1. ไฟป่านครลอสแอนเจลิส

หลังจากเริ่มต้นปี 2568 แค่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ นครลอสแอนเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ก็เกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่ลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอิทธิพลของกระแสลมแรง โดยครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่างย่านฮอลลีวูด และทางการต้องใช้เวลานานถึง 1 เดือน จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด ซึ่งภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้พื้นที่มากกว่า 57,000 เอเคอร์ ถูกเผาทำลาย คิดเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าสูงถึงประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.55 ล้านล้านบาท) สำหรับรัฐแคลิฟอร์เนีย และมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย.

2. ภาษีทรัมป์

“ภาษี” เป็นนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาว จนกระทั่งวันที่ 2 เม.ย. รัฐบาลวอชิงตันได้ดำเนินมาตรการภาษีต่างตอบแทนกับทุกประเทศ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเป็น “วันประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐ” แต่ความเคลื่อนไหวข้างต้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในตลาดโลก และเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย รวมถึงชาวอเมริกันบางส่วน ขณะที่หลายประเทศพยายามเจรจากับสหรัฐ และทรัมป์มักนำเรื่องภาษีมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในสถานการณ์ต่าง ๆ.

3. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส / สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก สิ้นพระชนม์อย่างสงบ จากภาวะพระหทัยล้มเหลว เมื่อวันที่ 21 เม.ย. สิริพระชนมายุ 88 พรรษา โดยในวันถัดมา คณะพระคาร์ดินัลก็เดินทางมารวมตัวกันที่กรุงวาติกันซิตี เพื่อเตรียมการจัดพิธีฝังพระศพ และจัดการประชุมใหญ่ หรือ “คองเคลฟ” เฟ้นหาสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ต่อไป ซึ่งในวันที่ 9 พ.ค. คณะพระคาร์ดินัลมีมติเห็นชอบ เลือกพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ฟรานซิส พรีโวสต์ ให้ทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 นับเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกในประวัติศาตร์ ที่เป็นชาวอเมริกัน.

4. รัฐบาลสหรัฐปราบปรามผู้อพยพ

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐ (ไอซีอี) เริ่มปฏิบัติการกวาดจับผู้อพยพผิดกฎหมายในนครแอนเจลิส เมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย. และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยกระดับความพยายามเนรเทศ และส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ตลอดจนดำเนินการปราบปรามผู้อพยพในลักษณะเดียวกันอย่างกว้างขวาง โดยพุ่งเป้าไปยังเมืองที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต เช่น กรุงวอชิงตัน เมืองเมมฟิส และเมืองนิวออร์ลีนส์.

5. สงครามอิสราเอล-อิหร่าน

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สังหารผู้บัญชาการทหารระดับสูง และนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์หลายคน โดยให้เหตุผลว่ามีเป้าหมายทำลายศักยภาพของอิหร่านในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อิหร่านโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน จนมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลหลายสิบราย ซึ่งความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น และกลายเป็นสงครามนาน 12 วัน ก่อนที่สหรัฐประกาศยุติการสู้รบในช่วงปลายเดือน แต่จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ยังคงตึงเครียด.

6. การประท้วงของกลุ่ม Gen Z

ช่วงต้นเดือน ส.ค. อินโดนีเซียเกิดการประท้วงที่นำโดยกลุ่มเยาวชน หรือที่เรียกว่า “การประท้วงเจนซี” เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลจาการ์ตาในประเด็นต่าง ๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ นโยบายการป้องกันประเทศ และการถดถอยของประชาธิปไตย จนสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการประท้วงในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ในประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น บังกลาเทศ เนปาล โมร็อกโก มาดากัสการ์ และเปรู ระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค. โดยกลุ่มผู้ประท้วงที่เป็นเยาวชน ต่างออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านผู้นำและรัฐบาลของพวกเขา.

7. สหรัฐกดดันเวเนซุเอลา ด้วยการปราบปรามการค้ายาเสพติด

สหรัฐส่งกองเรือรบประจำการนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. และหลังจากนั้นเป็นต้นมา กองทัพสหรัฐได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายครั้ง ต่อเรือที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน และแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 100 ราย โดยรัฐบาลวอชิงตันอ้างว่าเป็นการปราบปรามการค้ายาเสพติด อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด ตลอดจนกล่าวหาว่า ปฏิบัติการของสหรัฐ เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาลการากัส และยึดแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา.

8. ภาวะชัตดาวน์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. หน่วยงานทุกแห่งในสังกัดรัฐบาลกลางของสหรัฐ ปิดทำการอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่ได้ ซึ่งเป็นภาวะชัตดาวน์ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจำนวนมากถูกพักงาน หรือต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน จนกระทั่งในวันที่ 13 พ.ย. สภาคองเกรสมีมติรับรองกฎหมายงบประมาณระยะสั้น จนถึงวันที่ 30 ม.ค. 2569 และถือเป็นการสิ้นสุดภาวะชัตดาวน์ครั้งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ระยะเวลา 43 วัน.

9. ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีน ตึงเครียด

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีน กลับตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากทาคาอิจิพบหารือกับผู้แทนของรัฐบาลไต้หวัน นอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) รวมถึงแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน พร้อมกับกล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจดำเนินการแทรกแซงทางทหาร หากไต้หวันถูกโจมตี ซึ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งไม่พอใจอย่างมาก และใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อตอบโต้รัฐบาลโตเกียว.

10. เหตุลักพาตัวครั้งใหญ่ในไนจีเรีย

ไนจีเรียประสบกับวิกฤติการลักพาตัวครั้งใหญ่ เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. โดยกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลักพาตัวผู้คนมากกว่า 300 คนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้รัฐบาลอาบูจา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงระดับชาติ และเร่งดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งรายงานล่าสุดในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ระบุว่า นักเรียนและครูที่ถูกลักพาตัวไปจากโรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่ง ได้รับอิสรภาพครบทุกคนแล้ว.

เครดิตภาพ : AFP

ทีมข่าวต่างประเทศ