@@… กำลังนับถอยหลังส่งท้ายปี แต่การปะทะกันพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นานกว่า 2 สัปดาห์ จากในพื้นที่ภาคอีสานและตะวันออก ไล่ตั้งแต่พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และ ตราด  จนทำให้ วีรบุรุษทหารกล้าสละชีพเพื่อชาติ (ระหว่างวันที่ 8-26 ธ.ค. รวม 26 นาย ) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการกองทัพบก ลงไปปักหลักเกาะติดในพื้นที่ภาคอีสาน 4จังหวัด อำนวยการยุทธ์ร่วมกับ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2  พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กองกำลังสุรนารี ภารกิจเป้าหมายของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ย้ำชัดแน่นหนักมาตลอด จะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน อย่างไรก็ดี พื้นที่ “เนิน 350” บริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กลายเป็นสมรภูมิดุเดือด กองทัพบกต้องสูญเสีย ทหารชุดยิงคุ้มครอง ที่ปักหลักบุกฝ่าแนวหน้า คือ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 และ พลฯภานุพัฒน์ เสาร์สา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23

@@… พล.ท.วีระยุทธ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.สมภพ ผบ.กองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการเกาะติดตลอด 24 ชั่วโมงไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง สนธิกำลังทหาร หน่วยเฉพาะกิจที่ 2  ลุยฝ่าห่ากระสุนของฝ่ายตรงข้ามที่เนิน 350 บุกตะลุยขึ้นไปนำร่าง 2 วีรบุรุษผู้กล้าแห่งเนิน 350 จ.ส.อ.สำเริง และพลฯภานุพัฒน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ชุดยิงคุ้มครอง” กลับลงมาคืนสู่ครอบครัวได้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อยืนยันความเรียบร้อย

ความปลอดภัย และการควบคุมสถานการณ์ตามกรอบยุทธวิธีอย่างรัดกุม จากนั้นยังไม่ประมาทจำเป็นต้องวางกำลังในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ประเมินสถานการณ์จริงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการตรวจเยี่ยมกำลังพลแนวหน้า เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ  แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ที่ยึดได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์เด็ดขาด ปกป้องอธิปไตยของชาติ ยึดความปลอดภัยของประชาชน และกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุด เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนทุกช่อง ทุกด่าน ทุกเนิน ทุกหมุดเขตแดน

@@… สำหรับพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 จังหวัดชายแดนตะวันออก สระแก้ว และ ตราด ภายใต้การดูแลของ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1  พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กองกำลังบูรพา และ กองทัพเรือ พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ  ผบ.หน่วยนาวิกโยธิน และ ผบ.กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด (กปช.จต.) พล.ร.ต. โยธิน ธนะมูล ผบ.กองพลนาวิกโยธิน นำกำลัง ทหารกองทัพภาคที่ 1 สนธิกำลังทหารเรือนาวิกโยธิน (นย.), กองพันทหารราบที่ 2 (ค่ายตากสิน จันทบุรี) พร้อม หน่วยรบพิเศษ กองทัพเรือ มนุษย์กบ SEAL และRECON นาวิกโยธิน ปักหลักขับไล่กองกำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด  ด้วยการรุกแบบจู่โจม แม้จะสามารถเข้าควบคุมที่หมายแบบเบ็ดเสร็จ แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังระดมยิงตอบโต้อย่างต่อเนื่อง พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผบ.กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) สนับสนุนกำลังทางอากาศ เครื่องบินรบขับไล่ F-16 และ เครื่องบินกริพเพน  ขึ้นบินทำลายเป้าหมายทางทหารเท่านั้น  เพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยของชาติ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน

@@… ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกแถลงประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน ภายหลังจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ บ้านหนองรี และ บ้านท่าเส้น พื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร ได้ตรวจพบวัตถุพยานจำนวนมากที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อันแสดงถึงการวางแผนและการกระทำโดยเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ได้แก่ การตรวจพบแผนผังแสดงตำแหน่งการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและทุ่นระเบิดดัดแปลง ในพื้นที่บ้านหนองรี สะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อประสงค์ต่อชีวิตทหารไทยการตรวจพบ คลังอาวุธและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงจำนวนมาก ในพื้นที่บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) ยืนยันถึงการที่ฝ่ายทหารกัมพูชาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ โดยมีครอบครองและการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม การกระทำดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

