กองทัพปากีสถาน ซึ่งถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นสถาบันทรงอิทธิพลมากที่สุดของปากีสถาน ปกครองประเทศเป็นเวลานานหลายปี ผ่านการรัฐประหารหลายครั้ง นับตั้งแต่การประกาศเอกราชเมื่อปี 2490


พล.อ.เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ อดีตผู้บัญชาการกองทัพ อดีตประธานคณะเสนาธิการทหาร และอดีตประธานาธิบดีของปากีสถานระหว่างปี 2544-2551 ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏขณะลี้ภัย หลังการปกครองที่ยาวนานเกือบ 10 ปี ซึ่งเริ่มต้นจากการรัฐประหารในปี 2542 แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า สถานการณ์เช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีก


การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาปากีสถานอย่างเร่งรีบ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา มอบอำนาจใหม่ที่ครอบคลุมให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงจอมพล อาซิม มูเนียร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมปากีสถานคนปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศอยู่แล้ว


อนึ่ง การเลื่อนตำแหน่งพล.อ.มูเนียร์ เป็นจอมพล หลังปากีสถานปะทะกับอินเดียเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เขาได้รับสิทธิคุ้มกันตลอดชีวิต จากการดำเนินคดีทางกฎหมาย


“สิทธิคุ้มกันตลอดชีวิตหมายความว่า หากจอมพล อาซิม มูเนียร์ ประกาศใช้กฎอัยการศึกในวันพรุ่งนี้ เขาจะไม่ถูกพิจารณาคดีในข้อหาก่อกบฏ ดังนั้นในทางทฤษฎี การรัฐประหารจึงเป็นไปได้” นางอเยชา ซิดดิกา นักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศ กล่าว


ขณะที่ นายโอซามา มาลิก ผู้สันทัดกรณีด้านกฎหมายในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ “แตกต่างออกไป”


แม้พรรคฝ่ายค้านบางพรรคในปากีสถาน ประณามบทบาทใหม่และสิทธิคุ้มครองทางกฎหมายของจอมพลมูเนียร์ แต่ก็มีไม่กี่คนที่จะกล้าประท้วงอย่างเปิดเผย และมีเพียงกระแสความไม่พอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น


ทั้งนี้ ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีปากีสถานคนใด ดำรงตำแหน่งครบวาระ 5 ปีเต็มในประวัติศาสตร์ของประเทศ อีกทั้งรัฐบาลพลเรือนก็ยอมรับบทบาทของกองทัพในกิจการของรัฐ


ด้านนายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รมว.กลาโหมปากีสถาน เรียกสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “โมเดลแบบลูกผสม” และส่งสัญญาณว่า การตัดสินใจที่สำคัญ ได้รับอิทธิพลจากทั้งผู้นำฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร


ในช่วงการปกครองของพลเรือน ชาวปากีสถานส่วนใหญ่ยังคงมองว่า ผู้บัญชาการกองทัพคือ “ผู้สร้างผู้นำที่แท้จริงของประเทศ” นั่นหมายความว่า อำนาจใหม่ของจอมพลมูเนียร์ มีความสำคัญทางการเมืองอย่างมหาศาล ในขณะที่ประเทศเผชิญกับช่วงเวลาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อ่อนไหว หลังเกิดความขัดแย้งทางอาวุธกับสองประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินเดีย และอัฟกานิสถาน


อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนปากีสถาน (เอชอาร์ซีพี) ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้การตรวจสอบและการถ่วงดุลที่สำคัญ ในช่วงเวลาที่ความไว้วางใจของประชาชนต่อสถาบันของรัฐเปราะบางนั้น อ่อนแอยิ่งกว่าเดิม.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP