ชายในเครื่องแบบหลายพันคนโบกไม้ไผ่และร้องเพลงปลุกใจ ขณะเดินขบวนพาเหรดในอินเดียตอนกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มชาตินิยมฮินดูสุดโต่ง ที่มีสมาชิกหลายล้านคน
“ราษฏรียะ สวยัมเสวก สังฆ์” หรือองค์กรอาสาสมัครแห่งชาติ หรืออาร์เอสเอส ฉลองการก่อตั้งครบรอบ 100 ปี เมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ด้วยพิธีอันยิ่งใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ ในเมืองนาคปุระ
อาร์เอสเอส เป็นแกนหลักทางอุดมการณ์และและองค์กร ของพรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2557 แต่นักวิจารณ์หลายคนกล่าวหาว่า กลุ่มนี้ลิดรอนสิทธิของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในอินเดีย และบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญโลกวิสัย ที่หมายถึงความเป็นกลางทางศาสนา
ทั้งนี้ อาร์เอสเอส ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2468 เรียกตัวเองว่าเป็น “องค์กรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” แม้จะไม่มีการเปิดเผยจำนวนสมาชิกก็ตาม โดยหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์คือ “ฮินดูทวา” ซึ่งเป็นความเชื่อที่ว่า ชาวฮินดูไม่เป็นเพียงตัวแทนของกลุ่มศาสนา แต่ยังเป็นอัตลักษณ์ประจำชาติที่แท้จริงของอินเดียด้วย
“พวกเขาเต็มใจที่จะต่อสู้กับผู้ที่จะมาขวางทาง ซึ่งหมายถึงชนกลุ่มน้อย ชาวมุสลิม ชาวซิกข์ ชาวคริสต์ และชาวฮินดูคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้” นางมฤฑุลา มุขรจี นักประวัติศาสตร์ กล่าว
ขณะที่ นายโมฮัน ภัควัต หัวหน้าอาร์เอสเอส ใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลกว่า โดยเขากล่าวว่า ชนกลุ่มน้อยได้รับการยอมรับ แต่พวกเขาไม่ควร “ก่อให้เกิดความแตกแยก”
แม้อาร์เอสเอสก่อตั้งขึ้นในช่วงที่อินเดียอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิอังกฤษ แต่กลุ่มมีความแตกต่างอย่างมาก จากความพยายามประกาศเอกราชของมหาตมะ คานธี และพรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดีย (ไอเอ็นซี) ของนายยาวาฮาร์ลาล เนห์รู ซึ่งมองว่าอาร์เอสเอสเป็น “ฟาสซิสต์โดยธรรมชาติ”
ด้านมุขรจีกล่าวว่า บันทึกสำคัญแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาร์เอสเอส กับขบวนการฟาสซิสต์ในยุโรป ซึ่งเอกสารข้างต้นระบุอย่างชัดเจนว่า วิธีที่นาซีปฏิบัติต่อชาวยิว ควรเป็นแบบเดียวกับที่ชนกลุ่มน้อยของอินเดียควรได้รับการปฏิบัติ
อนึ่ง อาร์เอสเอสไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับความคล้ายคลึงดังกล่าว แต่ภัควัตยืนกรานว่า ทุกวันนี้อาร์เอสเอสเป็นที่ยอมรับมากขึ้น พร้อมกับเสริมว่า กลุ่มไม่มีส่วนร่วมในความโหดร้าย
“ข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีมูลความจริง อาร์เอสเอสไม่เคยกระทำความโหดร้ายใด ๆ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผมขอประณามการกระทำเหล่านั้น” ภัควัต กล่าวเพิ่มเติม
ภายใต้การนำของโมดี อาร์เอสเอสได้ขยายอิทธิพลของกลุ่ม ซึ่งบางคนมองว่า อาร์เอสเอสสามารถทำให้สังคมอินเดียหันไปในทิศทางที่เป็นชาตินิยมมากขึ้น และเป็นเสรีนิยมน้อยลง ในมุมมองของชาติตะวันตก
อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครส่วนหนึ่งกล่าวว่า อาร์เอสเอสเพียงแค่ผลักดัน “ค่านิยมที่ดี” และสิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีส่วนร่วมกับประเทศที่เป็นหนึ่งเดียวเหนือสิ่งอื่นใด.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



