สำหรับคนขับรถยนต์นั้น “คลัตช์” คือพระเอกตัวจริงที่ทำหน้าที่ตัดและต่อกำลังจากเครื่องยนต์สู่ชุดเกียร์ แต่ถ้าวันดีคืนดีคุณเหยียบลงไปแล้วมีเสียงดัง “อี๊ดๆ อ๊าดๆ” หรือ “กึกๆ” ออกมา นั่นแปลว่าพระเอกของเราเริ่มงอแงแล้วครับ

เทคนิคสังเกต “คลัตช์ดัง” เกิดจากอะไร?
-สปริงแผ่นคลัตช์หลวม
ถ้าเสียงดังมาจากตัวแผ่นคลัตช์ อาจเกิดจากสปริงเกิดการหลวมคลอน อาการนี้ต้อง “ยกเกียร์” ออกมาดูสถานเดียวครับ ถ้าเจอว่าเริ่มโทรม ผมแนะนำว่าเปลี่ยนใหม่เลยจะดีกว่า ไม่เสียเวลาค่าแรงช่างหลายรอบ
-ก้ามปูลูกปืนกดคลัตช์แห้ง หากเหยียบแล้วดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงเหล็กสีกัน ลองให้ช่างฉีดจาระบีหล่อลื่นตรงจุดก้ามปูกดคลัตช์ดูก่อน ถ้าเสียงหายก็จบครับ แค่ขาดสารหล่อลื่นเฉยๆ แก้ไม่ยาก

4 พฤติกรรมต้องห้ามทำเพื่อถนอมคลัตช์
1.อย่าเหยียบคลัตช์แช่
หลายคนชอบเหยียบคลัตช์ค้างไว้เวลาติดไฟแดงหรือขับในเมืองที่รถติด การทำแบบนี้จะทำให้ชุดคลัตช์เสื่อมสภาพเร็วและเสียหายหนักกว่าปกติ วิธีที่ถูกคือ: ออกตัวด้วยเกียร์ 1 และเวลาเปลี่ยนเกียร์ให้เหยียบให้สุด-ปล่อยให้สุด ไม่ต้องแช่เท้าค้างไว้ครับ

2.อย่าพักเท้าบนแป้นคลัตช์
นี่คือ “นิสัยอันตราย” ที่สุดครับ แม้คุณจะแค่แตะเท้าไว้เบาๆ แต่น้ำหนักเท้านั้นเพียงพอที่จะทำให้เกิดแรงกด จนผ้าคลัตช์เกิดการเสียดสีตลอดเวลาและพังไวขึ้น รวมถึงเวลา “เบรกกะทันหัน” อย่าเผลอเหยียบคลัตช์ก่อนเบรก เพราะมันจะเหมือนการใส่เกียร์ว่าง ทำให้รถไม่เกาะถนน เสี่ยงต่อการเสียหลัก และเพิ่มภาระให้ผ้าเบรกทำงานหนักขึ้นด้วย

3.เลี่ยงการ “เข็นกระตุก” เพื่อติดเครื่อง
เวลาแบตเตอรี่หมด หลายคนเลือกใช้วิธีเข็นแล้วปล่อยคลัตช์กระตุกให้เครื่องติด วิธีนี้คือ “ยาพิษ” สำหรับชุดคลัตช์ครับ แรงกระชากมหาศาลจะทำให้สปริงจานคลัตช์และผ้าคลัตช์เสียหายอย่างรุนแรง

4.ระวังการเปลี่ยนยางที่ใหญ่เกินไป
การเปลี่ยนยางที่มีเส้นรอบวงใหญ่กว่าสเปกเดิมมากเกินไป จะทำให้อัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายทำงานไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้ชุดคลัตช์ต้องรับภาระหนักในการส่งกำลัง จนชำรุดและเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

ทั้งนี้ “คลัตช์” จะทนหรือไม่ทน อยู่ที่ “เท้า” ของคนขับเป็นหลักครับ หากเริ่มมีเสียงผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนลามไปถึงส่วนอื่นๆ รีบให้ช่างตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบซ่อมแซมในระยะยาวครับ…

………………………..
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ
โดย “ช่างเอก”
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ [email protected]