ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้ราคาพืชผักพุ่งสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญความยากลำบาก แต่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กลับมีเรื่องราวอบอุ่นหัวใจที่ทำให้หลายคนยิ้มได้
เรื่องราวของ “ลุงเปี๊ยก” ผู้เปลี่ยนสวนผักหลังเกษียณให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน
ที่บ้านเลขที่ 174/1 หมู่ 1 คือ สถานที่ ซึ่ง นายศักดิ์ชัย พนัสดิษฐ์ อายุ 61 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลุงเปี๊ยก” ใช้พื้นที่ว่างเพียงประมาณ 50 ตารางวา ปรับปรุงดิน ปลูกผักสวนครัวตามฤดูกาล ทั้งผักกาดขาว คะน้า กวางตุ้ง ต้นหอม ผักชี โหระพา และผักปลอดสารอีกหลากหลายชนิด เดิมทีปลูกไว้กินเองในครอบครัวเพื่อลดรายจ่าย และใช้เป็นกิจกรรมออกกำลังกายหลังเกษียณ แต่ผลผลิตกลับงอกงามกว่าที่คาด ทำให้ลุงเปี๊ยกตัดสินใจ “แบ่งปัน” แทนการเก็บไว้เพียงลำพัง

ลุงเปี๊ยก บอกว่า เขาศึกษาวิธีปลูกผักจากยูทูปและลองผิดลองถูกอยู่เสมอ จนได้ผักที่สด สะอาด และปลอดสารพิษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าวต่างแวะเวียนมาที่สวนแห่งนี้ เพื่อมาตัดผักที่ต้องการไปปรุงอาหารได้ตามใจ ไม่จำกัดปริมาณ และไม่ต้องเกรงใจ เพราะหากไม่พอก็กลับมาเก็บใหม่ได้ในวันถัดไป
“ผมถือว่ามันคือการทำบุญ และช่วยกันลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ทุกคนลำบาก” ลุงเปี๊ยก กล่าวด้วยรอยยิ้มจริงใจ

นายอุทัย สาระวัน หนึ่งในชาวบ้านที่มาขอผัก บอกว่า การมีคนใจดีเช่น “ลุงเปี๊ยก” ในยามที่ผักราคาแพง ถือเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งและดีใจมาก เพราะไม่ใช่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้เห็นว่า “น้ำใจคนไทย” ยังงดงามเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่ต้องพึ่งพากัน

เรื่องราวของ “ลุงเปี๊ยก” อาจเริ่มจากสวนผักเล็กๆ เพียงไม่กี่ตารางวา แต่กลับสร้างรอยยิ้มใหญ่ให้ทั้งชุมชน เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้โลกจะเผชิญวิกฤตเพียงใด ความเอื้อเฟื้อ ความแบ่งปัน และหัวใจที่อยากช่วยเหลือกัน ยังเป็นสิ่งมีค่าที่ทำให้สังคมน่าอยู่เสมอ
ท้ายที่สุด สวนผักของ “ลุงเปี๊ยก” ไม่ใช่เพียงแหล่งอาหาร แต่กลายเป็นแหล่งพลังใจของผู้คนทั้งหมู่บ้าน เป็นบทพิสูจน์ว่า “พื้นที่เล็กๆ ของความเมตตา” สามารถสร้างความอบอุ่นให้สังคมได้อย่างไม่รู้จบ.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “วัฒนพล มัจฉา” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.สุพรรณบุรี
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..



