ณ ร้านขายของชำของนางบิลยานา นิโคโลวา ในหมู่บ้านชูเพรเน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบัลแกเรีย ผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอื่น ๆ หลายร้อยรายการ ต่างแสดงราคาด้วยสกุลเงินเลฟและยูโร
แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าของร้านวัย 53 ปี กังวลว่า เมื่อบัลแกเรียใช้สกุลเงินยูโรอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 “มันจะเกิดความวุ่นวาย” ซึ่งเธอถึงกับคิดที่จะปิดร้าน 2-3 สัปดาห์ “จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย” เพราะเคยมีปากเสียงกับลูกค้ามาแล้ว
“ผู้คนเห็นราคาสินค้าถูกกว่าในสกุลเงินยูโร แล้วรู้สึกสับสน และคิดว่าฉันโกหกพวกเขา” นิโคโลวา ซึ่งเปิดร้านมานานกว่า 20 ปี กล่าว
หมู่บ้านเล็ก ๆ ทั่วบัลแกเรีย มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า สกุลเงินยูโรจะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองของประเทศ ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง โดยรัฐบาลชุดล่าสุดดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน และเพิ่งลาออกเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บัลแกเรียเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ลำดับที่ 21 ซึ่งใช้สกุลเงินเดียวของกลุ่ม ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 หรือเกือบ 19 ปี หลังบัลแกเรียเข้าเป็นสมาชิกของอียู แต่ชาวบัลแกเรียกลับมีความกลัวเกี่ยวกับการใช้สกุลเงินยูโร แม้ประเทศมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างมากก็ตาม
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของบัลแกเรีย เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1 ใน 3 ของค่าเฉลี่ยของยูโรโซน เป็นเกือบ 2 ใน 3 ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บัลแกเรียยังคงเป็นประเทศสมาชิกอียูที่มีสัดส่วนประชากรที่เสี่ยงต่อความยากจน หรือการกีดกันทางสังคม ในระดับสูงสุด ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งยุโรป (ยูโรสแตท)
ด้านนางบอเรียนา ดิมิโทรวา นักสังคมวิทยา จากสถาบันสำรวจความคิดเห็น “อัลฟา รีเสิร์ช” กล่าวว่า ความกังวลหลักที่พบในเทศบาลขนาดเล็ก คือ ความกลัวที่จะยากจนกว่าเดิม เพราะผู้คนมีเงินสำรองน้อยมาก
“ในหมู่บ้านหลายแห่งมีปัจจัย 3 ประการรวมกัน ได้แก่ ประชากรสูงอายุ ระดับการศึกษาและความรู้ทางการเงินที่ต่ำ และการชำระเงินส่วนใหญ่เป็นรูปแบบเงินสด” ดิมิโทรวา กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อด้านอาหารยิ่งเพิ่มความกังวลในหมู่ชาวบัลแกเรีย โดยดิมิโทรวากล่าวว่า ราคาที่สูงขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เนื่องจากราคาอาหารในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยูโรโซนถึงสองเท่า
อนึ่ง หมู่บ้านชูเพรเนตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากอัตราการว่างงานของบัลแกเรีย โดยข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่งชาติ (เอ็นเอสไอ) พบว่าประเทศมีสัดส่วนคนว่างงานประมาณ 18.7% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 4.2% ในปี 2567
ในเดือน ม.ค. นี้ สกุลเงินเลฟและสกุลเงินยูโร จะหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของบัลแกเรียไปพร้อม ๆ กัน แต่เจ้าของร้านจะต้องทอนเงินเป็นยูโร
ขณะที่ นายดิมิทาร์ ราเดฟ ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติบัลแกเรีย (บีเอ็นบี) หรือธนาคารกลางของประเทศ กล่าวว่า พื้นที่บางแห่งอาจเกิดความรู้สึกว่ามีสกุลเงินยูโรไม่เพียงพอ แม้ว่าจะไม่มีการขาดแคลนจริง ๆ ซึ่งเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการประสานงานอย่างใกล้ชิด และการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



