ปลาไหล หรือที่เรียกว่า “อุนางิ” ในภาษาญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมอย่างมากทั่วญี่ปุ่น กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และเริ่มมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญ ซึ่งควบคุมการค้าสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม ในอุซเบกิสถานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
“มันเป็นอาหารจานหรูที่เรารับประทานเพื่อให้รางวัลตัวเอง หรือเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ และในวันนี้ พวกเรามาที่นี่เพื่อเติมพลังใจ” นางยูกิโกะ ทาคาฮาชิ พนักงานขายหญิง วัย 52 ปี กล่าวขณะรับประทานอาหารที่ร้านฮิรานูมะ ซุยซัง
อนึ่ง ญี่ปุ่นคัดค้านอย่างหนักต่อข้อเสนอของสหภาพยุโรป (อียู) ปานามา และฮอนดูรัส ที่ให้จัดปลาไหลทั้ง 17 สายพันธุ์ทั่วโลก อยู่ในบัญชีรายชื่อภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ซึ่งจำกัดการค้าสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครอง
การบริโภคปลาไหลทั่วโลก มีสัดส่วนในเอเชียตะวันออกสูงถึง 85% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น ซึ่งนำเข้าปลาไหลเกือบ 75% ของปลาไหล 61,000 ตันที่บริโภคในประเทศเมื่อปีที่แล้ว
ด้านนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ประชากรปลาไหลกำลังลดลงทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์ เช่น มลพิษทางน้ำ การทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำ เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และการประมง อีกทั้งการประมาณขนาดประชากรปลาไหลยังคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากวัฏจักรชีวิตที่ลึกลับของพวกมัน
ปลาไหลญี่ปุ่น และปลาไหลอเมริกัน ถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ส่วนปลาไหลยุโรป ถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
???????? Japan's eel delicacy faces global conservation pressure
— AFP News Agency (@AFP) November 24, 2025
Japan is strongly opposed to a proposal by the EU, Panama and Honduras to list all 17 species of eels worldwide under the Convention on International Trade in Endangered Species (CITES). pic.twitter.com/WW7TXXkT6r
ทั้งนี้ ปลาไหลเกือบทั้งหมดที่บริโภคในญี่ปุ่น มาจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งอาศัยการจับหรือนำเข้า “ปลาไหลแก้ว” หรือลูกปลาไหลที่มีลำตัวใสเป็นหลัก เนื่องจากปลาไหลแก้วไม่สามารถสืบพันธุ์ในแหล่งเพาะเลี้ยงได้ อย่างไรก็ตาม การจับปลาไหลแก้วในญี่ปุ่น ลดลงเหลือไม่ถึง 10% ของระดับในช่วงทศวรรษที่ 1960
หากปลาไหลถูกจัดอยู่ “ภาคผนวก 2” (Appendix II) ของอนุสัญญาไซเตส การค้าปลาไหลจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตส่งออกจากประเทศต้นทาง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในญี่ปุ่น มีความกังวลเป็นอย่างมาก
ญี่ปุ่นโต้แย้งว่า ประเทศดำเนินการตามโควตาการประมงและใบอนุญาตการเพาะเลี้ยง ตลอดจนอ้างอิงผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลโตเกียว ที่ระบุว่า ประชากรปลาไหลญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในเอเชียตะวันออก นับตั้งแต่ปี 2533
“เรากำลังร่วมมือกับจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลาไหลญี่ปุ่นอาศัยอยู่ เพื่อจำกัดปริมาณการจับปลาไหลแก้ว และปรับปรุงการจัดการสต็อก” นายเทตสึยะ คาวาชิมะ เจ้าหน้าที่จากทบวงประมงญี่ปุ่น (เจเอฟเอ) กล่าว
แม้คณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุในรายงานประจำปีนี้ว่า ความเสี่ยงที่ปลาไหลญี่ปุ่นและปลาไหลอเมริกันจะสูญพันธุ์นั้น อยู่ในระดับ “ต่ำ” แต่สำหรับนายแอนดรูว์ เคอร์ จากกลุ่มปลาไหลยั่งยืน ผลการศึกษาข้างต้นไม่ได้คำนึงถึงการลักลอบค้าปลาไหล ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “อาชญากรรมต่อสัตว์ป่าที่ร้ายแรงที่สุดในโลก”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



