”ตั้งงบ” เพื่อซื้อ” กล้องอินฟาเรด” เพื่อบันทึกภาพในเวลา”กลางคืน”….. โดย”ข้อเท็จจริง” และ”รัฐบาล”รวมทั้ง”กองทัพ” สมควรทำคือการ”สร้างรั้วชายแดน” ด้าน”จังหวัดนราธิวาส”ตั้งแต่ อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ” เพราะการ”มีรั้วถาวร” นอกจากจะ”ป้องกัน” การ”เข้า-ออก” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” และ”แนวร่วม” ของ”บีอาร์เอ็น” แล้ว ยังเป็นการ”ป้องกัน” ขบวนการ” อาชญากรรมข้ามชาติ” เช่น”ขบวนการค้ายาเสพติด” ขบวนการค้าวัวเถื่อน ขบวนการค้าอาวุธ ,ขบวนการค้ามนุษย์” และ”สินค้าหลบหนีภาษี” ทั้ง”ส่งออก”จาก”ประเทศไทย” และ”นำเข้า” จาก”มาเลเซีย” การสร้างรั้วถาวรกั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย” จึงเป็นการ”ยิงปืนนัดเดียว” แต่ได้”นกทั้งฝูง” คุ้มค่ากับ”งบประมาณ” และ”แก้ปัญหา”ความ”มั่นคง”ได้จริง ส่วนการ”ซื้อกล้องวงจรปิด” และ”กล้องอินฟาเรด” คือการ”ซื้อกล้อง” เพื่อให้” แนวร่วม”ของ”บีอาร์เอ็น” ได้ฝึก”วางเพลิง” และ”ทุบทำลาย” อย่างที่เกิดขึ้น”รายวัน”ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการ”สูญเสียงบประมาณ” ในการ”จัดซื้อ-จัดจ้าง” อย่างไม่”คุ้มค่า”แต่ในเมื่อ”รัฐบาล” และ”กองทัพ” คิดได้เพียง”กล้องวงจรปิด” แต่ไม่คิดถึงการแก้ปัญหา”ระยะยาว” โดยการ”สร้างรั้วถาวร” ปิด”ช่องทางธรรมชาติ” หรือ”ช่องทางเถื่อน”ซึ่งมี”ท่าข้ามเถื่อน” ถึง 300 กว่าช่องทาง ในการให้” กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น” เลือกที่จะ”เข้า-ออก” ใน จ.นราธิวาส อย่าง”เสรี”…..
@วันก่อน มีการ”ตรวจพบ” ระเบิดเอ็ม 79 จำนวนหนึ่ง ที่”ศูนย์คัดแยกสินค้า”ของ”บริษัทขนส่ง” ใน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งส่งมาจาก”ต้นทาง” ที่” อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มี”ปลายทาง” ที่” อ.แม่สอด จ.ตาก และจากการ”แกะรอย” ของ”ผู้ส่ง”พบว่าเป็น”ทหารพราน” ของ”จังหวัดนราธิวาส ส่วน”หัวระเบิดเอ็ม 79 “ จาก”ตรวจสอบ” พบว่ามีจาก”โรงงานผลิตอาวุธในประเทศเกาหลีใต้” ซึ่ง” ตำรวจ” และ”กองทัพภาคที่ 4” ก็ต้อง”สืบสวน”หาข้อ”เท็จจริง”ของ”เส้นทาง”การ”ค้าอาวุธสงคราม” ว่าถูกนำเข้ามายัง จ.นราธิวาส” อย่างไร มาจาก” จังหวัดอาเจ๊ะ ประเทศอินโดนีเซีย โดย”ทางเรือ” หรือไม่ และมี”เจ้าหน้าที่”ใน”ระดับไหน” ที่อยู่ใน”ขบวนการค้าอาวุธ” เพราะ”ทหารพราน” ผู้เป็น”ผู้ส่ง” จาก”ต้นทาง” อาจจะเป็นเพียง”ลิ่วล้อ” ก็เป็นได้ สรุปคือใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” มี”ขบวนการค้าอาวุธสงคราม” เพื่อขายให้กับ”กลุ่มชาติพันธุ์” ใน”ประเทศเมียนมา” เพื่อใช้ในการ”สู้รับ” กับ”รัฐบาลเมียนมา…..
@หลังการ”ปล้นทอง” ที่”ห้างบิ๊กซี” อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ข่าวว่า “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” จะประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน” ที่ อ.สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส เพิ่มขึ้นอีก อำเภอ หนึ่ง ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ส่วน”สถานการณ์ของไฟใต้” ในการ”สุมไฟแค้น” เพื่อการสร้าง”เงื่อนไขสงคราม” ยังไม่จบ เมื่อ”ผู้เห็นต่าง” ทั้ง”นักการเมืองในพื้นที่” และ”ภาคประชาสังคม” มีการ”ขุดผีตากใบ” ขึ้นมาเป็น”เงื่อนไข” โดยจะให้”รัฐบาล” รับว่า”โศกนาฎกรรมตากใบ”เกิดจาก” เจ้าหน้าที่รัฐ” ให้มีการ”ขอโทษอย่างเป็นทางการ” และให้”คดีตากใบไม่หมดอายุความ” และให้ดำเนินการโดย”กลไกต่างประเทศ” เมื่อเป็นเช่นนี้เรื่องที่จะให้”ไฟใต้มอด”ยิ่งเป็นไปไม่ได้ …..ที่ “สำคัญ” ผู้เป็น”ต้นเหตุ” ในการเกิด”โศกนาฎกรรมตากใบ” ไม่ใช่”เจ้าหน้าที่รัฐ” แต่เป็น”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ที่เป็นผู้”วางแผน” ให้”เจ้าหน้าที่” จับกุม “ชรบ.” ที่นำอาวุธปืนราชการ ไปให้”แนวร่วม บีอาร์เอ็น” และ”ปลุกระดม” ให้”ประชาชน” ไป”ล้อม สภ.ตากใบ” เพื่อให้”เจ้าหน้าที่” ปล่อยผู้ต้องหา จน”สถานการณ์บานปลาย”ไปสู่การ”สลายม็อบ” จนเป็นเหตุมี”คนตาย” จากการ”ควบคุมตัว” ผู้”ก่อม็อบ” จากการ”ขาดอากาศหายใจ” แต่ “นักการเมือง” และ”กลุ่มผู้เห็นต่าง” ไม่เคยมองเห็น”ต้นตอ”ของ”สถานการณ์” และไม่เคยกล่าวถึง”ความผิด” ของ”บีอาร์เอ็น” ซึ่งถือเป็นการ” เลือกข้าง” ในการ”ชี้มูล” ความผิดที่ไม่”ยุติธรรม”…..
@หลักฐานจากการ”ปิดล้อมตรวจค้น” สถาบันปอเนาะ” ที่ ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังการ”วิสามัญ” กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น” พบ”หลักฐาน ที่เป็น”เอกสาร” และ”ภาพถ่าย” เป็น”จำนวนมาก” ที่แสดงให้เห็นถึงการ”บ่มเพาะ” ให้” เยาวชนชาย-หญิง” ที่เรียกว่า” เปอร์มูดอ” และ”เปอร์มูดี” เข้าสู่ “ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” และ” ยังมี”หลักฐาน” ที่เป็น”ภาพถ่าย” และ”วีดีโอ” อีกจำนวนหนึ่ง ในการ”จัดกิจกรรม” ต่างๆ ในพื้นที่ของ”สถาบันปอเนาะ” ที่มีทั้งการใช้”ถ้อยคำ” ในการ”ปลุกระดม” และกายแต่งกายที่มี”สัญลักษณ์” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” เมื่อ”หลักฐาน” ประจักษ์ชัด “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องใช้”กฎหมาย” ในการ”ดำเนินการ” การ”ดับไฟใต้” บาง”กรณี” ต้องให้”กฎหมาย” และให้เห็นถึงความ”ศักดิ์สิทธิ์” ของ”กฎหมาย” ถึงจะ”แก้ได้”…..ปัญหา”การก่อการร้าย” อย่างที่เกิดขึ้นใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ยังต้องใช้”ทหาร-ตำรวจ” และต้องใช้”กฎหมาย” การขอให้”นักสันติวิธี” เพียงอย่างเดียว จึงยังไม่ใช่”ทางออก” ของการ”ดับไฟใต้” ที่”สำคัญ” การ”ดับไฟใต้” ใช้”วาทกรรม” และการมอง”โลกสวย” อย่างเดียว เป็นไปได้ยาก….โดยเฉพาะ”หลักคิด” ในการให้ขอ”อำนาจ” จาก” กองทัพ” มาให้กับ”ภาคประชาสังคม” เพื่อการ”ขับเคลื่อนขบวนการสันติภาพ” ไม่มีทางเป็นไปได้ ตราบใดที่” กองทัพ” ยังอยู่เหนือ”รัฐบาล” อย่าง”ประเทศไทย” ดังนั้นถ้าต้องการให้”ไฟใต้มอดดับ” ต้องยอมรับ”ความจริง” และหา”ทางออก” ที่ตั้งอยู่บน”ข้อเท็จจริง”…..วันนี้สิ่งที่”ถูกต้อง” คือการที่” เจ้าหน้าที่” มีการ”ปิดล้อม” และ”จับกุม” สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ที่มี”หลักฐาน” ในการ”ก่อคดี” ในพื้นที่ของ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่ง”จับกุม”ได้เกือบ”ทุกวัน” และสิ่งที่”เจ้าหน้าที่” ต้องทำคือการ”ขยายผล” อย่าง”ต่อเนื่อง” และต้องทำงานด้าน”การสื่อสารกับสังคม” เพื่อให้”ประชาชน” ได้รับทราบ”ข้อเท็จจริง” ว่าผู้ที่ถูก”จับกุม” มี”พยาน” และ”หลักฐาน” ที่” เชื่อถือได้” เพื่อเป็นการ”ป้องกัน”การออกมา”โจมตี” ว่ามีการ”จับแพะ”…..