@@… กระทั่งวันที่ 25 ธ.ค. 68 หลังการปะทะผ่านมา 17 วัน ฝ่ายไทยและกัมพูชา จัดการประชุม ฝ่ายเลขา คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี  โดยฝ่ายเลขาฯกำหนดวาระ กรอบการประชุม และดำเนินการตามวิธีการและขั้นตอนต่างใช้เวลาประชุม 4 วัน (24-27 ธ.ค.)  ฝ่ายไทยย้ำต้องพิสูจน์ความจริงใจตาม 3 เงื่อนไขหลัก ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงจุดยืนต่อเงื่อนไขการหยุดยิง บริเวณพื้นที่ชายแดน โดยระบุให้ฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงเจตจำนงผ่านการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ 1.การประกาศหยุดยิงก่อน,  2.การยุติการใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง และ 3.ความร่วมมือใน
การเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นรูปธรรม
มี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร และฝ่ายกัมพูชา มี Major General Nhem Boraden เป็นหัวหน้าคณะ

@@… ขณะเดียวกัน กองทัพบก จัดพิธีส่งมอบเงินช่วยเหลือจาก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ครอบครัวกำลังพลกองทัพบกที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์กรณีพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา จำนวน 23 ครอบครัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23 ล้านบาท พิธีจัดขึ้น ณ ห้อง 321 อาคาร 3 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชากองทัพบก เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน รับมอบจาก คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต เป็นการแสดงความห่วงใยและร่วมดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มที่ เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับภาคเอกชน

@@… พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวขอบคุณบริษัท กัลฟ์ฯ ที่ให้การสนับสนุนกองทัพบกอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งในด้านการสนับสนุนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งช่วยให้กำลังพลแนวหน้าสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวมาโดยตลอด พร้อมกันนี้เสนาธิการทหารบกยังได้กล่าวถึงกำลังพลผู้เสียชีวิตว่า ’กำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ ด้วยความเสียสละอย่างสูงสุด กองทัพบกยืนยันว่าจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง“.

ไม่ทอดทิ้ง…พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมคณะกองทัพบก จัดพิธีส่งมอบเงินช่วยเหลือจาก คุณสารัชถ์
รัตนาวะดี ประธานบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ 23 ครอบครัวกำลังพล ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์กรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา รวมเป็นเงิน 23,000,000 บาท

คุมการรบเอง…พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กองกำลังสุรนารี ร่วมเกาะติดบัญชาการรบด้วยตนเอง ในการปฏิบัติภารกิจเข้าตีต่อที่หมาย “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลังเกิดการปะทะอย่างรุนแรงมาต่อเนื่องกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

เยี่ยมชม...  พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. นำคณะเข้าชมงาน“Night at the Museum: Bloom Into the Sky”  ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ โดยมี พล.อ.ต.สหกรม นาคประดิษฐ์ เจ้ากรมสารบรรณทหารอากาศ พร้อมด้วย น.อ.อรรณพ นงค์ชะนา รองเจ้ากรมสารบรรณทหารอากาศ และ น.อ.อภิรัตน์ อนาวรญาณ  ผอ.กองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมสารบรรณทหารอากาศ ให้การต้อนรับ นำชมนิทรรศการฯ

บำรุงขวัญ... พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะผู้แทน ผบ.ทบ.และคณะ มอบเงินบำรุงขวัญสำหรับผู้ป่วยเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม การละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา ใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์โจมตี ทำให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ ได้รับบาดเจ็บถูกส่งพักรักษาตัวใน รพ.พระมงกุฎเกล้า โดยมี ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ให้การต้อนรับ.

สะเทินน้ำสะเทินบก ...พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบ.กองเรือยุทธการ ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ของ หน่วยในกองเรือยุทธการ อาทิ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ ,กองเรือทุ่นระเบิด, กองการบินทหารเรือ ,หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ มุ่งเน้นเพื่อทดสอบ เเผนการถอนตัวสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Withdrawal) ถอนกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะจากฝั่งกลับสู่เรือรบอย่างเป็นระบบ   ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หาดยาวสัตหีบ จ.ชลบุรี.

ให้กำลังใจ …น.อ.บุญมี แก้วสง่า รอง ผบ.กองพลนาวิกโยธิน (1) ในฐานะผู้แทน ผบ.กองพลนาวิกโยธิน เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา สังกัดกองร้อยทหารช่าง หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ได้รับการส่งต่อเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ มารอรับให้กำลังใจชื่นชมในความกล้าหาญ.

“ผู้พันบานเย็น”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่