ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2554 ตำรวจในเมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส พบศพห้าศพที่ถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอน โรยด้วยปูนขาว ถูกฝังอยู่ใต้สวนหลังบ้านในย่านชานเมือง ผู้ตายคือแม่และลูกสี่คน รวมทั้งสุนัขสองตัวของครอบครัว ทั้งหมดถูกยิงสังหารหลังจากถูกวางยา
ซาเวียร์ ดูปองต์ เดอ ลิกงเนส ผู้เป็นสามีและพ่อของครอบครัว หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้น ทางการก็ยืนยันว่า เหยื่อฆาตกรรมทั้งหมดคือ แอ็กเนส ดูปองต์ เดอ ลิกงเนส วัย 48 ปี และลูกๆ ของเธอ ได้แก่ อาร์เธอร์ วัย 21 ปี, โทมัส วัย 18 ปี, แอนน์ วัย 16 ปี และเบอนัวต์ วัย 13 ปี เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าพวกเขาถูกสังหารระหว่างวันที่ 3 ถึง 5 เมษายนของปีนั้น และถูกฝังอยู่ใต้ลานบ้านด้านหลัง ซึ่งตำรวจมองว่าเป็นการวางแผนสังหารอย่างมีแบบแผนและเป็นระบบ

แม้ว่าซาเวียร์จะมาจากตระกูลขุนนางและเรียกตัวเองว่า “ท่านเคานต์” แต่ฐานะทางการเงินกลับย่ำแย่ เขาอยู่ในสภาพล้มละลาย ธุรกิจของเขาล้มเหลว และมีหนี้สินคงค้างจำนวนมาก แม้ว่าเขาจะยังคงจ่ายค่าเทอมแพงๆ ให้โรงเรียนเอกชนของลูกๆ และรักษาภาพลักษณ์ที่ดูดีไว้ได้


ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม มีรายงานว่าเขาได้แจกจ่ายทรัพย์สินส่วนตัวไปแล้ว ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า ซาเวียร์ได้เขียนจดหมายถึงคนหลายคน โดยบอกเป็นนัยถึงชีวิตลับๆ ในฐานะสายลับกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐในจดหมายที่ส่งไปไม่นานก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม
นอกจากนี้ ยังพบข้อความก่อนหน้านี้จากปี 2543 ที่เขาเคยกล่าวถึงแนวคิดเรื่องการฆ่าตัวตายแบบ “หมู่คณะ” ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เขายังกล่าวอ้างว่าเขาและครอบครัวกำลังจะเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยาน ซึ่งทางการเชื่อว่า เป็นการสร้างเรื่องขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างกะทันหันของพวกเขา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้าน พวกเขาพบโน้ตและจดหมายที่สนับสนุนเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้น และป้ายบนตู้จดหมายที่ขอให้ส่งจดหมายกลับคืนผู้ส่ง
ตำรวจเชื่อว่าซาเวียร์เตรียมการมานานหลายสัปดาห์ เขาได้รับมรดกเป็นปืนไรเฟิลขนาด .22 จากพ่อของเขาไม่นานก่อนเกิดเหตุสังหาร และได้เข้าร่วมชมรมยิงปืนท้องถิ่น ภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาต่อมาแสดงให้เห็นว่า เขาถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเพียงลำพังในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

มีผู้พบเห็นซาเวียร์ครั้งสุดท้ายและได้รับการยืนยันว่าเป็นเขาจริงๆ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2554 ที่โรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่งในเมืองโรเกอบรูน-ซูร์-อาร์ฌองส์ เขาจ่ายค่าห้องเป็นเงินสดและเช็คเอาท์อย่างเงียบๆ ในเช้าวันรุ่งขึ้น จากนั้นก็หายตัวไป
ในช่วงหลายปีต่อมา ทางการได้ไล่ล่าเบาะแสตามที่มีผู้แจ้งว่าพบเห็นซาเวียร์กว่า 900 ครั้งในหลายประเทศ ในปี 2558 มีการพบโครงกระดูกมนุษย์ใกล้กับสถานที่ที่มีคนเห็นซาเวียร์เป็นครั้งสุดท้าย แต่ผลจากการตรวจดีเอ็นเอชี้ว่า โครงกระดูกนั้นไม่ใช่เขา

ในปีเดียวกันนั้น นักข่าวคนหนึ่งได้รับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือพร้อมรูปถ่ายของลูกชายคนโตสองคนของเขา โดยมีข้อความเขียนไว้ด้านหลังว่า “ฉันยังมีชีวิตอยู่” แต่ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า ซาเวียร์เป็นคนเขียนและส่งจดหมายฉบับนี้จริงๆ
ครั้งหนึ่ง ตำรวจฝรั่งเศสถึงกับบุกเข้าค้นในอารามแห่งหนึ่ง โดยเชื่อว่าซาเวียร์ได้เข้าร่วมคณะนักบวชและเปลี่ยนชื่อใหม่ ในปี 2562 ชายคนหนึ่งถูกจับกุมที่สนามบินกลาสโกว์ในสกอตแลนด์ตามเบาะแสที่มีผู้ส่งมา แต่ผลจากการตรวจลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของชายคนนั้นชี้ว่า เขาไม่ใช่ซาเวียร์และเป็นกรณีของการจับผิดตัว
ทางการฝรั่งเศสกล่าวว่า ซาเวียร์ ดูปองต์ เดอ ลิกงเนส ยังคงเป็นที่ต้องการตัวภายใต้หมายจับสากล และยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าเขาเสียชีวิตแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP



