เริ่มต้นที่ นิทรรศการจิตรกรรม The Moment “Wat Saket” (Golden Mountain) โดยคณาจารย์และนักศึกษากลุ่มวิชาเอกจิตรกรรม คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นิทรรศการฯ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้การสร้างสรรค์ “ภาพวาดทิวทัศน์จากสถานที่จริง” ณ บริเวณวัดสระเกศและภูเขาทอง โดย 9 ศิลปิน บันทึกบรรยากาศ ทั้งในวันที่มีฝนตกหนัก และช่วงเวลาหลังฝนหยุด สะท้อนให้เห็นแสง สี และอารมณ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน แต่ละผลงานแสดงมุมมองทางความรู้สึกและการตีความเฉพาะตัว อาทิ การมองมหานคร, เหมือนฝนจะตก,ฟ้าหลังฝน,หมอกฝันหลังฝน, สุดสายตา, ช่วงเวลาหนึ่ง และ ระลอกฝนบนขอบวิหาร ฯลฯ นิทรรศการฯ ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนทักษะทางศิลปะและการสังเกตเชิงลึกของผู้สร้างสรรค์ แต่ยังบอกเล่าความงามของเมืองหลากหลายอารมณ์ ที่ใช้ศิลปะเป็นภาษาของความรู้สึก เปิดให้เข้าชมฟรีในวันที่ 3-30 พฤศจิกายน 2568  ณ ร้าน JEDI Café & Bar  ตรงข้ามประตูทางเข้าวัดสระเกศ

นิทรรศการศิลปะ“The Beast” โดย กริช จันทรเนตร และ ชญานิษฐ์ ม่วงไทย สองจิตรกรไทยผู้ต่างสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ ตีแผ่ความเป็นมนุษย์ผ่านจิตรกรรมรูปสัตว์ โดยผลงานจากสองศิลปินจะถูกนำเสนอคู่กันในแบบขั้วตรงข้าม ชาย-หญิง นอกบ้าน-ในบ้าน ก้าวร้าว-อ่อนโยน เข้มแข็ง-เปราะบาง เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสถึงขอบเขตความหมายที่หลากหลายและซับซ้อนของสัญชาตญาณที่เราต่างมีร่วมกัน ฯลฯ The Beast จัดแสดงต่อเนื่องถึง 14 ธันวาคม ณ BNC Creatives RCA

“Here for the Cake” โดย นาตาลี ซาเวจ ศิลปินเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพเขียนแนวสติลไลฟ์ที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความสนุกสนาน ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและการเฉลิมฉลองผ่านภาพที่สดใส เปล่งประกายด้วยความอบอุ่น ความสุขและสายสัมพันธ์ของผู้คน ในนิทรรศการฯ ศิลปินเปลี่ยนโต๊ะอาหารให้กลายเป็นจุดนัดพบแห่งความสุข เวทีแห่งเสียงหัวเราะ ผลงานเต็มไปด้วยรายละเอียดอันคุ้นตา ภาพสะท้อนพลังและความรักอันอบอุ่น ถ่ายทอดความสุขทางประสาทสัมผัสของการได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารัก ฯลฯ จัดแสดงถึง 7 ธันวาคม ณ ซัปเพิลส์ แกลเลอรี เจริญกรุง 43

“Resilienceโดย มรกต เกษเกล้า นิทรรศการผสมผสานบางส่วนของผลงานที่ผ่านมาจากนิทรรศการ Suture เข้ากับผลงานชุดใหม่ที่สำรวจภูมิทัศน์ภายในของความอดทนและการดำรงอยู่ ผ่านเทคนิคสีอะคริลิกบนลินินและการปักชุนที่อ่อนช้อยแต่มั่นคง ผลงานหลอมรวมรูปทรงที่แตกต่างให้กลายเป็นภูมิทัศน์นามธรรม กล่าวถึงสายสัมพันธ์ที่ผุกร่อนและการซ่อมแซมอย่างแผ่วเบาลายเส้นการปักชุนกลายเป็นท่วงทำนองแห่งความต่อเนื่องและการดูแล ด้ายที่ทอดผ่านความเงียบผูกโยงพื้นที่เข้าหากันอย่างบอบบาง เชื้อเชิญให้ครุ่นคิดถึงวิธีที่มนุษย์ดำรงอยู่ ฯลฯ นิทรรศการฯแสดงถึง 9 พฤศจิกายน  ณ  ATTA Gallery

อีกความเคลื่อนไหว “Ashes of an Era” โดย ปรัชญา เจริญสุขศิลปินนำเสนอภูมิทัศน์อันไกลโพ้น ผ่านการพาตัวเองข้ามกาลเวลา แล้วหันกลับมามองเศษซากอารยธรรมในอนาคตที่อาจกำลังจะเกิด เศษซากวัสดุตกค้างจากการเผาพลาสติกถูกนำเสนอราวกับเป็นฟอสซิลของยุคสมัย ผ่านกาลเวลาและเรื่องราวแห่งการดำรงอยู่ และเมื่อมองเข้าไปในวัตถุจะเห็นร่องรอยและความพยายามที่จะทำให้วัตถุนี้หายไป  นิทรรศการฯอาจเป็นการพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินไปในธรรมชาติ ในมิติการกระตุ้นเตือนเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ หากแต่ในมิติที่ซ้อนทับ ผลงานกลับเล่นกับกาลเวลาและความหมายของประวัติศาสตร์ที่ทิ้งไว้ให้หลงเหลือสู่อนาคต ฯลฯ จัดแสดงถึง 29 พฤศจิกายน ณ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี โครงการโอพี การ์เด้น เจริญกรุง 36

….สัปดาห์หน้าพาซอกแซกชมนิทรรศการ กิจกรรมศิลปะที่ไหน กลับมาพบกัน

                                                                                                                        นายนกฮูก.