@ภาคใต้กำลังเข้าสู่”ฤดูมรสุม” ฝนฟ้าเริ่ม”ตกหนัก” ในหลายพื้นที่ ซึ่ง”หน่วยงาน” ที่”รับผิดชอบ” ตั้งแต่”บรรเทาสาธารณภัย”และ”กองทัพภาคที่ 4” ต้องเป็น”หน่วยงาน” แรกๆ ที่มี”ความพร้อม” รองมาคือ”จังหวัด” และ”ท้องถิ่น.ท้องที่” เพราะดูสถานการณ์แล้ว เชื่อว่า”ฤดูมรสุม”ของ”ภาคใต้”ใน”ปีนี้” จะ”รุนแรง”กว่าทุกปี โดยเฉพาะใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นอีกพื้นที่ ซึ่งมีการ”ประสบอุทกภัย” อย่างหนักในทุกปี แต่ก็ยัง”อุ่นใจ” เพราะพื้นที่”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” มี”กองกำลังทหาร” อยู่ในพื้นที่”หลายกองพัน” และ”นายวิกโยธิน” ของ”ค่ายจุฬาภรณ์” จ.นราธิวาส มีการ”เตรียมพร้อม” ทั้ง”กำลังพล” และ”ยานพาหนะ”ในการ”ช่วยเหลือ” ผู้ประสบอุทกภัย…..
@จับตามการการ”แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ” ใน”ระดับ”ผกก.”ในภาคใต้ ซึ่งขณนี้มีการ”วิ่งตีนขวิด” ของ”ตำรวจ” ที่ต้องการไปอยู่ในที่”ทำเลทอง” อย่าง”จ.สงขลา ตำแหน่ง” ผกก.สภ.สะเดา และ”สภ.ปาดังเบซาร์” มีผู้ที่ต้องการเป็น”ผกก.” วิ่งหา”นักการเมือง” เพื่อให้”สมหวัง” เช่นเดียวกับตำแหน่ง”ผกก.สภ.เบตง จ.ยะลา และ ตำแหน่ง”ผกก.สุไหงโก-ลก “ และ”สภ.ตากใบ” จ.นราธิวาส สำหรับ จ.นราธิวาส การ”แต่งตั้ง” โยกย้าย ตำแหน่งสำคัญๆ เป็น”โควต้า” ของ”พรรคกล้าธรรม” ดังนั้น”นักวิ่ง” ทั้งหลายอย่าวิ่ง”ผิดพรรค” เดี่ยวนายตำรวจะ”เสียเงิน” และ”เสียเวลา” เปล่าๆปรี้ๆ…..
@เรื่องของ”การเลือกตั้ง สส.” ที่ วันนี้”พรรคการเมือง” มีการ”เปิดตัว” ผู้”สมัคร” ในเขตเลือกตั้งอย่างคึกคัก เขต 9 สงขลา มีการ”ขึ้นคัตเอ้าท์” เปิดตัว “พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร” อดีต ผกก.สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา เป็นผู้สมัครของ”พรรคภูมิใจไทย” สำหรับ สส.ในเขตนี้คือ”ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” แห่ง”พรรคประชาธิปัตย์”และเป็น”ลูกชาย”ของ” เดชอิศม์ ขาวทอง” สส.เขต 5 อดีต เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นเขตนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ต้อง”จับตา” ถึงความ”ดุเดือนเลือดพล่าน” เช่นเดียวกับ เขต 4 สงขลา ที่ “โยธิน ทองเนื้อแข็ง” สมาชิกสภาจังหวัดสงขลา” ได้ขึ้นว่าเป็นผู้สมัครของ”พรรคภูมิใจไทย” โดยการ”สนับสนุน”ของ”สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นายก อบจ.สงขลา สส.เขตนี้คือ”ชนนพัฒน์ นาคสั้ว” แห่ง”พรรคกล้าธรรม” เด็กใน”คาถา”ของ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เขตนี้จึงเป็นอีก”หนึ่งเขต” ที่ต้อง”จับตา”…..
@นายตำรวจ”นำดี” พล.ต.ท. พัฒนาวุธฺ อังคนาวิน” ผู้”พิสมัย”การเมือง “อาสา” ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในเขต”เลือกตั้งที่ 2 “ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเป็นอีก”ทางเลือก” ให้กับ”ประชาชน” ซึ่ง”เจ้าตัว” เปิดตัวเดิน”หาเสียง” จาก”ประชาชน”ก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับเขตนี้ สส.คือ”ศาตรา ศรีปาน” พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งในการ”เลือกตั้ง” ใน”สมัยหน้า” ตัดสินใจ”สวมเสื้อ”พรรคภูมิใจไทย” และเขตนี้ยังมี”ดาวติ๊กต๊อก” อย่าง”จูรี นุ่มแก้ว” รองหัวหน้าพรรคภารกิจ” ของ”พรรคประชาธิปัตย์” ลงสมัครด้วย และ อาจจะมี “หมดจุ๊ด” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ที่เป็น”หมอคนดังสายเอ็นจีโอ” ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีมา”เล่นการเมือง”ด้วย แต่ยัง”อุปไต๋” เรื่อง”ว่าจะ”สังกัด”พรรคการเมืองพรรคไหน…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
———————————————————————
////////////////////////////////////////////////////

