ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวอ้างว่า การที่สหรัฐส่งกองกำลังทหารขนาดใหญ่เข้ามาในระยะโจมตีของเวเนซุเอลา เป็นส่วนหนึ่งของแผนการโค่นล้มเขาและ “ขโมย” น้ำมันของประเทศ ภายใต้ข้ออ้างของปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด
กระนั้น ภัยคุกคามของกองทัพสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากเรือที่ใช้โดยบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่าง “เชฟรอน” ซึ่งมีใบอนุญาตชั่วคราวในการสกัดน้ำมันเวเนซุเอลา ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า ทะเลแคริบเบียนยังมีสิ่งที่เรียกว่า “เรือบรรทุกน้ำมันเงา” ซึ่งขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรหรือผิดกฎหมาย


“เรือบรรทุกน้ำมันเงา แล่นอยู่ในทะเลแคริบเบียนได้โดยไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับช่วงก่อนที่สหรัฐจะส่งกองกำลังมาประจำการ พวกเขาไม่เห็นเรือเหล่านี้ และปล่อยให้วนเวียนอยู่ในทะเลต่อไป” ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง กล่าว


ด้านนายเอเลียส เฟอร์เรอร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวิจัยโอรีโนโก ในเวเนซุเอลา กล่าวเพิ่มเติมว่า เรือบรรทุกน้ำมันเงา เรือที่ถูกคว่ำบาตร ยังคงเข้าออกเวเนซุเอลาเหมือนเดิม และขนส่งน้ำมันไปยังตลาดในจีนเป็นหลัก ซึ่งเขาเชื่อว่า สหรัฐน่าจะไม่ต้องการแทรกแซงเรือเหล่านี้

เพราะมันจะเทียบเท่ากับ “การประกาศสงคราม” ในช่วงเวลาที่สหรัฐมีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับจีน ซึ่งเป็นศัตรูทางทหารที่แข็งแกร่ง
เนื่องจากสหรัฐดำเนินมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบ เพื่อตอบโต้ชัยชนะของมาดูโร ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2561 การผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจึงลดลงจาก 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 เหลือต่ำกว่า 400,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2563


เชฟรอนได้รับอนุญาตให้สกัดน้ำมันในเวเนซุเอลาต่อไปได้ ทว่าในเดือน พ.ค. ปีนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้เชฟรอน และบริษัทอื่น ๆ ยุติการดำเนินงานในเวเนซุเอลา ซึ่งต่อมาในเดือน ก.ค. มาดูโรประกาศว่า สหรัฐตกลงที่จะอนุญาตให้เชฟรอนดำเนินงานต่อไป โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา หลังสหรัฐกับเวเนซุเอลา บรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อแลกเปลี่ยนนักโทษ


หลังจากนั้น การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเพียงกว่า 1% ของปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลก


นับตั้งแต่ทรัมป์ข่มขู่ว่าจะเก็บภาษีส่งออก 25% กับประเทศใดก็ตามที่ซื้อน้ำมันเวเนซุเอลา ประเทศจึงต้องลดราคาน้ำมันในตลาดมืดถึง 20% อย่างไรก็ตาม ปัญหาในช่วงแรกกลับคลี่คลายในไม่ช้า เนื่องจากรัฐบาลการากัสพบผู้ซื้อน้ำมันในตลาดมืดที่เต็มใจ


แม้บรรดานักวิเคราะห์ไม่แน่ใจว่า อนาคตของน้ำมันเวเนซุเอลาจะเป็นอย่างไร แต่เฟอร์เรอร์กล่าวว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันจะยังคง “ยกเว้นการคว่ำบาตร” บริษัทน้ำมันของสหรัฐที่ดำเนินงานในเวเนซุเอลา และเพิกเฉยต่อเรือบรรทุกน้ำมันจากประเทศนี้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP