ในปีนี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งสิ้น 2 มหกรรม

เริ่มจากกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68 โดยมี 3 เมืองหลัก ร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา ต่อด้วยกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค.569 ที่จังหวัดนครราชสีมา

ในส่วนของกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นั้น กำหนดการแข่งขันทั้งสิ้น 50 ชนิดกีฬา พร้อมด้วย 3 กีฬาสาธิต และ 1 กีฬาสร้างมูลค่า ชิงชัยรวม 574 เหรียญทอง

ซึ่งเมื่อนับเวลา ณ ตอนนี้จะเหลืออีกไม่ถึง 30 วัน “ไทยแลนด์เกมส์ 2025” ก็จะเปิดฉากขึ้นแล้ว

ก่อนที่ทั้ง 2 มหกรรมกีฬา จะเปิดฉากขึ้น นอกจากจะเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาจาก 11 ชาติอาเซียน กว่าหมื่นชีวิตที่เข้าร่วมการแข่งขันแล้ว

ไฮไลต์สำคัญประการหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ “ไฟพระฤกษ์” ที่จะมีการอัญเชิญไปจุดในพิธิเปิดการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025

เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่า มหกรรมกีฬาครั้งประวัติศาสตร์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นำโดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เพื่อรับพระราชทานไฟพระฤกษ์ สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

เมื่อได้รับการพระราชทานไฟพระฤกษ์แล้ว คณะกรรมการฯ ได้มีการอัญเชิญไฟพระฤกษ์จากพระที่นั่งอัมพรสถาน ไปประดิษฐาน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก เพื่อเก็บรักษาและจัดเตรียมนำไปใช้ในกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมวิ่งคบเพลิง เพื่อสร้างกระแสและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงการแข่งขันอย่างเป็นทางการต่อไป

ย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา “ไฟพระฤกษ์” ถือเป็นไฟพระราชทาน ซึ่งมีการขอพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาตั้งแต่ปี 2510 เพื่อประดิษฐานในกระถางคบเพลิงของการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ, การแข่งขันกีฬาระดับประเทศ และกีฬานานาชาติ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ อาทิ เอเชียนเกมส์และซีเกมส์

“ไฟพระฤกษ์” จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความศักดิ์สิทธิ์ ความรุ่งโรจน์ และความสำเร็จของการแข่งขัน

อีกทั้งยังเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้จัดงาน ในการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์อีกด้วย

ส่วนกิจกรรมหลังจากนี้ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 พ.ย.68 นี้ จะมีกิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งจะจัดขึ้นทั้ง 4 จังหวัด ออกวิ่งเฉลิมฉลองไปพร้อมกันในช่วงเช้า โดยแต่ละจังหวัดจะมีผู้เข้าร่วมจังหวัดละ 1,000 คน รวมทั้งหมด 4,000 คน

การวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ในแต่ละจังหวัด ได้กำหนดสถานที่ไว้ดังนี้ จังหวัดสงขลา จัดที่สนามกีฬาติณสูลานนท์

จังหวัดชลบุรี จัดที่ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอมตะนคร

จังหวัดนครราชสีมา จัดที่ลานกิจกรรมหน้าสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

กรุงเทพมหานคร จัดที่ลานกิจกรรมด้านหน้า ราชมังคลากีฬาสถาน กกท. หัวหมาก โดยจะเชิญผู้แทนจาก 10 ชาติอาเซียน เข้าร่วมงานด้วย

สำหรับการวิ่งเฉลิมฉลองไฟพระฤกษ์ “ซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ 2025” จะมีผู้ถือคบเพลิงรวม 4 จังหวัดทั้งหมด 292 ผลัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีนักกีฬา, ผู้แทนสมาคมกีฬา, ผู้บริหาร, ตัวแทนจากผู้สนับสนุนเข้าร่วมอย่างทั่วถึง

ซึ่งหลังจากกิจกรรมเสร็จสิ้น “ไฟพระฤกษ์” ของกรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และสงขลา จะได้อัญเชิญไว้ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เพื่อเตรียมไว้สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ต่อไป

ส่วนที่เมืองโคราช ก็จะอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ไว้ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมใช้ในพิธีเปิดกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 เช่นกัน

“ไฟพระฤกษ์” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลของชาวไทย ที่จะร่วมใจกันเฉลิมฉลอง พร้อมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับพี่น้องชาวอาเซียนผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรีและรอยยิ้ม เพื่อให้ซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ มีความยิ่งใหญ่และประทับใจมากที่สุด