อุทิศถวายฯ. พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จว.ยะลา ร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายศิริชัย วจีสัจจะ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี สวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ศิริชัย วจีสัจจะ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.ยะลา เป็นประธานในพิธี ณ ศลาการเปรียญ วัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา
//////////////////////////////////

ปัญหายาเสพติด. พล.ท,นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 หารือ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ปปส. เพื่อการขับเคลื่อนงานตามแผนปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ และเชื่อมต่อประทศที่สาม ณ ห้องประชุม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////////

เปิดงานกินเจ. โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา ได้เป็นประธานเปิดงานถือศีลกินเจประจำปี2568เพื่อเป็นศิริมงคลเมืองหาดใหญ่ ณสมาคมเมตตาธรรม มหาโพธิ์สัตร์กวนอิมภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////

ความร่วมมือ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร ได้หารือร่วมกับ Prof. Dato Ir. Ts. Dr. Mohd İbrahim Abdul Mutalib,Provost University Teknologi PETRONAS (UTP) ประเทศมาเลเซีย ประเด็นที่จะทำความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร (Mobilty Program) การทำวิจัย รวมถึงการส่วนร่วมกับชุมชน (Community Engagement)
/////////////////////////////////////////

เสวนา. เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ร่วม เสวนาให้ความรู้ กิจกรรมสัมมนาทางรัฐศาสตร์ ในหัวข้อ “มุมมองสันติภาพผ่านบทบาทชุมชนกับการพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้” โดยหลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการปกครองและกฎหมายมหาชน ณ ห้องประชุมซาลัค ชั้น 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
/////////////////////////////////////////

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ร่วมแรงร่วมใจประดิษฐ์ “ผีเสื้อจากผ้าไทยประจำถิ่นยะลา” จำนวน 1,500 ตัว ส่งมอบให้ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยะลา เพื่อสนับสนุนการออกร้านงานกาชาดสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2568 โดยมี อำนาจ ชูทอง รอง ผวจ.ยะลา รักษาการ ผวจ.เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคาร 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา
///////////////////////////////////////

