ภาพวาด “Girl with a Pearl Earring” หรือ “Girl in a Turban” ของโยฮันเนส เวอร์เมียร์ จิตกรชื่อดังชาวดัตช์ที่วาดไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1665 เป็นหนึ่งในภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลแก่ผลงานในแขนงอื่นๆ เช่น นวนิยายและภาพยนตร์
เมื่อไม่นานมานี้ แอนดรูว์ เกรแฮม-ดิกซัน ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะออกมาเปิดเผยว่า เขาสามารถติดตามร่องรอยจนรู้ตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวที่เป็นนางแบบของภาพวาดชื่อดังภาพนี้ในบทความของหนังสือพิมพ์ Times of London ก่อนหน้าที่เขาจะเปิดตัวหนังสือ “Vermeer: A Life Lost and Found” ของเขาเอง
ในบทความดังกล่าว เกรแฮม-ดิกซันชี้ว่า เวอร์เมียร์ จิตรกรผู้รังสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ในปีค.ศ. 1665 นั้น แทบจะทำงานให้กับสามีภรรยาชาวดัตช์คู่หนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือ ปีเตอร์ คลาสซูน ฟาน รุยเวน และ มาเรีย เดอ คนุยจ์ต
ทั้งสองซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ของเขาเป็นสมาชิกของนิกายคริสเตียนหัวรุนแรงที่เรียกว่า รีมอนสตรันตส์ เกรแฮม-ดิกซันจึงเชื่อว่า เด็กสาวที่โพกผ้ารอบศีรษะและสวมต่างหูมุกในภาพวาด น่าจะเป็น “มักดาเลนา” ลูกสาววัย 10 ขวบของผู้อุปถัมภ์ทั้งสอง

เกรแฮม-ดิกซันตั้งข้อสังเกตว่า เด็กสาวในภาพแต่งกายคล้ายกับ มารีย์ มักดาลา ซึ่งเป็นผู้ติดตามหญิงคนสำคัญของพระเยซู โดยนิกายรีมอนสตรันตส์และกลุ่มคอลลีเจียน (Collegiant) ที่แยกออกมาจากนิกายนี้ มีวิถีปฏิบัติและการใช้ชีวิตตามแบบสาวกพระคริสต์ในยุคแรก และยึด มารีย์ มักดาลา เป็นหนึ่งในแม่แบบทั้งในการใช้ชีวิตและทางศาสนา
“เธอ (มักดาเลนา) จะมีอายุ 12 ปีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีค.ศ. 1667 และสมมติว่าเธอเป็นสมาชิกของกลุ่มคอลลีเจียนเช่นเดียวกับพ่อแม่ เธอก็จะเข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนต่อพระคริสต์เมื่อถึงวัยนั้น” เกรแฮม-ดิกซันกล่าวอ้าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะผู้นี้ยังเสริมด้วยว่า ผลงานทุกชิ้นของเวอร์เมียร์ซึ่งเติบโตมาแบบคนในนิกายรีมอนสตรันตส์เช่นกัน “ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อทางศาสนาที่มาเรีย เดอ คนุยจ์ตและคนใกล้ชิดกับเธอ รวมถึงตัวเวอร์เมียร์เอง ยึดถือ”

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปของเกรแฮม-ดิกซันก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย และกลายเป็นประเด็นโต้แย้ง โดย รูธ มิลลิงตัน ผู้เขียนหนังสือ “Muse: Uncovering the Hidden Figures Behind Art History’s Masterpieces” เชื่อว่า ภาพสีน้ำมันภาพนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นกรณีของ “ศิลปะเลียนแบบชีวิตจริง”
เธอกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดลิเมล์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เสน่ห์ของภาพวาดนี้อยู่ที่ความลึกลับของนางแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ” เธอยืนยันว่าภาพนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นภาพเหมือนของบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างง่ายดาย แต่เป็นลักษณะของ “ทรอนี” (Tronie) ซึ่งหมายถึงภาพวาดใบหน้าหรือสีหน้าของตัวละครหรือคนในจินตนาการ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีนางแบบจริงๆ เป็นผลงานที่ศิลปินใช้เพื่อทดลองเทคนิคหรือฝึกฝืมือ
“บ่อยครั้งที่ผู้คนตีความภาพวาดว่าจะต้องเป็นภาพเหมือนผู้ที่มีตัวตนจริงเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วมีความซับซ้อนมากกว่านั้น” มิลลิงตันกล่าว
แม้แต่ เทรซี เชวาลิเยร์ นักเขียนนวนิยายเรื่อง “Girl With a Pearl Earring” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยสการ์เล็ตต์ โยแฮนซัน ก็กล่าวว่า “ภาพนี้ดึงดูดใจเพราะมันมีปริศนาที่ยังไม่มีคนไขให้กระจ่าง”
เธอกล่าวถึงหญิงสาวที่ดูสงบเงียบในภาพว่า “คุณไม่สามารถบอกได้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไร หากปริศนานี้โดนเฉลยไปแล้ว คุณก็จะหมดความสนใจและหันไปดูภาพอื่น”
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, johannesvermeer.org



