เย็นวันหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเหน็บในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย นางอเล็กซานดรา มุ่งหน้าไปยังโรงภาพยนตร์ โดยหวังที่จะหลีกหนีจากความเป็นจริงสัก 2-3 ชั่วโมง ด้วยการดูภาพยนตร์ตลกของฝรั่งเศสเรื่องใหม่
เนื่องจากฮอลลีวูดบอยคอตตลาดรัสเซีย จากการที่รัฐบาลมอสโกปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ภาพยนตร์ฝรั่งเศสจึงเป็นหนึ่งในหน้าต่างทางวัฒนธรรมไม่กี่บาน ที่ชาวรัสเซียเปิดไว้เพื่อเข้าถึงชาติตะวันตก
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลปารีส กับรัฐบาลมอสโก เสื่อมถอยสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี แต่ภาพยนตร์ฝรั่งเศสยังคงได้รับความนิยม เพราะผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ต่างแสวงหา “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” บนจอภาพขนาดใหญ่
ข้อมูลจากยูนิฟรานซ์ (Unifrance) ซึ่งเป็นองค์กรด้านวัฒนธรรมของฝรั่งเศส ที่โปรโมตภาพยนตร์ในต่างประเทศ เผยให้เห็นว่า รัสเซียเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งสำหรับภาพยนตร์ฝรั่งเศสในปี 2566 และอยู่ที่อันดับสองในปี 2567 ตามยอดขายตั๋ว แม้โรงภาพยนตร์รัสเซียบางแห่งฉายภาพยนตร์ฮอลลีวูดแบบละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม
อนึ่ง ฝรั่งเศสโจมตีรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรชุดใหญ่เป็นประวัติการณ์ เนื่องจากรัสเซียรุกรานยูเครน อีกทั้งทำเนียบเครมลิน และทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ต่างโต้ตอบอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เรียกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ว่าเป็น “ยักษ์” และ “นักล่า” เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลมอสโก
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของภาพยนตร์ฝรั่งเศสยังคงอยู่ และภาพยนตร์ทำเงินสูงก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาพยนตร์ฝรั่งเศส 73 เรื่อง เข้าฉายในโรงภาพยนตร์รัสเซียเมื่อปีที่แล้ว
ในปี 2566 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง “Miraculous” มียอดผู้ชมในรัสเซียมากกว่า 3 ล้านคน ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศสที่มีผู้ชมมากที่สุดในรัสเซีย นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต
นายคอนสแตนติน เอิร์นสท์ หัวหน้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 1 ของรัสเซีย กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การละทิ้งประเทศที่คิดค้นภาพยนตร์ถือเป็น “เรื่องโง่เขลา” เนื่องจากความละเอียดอ่อน ความลึกซึ้ง และสุนทรียศาสตร์ของภาพยนตร์ฝรั่งเศส สอดคล้องกับจิตวิญญาณของชาวรัสเซียอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ในเอเชียและลาตินอเมริกา พยายามเติมเต็มช่องว่างในตลาดรัสเซีย แต่พวกเขาประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ซึ่งชาวรัสเซียบางคนมองว่า ภาพยนตร์ของฝรั่งเศสหรือยุโรป มีความใกล้ชิดมากกว่าในแง่ของบรรยากาศ และความสง่างาม
ด้านยูนิฟรานซ์ ออกมาปกป้องการตัดสินใจไม่ร่วมมือกับฮอลลีวูด ในการบอยคอตตลาดรัสเซีย โดยโฆษกขององค์กรกล่าวว่า การแบนวัฒนธรรม หมายถึงการตัดความสัมพันธ์กับประชากรชาวรัสเซีย อีกทั้งภาพยนตร์เป็นหนทางหนึ่งในการเปิดโอกาสให้เห็นวัฒนธรรมอื่น และวิถีชีวิตที่แตกต่าง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เอิร์นสท์ และผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์รายอื่นในรัสเซีย เห็นตรงกันว่า ยูนิฟรานซ์ทำการตัดสินใจอย่าง “ชาญฉลาด”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