จิตอาสา, พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สวญ.สภ.ตาเซะ พร้อมด้วย ชุดจิตอาสา สภ.ตาเซะ ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านตาเซะ และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันสำคัญวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568 ณ ป้อม ชรบ.บ้านตาเซะ อ.เมือง จ,ยะลา
///////////////////////////////////////////////

ร่วมยินดี. ประณต เอี่ยวเจริญ , จตุพงศ์ ธรรมเดโช รองนายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย แวหะมะกูซี อีปง ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล ร่วมแสดงความยินดีกับหมอมะปราง และหมอรีณา ในโอกาสเปิดกิจการ “ขอให้คลีนิคทันตกรรม ณ คลีนิคทันตกรรมเดนิต้า อ,รือเสาะ จ.นราธิวาส
////////////////////////////////////////

แถลงข่าว. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา มอบหมายให้ มูหัมมัดอามีน มะทา เลขานุการนายก อบจ.ยะลา พร้อมนายอีมาน อาลีมามะ สมาชิกสภา อบจ.ยะลา อ.บันนังสตา เขต 1 ร่วมงานแถลงข่าว และจับฉลากการแข่งขันมินิฟุตบอล ชิงแชมป์ประเทศไทย ASIAN MINIFOOTBALL CHAMPIONSHIP 2025 เพื่อหานักกีฬามินิฟุตบอลเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อคัดเลือดไปแข่งขันระดับนานาชาติ ณ ประเทศไต้หวัน และพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะ ซึ่งจะจัดการแข่งขันในวันที่ 1-2 พ.ย.โดยมี สุไลมาน บือแนปีแน เป็นประธาน ณ หอประชุมมูลนิธิมะทา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
////////////////////////////////////////

ร่วมหารือ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมหารือกับคณะกรรมการจัดงาน “Grand Halal Bangkok 2026” โดยมี คุณนิคม เลิศมัลลิกาพร (ประธานบริหาร Worldex G.E.C. Co.,ltd), คุณวิวัฒน์ หิรัญพฤกษ์ (ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ) และคุณเอกราช มูเก็ม (ผู้บริหาร Mytrip Bangkok) เพื่อหารือแนวทาง จัดงานแสดงสินค้า และบริการฮาลาระดับนานาชาติ ในระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
///////////////////////////////////////////

เปิดงาน. ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. เขต 4 สงขลา ได้เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินเจของเทศบาลตำบลระโนด โดยมี สุพจน์ นวลทอง นายกเทศมนตรีตำบลระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา และคณะให้การต้อนรับ
/////////////////////////////////////////////

แจกน้ำหมัก. พิศณุุพงค์ นกแก้ว ผอ.กยท.จ.ปัตตานี ร่วมกับ พล.ท.สุวรรณ เชิดฉาย (เสธ.ขาว) พ.ท.โสมมนัส ลพล้ำเลิศ และศอ.บต.ลงพื้นที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มอบน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ ให้ปราชญ์ชาวบ้าน(พี่วัฒน์) แปลงอารยะเกษตร ซึ่งมีหลายกิจกรรม เช่น การผสมปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ปลูกผักปลอดสารพิษ ชะอม บวบ กวางตุ้ง พริก บริเวณบ้าน
///////////////////////////////////////////

เปิดงานประจำปี ประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเล สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น หนึ่งเดียวในโลก ณ บ้านปากปรน ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ประเพณีที่เก่าแก่ สุดยิ่งใหญ่แห่งภาคใต้ โดยมี นายสมพงษ์ ประภากรสกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสำราญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมสัมผัสพลังความศรัทธาเป็นจำนวนมาก
///////////////////////////////////////////////

ถวายความอาลัย. ณ โรงเรียนดรุโณทัย อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นโรงเรียนศาสนาคริสต์ ได้จัดพิธีวันเปิดภาคเรียนวันแรก โดยบาทหลวงยุทธนา สกนธวัฒน์ ผู้จัดการฯ คณะครู บุคลากร และนักเรียน จำนวน 2,054 คน ร่วมพิธีกรรมถวายความอาลัย แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
/////////////////////////////////////////

จับไม่หมด. วีรพัฒน์ บุญฑริก รอง ผวจ.นราธิวาส ,พล.ต.ต.ประยงค์ โตรตสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สั่ง ฝ่ายปกครอง ,ตำรวจ กวาดล้าง อาชญากรรม,ยาเสพติด สามารถจับกุม ผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้ของกลางจำนวนมาก นำส่ง สภ.ตากใบ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
/////////////////////////////////////////



